Homeยานยนต์คอลัมน์ : Than Auto 'ฮอนด้า'ชิงเอาใจสาวกบิ๊กไบค์

'ฮอนด้า'ชิงเอาใจสาวกบิ๊กไบค์

พิมพ์

altฮอนด้ากางแผนสู้หลังน้ำลด เปิดนโยบายบิ๊กไบค์ ชูประเทศเป็นฮับผลิตเพื่อส่งออกและป้อนตลาดในประเทศ ด้านซูซูกิระบุรถบางรุ่นขาดตลาด
   นายอซึชิ คิมูระ ผู้จัดการทั่วไป  ส่วนวางแผนธุรกิจ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด  ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ทำให้โรงงานต้องหยุดชะงักการผลิตชั่วคราว แต่ขณะนี้ได้กลับมาผลิตประมาณ 50% ซึ่งยังไม่เต็มกำลังการผลิต  อย่างไรก็ตามฮอนด้ายังคงมั่นใจในการทำธุรกิจในประเทศไทย โดยในปี 2555 ได้เตรียมแผนรุกธุรกิจบิ๊กไบค์อย่างจริงจัง
  โดยในไตรมาสแรกของปี 2555 จะนำเข้ากว่า 7 รุ่น และตั้งเป้าหมายยอดขายของรถบิ๊กไบค์ปีละ 10% ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นการนำเข้ารถมาก่อน และภายใน 5 ปีจะต้องขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถบิ๊กไบค์ พร้อมกับขยายการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ ซึ่งฮอนด้าหวังให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับ ที่จะผลิตและส่งออกรถบิ๊กไบค์ ขนาด 700-1000 ซีซี ขึ้นไป ไปยังตลาดทั่วโลก ซึ่งเม็ดเงินที่จะใช้ลงทุนนั้นคิดเป็นมูลค่ามหาศาล  
  "แผนการตลาดเปิดตัวรถบิ๊กไบค์ ฮอนด้าได้วางแผนมากว่า 10 ปี  ซึ่งเราเห็นความต้องการอยู่แล้ว และเริ่มมีการทดสอบตลาด บิ๊กไบค์โปรเจ็กต์เป็นการภายในมาแล้วประมาณปีครึ่ง และที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า กลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก 110-120 ซีซี ในเมืองไทย เรามีอัตราเติบโตสูงมากก็ต้องมุ่งทางนี้ก่อน" 
  นายคิมูระ กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดรถบิ๊กไบค์ มียอดขายไม่ต่ำกว่า 10,000 คันต่อปี  โดยมีคาวาซากิเป็นผู้นำตลาดรายใหญ่ที่สุด  มีส่วนแบ่งการตลาด 40-50% เพราะมีโรงงานผลิตรถบิ๊กไบค์ 600 ซีซี ขึ้นไป และไม่ต้องนำเข้าสามารถผลิตในเมืองไทย ทำให้ราคาถูกกว่า และได้เปรียบมากกว่าคู่แข่ง  ขณะที่ฮอนด้า ที่มีการผลิตรุ่น CBR และ PCX  ขนาด 150 , 250 ซีซี ที่เป็นรถขนาดเล็กของฮอนด้าก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ซึ่งฮอนด้าเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถที่จะก้าวเป็นผู้นำของตลาดรถบิ๊กไบค์ในอนาคตได้
  "เราจะทำตลาดรถบิ๊กไบค์อย่างเป็นทางการ และมีช่องทางการเสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย พร้อมด้วยบริการหลังการขายครบวงจร ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนทัศนคติของกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อจากเกรย์มาร์เก็ตให้หันมาซื้อรถบิ๊กไบค์จากเรา ที่มีความคุ้มค่าและถูกต้องมากกว่า"
 สำหรับเป้าหมายการเติบโตของเอ.พี.ฮอนด้า ปี 2555 ยังคงตั้งไว้ที่ 1.4 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วนตลาดประมาณ 70% จากตลาดรวมอยู่ที่ 2.1 ล้านคัน  ขณะที่เป้าหมายการเติบโตสิ้นปีนี้ ยังต้องรอดูสถานการณ์หลังจากน้ำลด โดยหากจะคาดการณ์ก็เป็นการเดายากมาก ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขหรือไม่ก็ได้ หรืออาจเติบโตไม่ถึง 10%
  ด้านค่ายซูซูกิ ที่มีโรงงานผลิตย่านคลองสี่ และทำการปิดไลน์การผลิตรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์เรือไปตั้งแต่ 12 ต.ค.54 จวบจนปัจจุบันยังไม่เปิดไลน์การผลิต แต่ปัจจุบันได้มีการเตรียมทำความสะอาดพื้นที่,เครื่องจักร,อุปกรณ์ต่างๆรวมไปถึงเชคผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เพื่อให้พร้อมกลับมาผลิตได้ โดยตามปกติซูซูกิจะทำการผลิตรถแต่ละเดือนจำนวน 20,000 คัน แบ่งออกเป็นตลาดในประเทศ 7,000 - 8,000 คัน และอีกกว่า 10,000 คันส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
  นายเลิศศักดิ์ นววิมาน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทยซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่ายังไม่สามารถบอกได้ว่าจะกลับมาผลิตได้เมื่อไร โดยกำลังมีการประชุมกันเพื่อหาข้อสรุป อย่างไรก็ตามคาดหวังว่าสถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลายโดยเร็ว ขณะที่ความต้องการรถจักรยานยนต์ในตอนนี้ก็ยังคงมีอยู่ และในบางรุ่น บางยี่ห้อจะต้องประสบกับภาวะขาดตลาด เนื่องจากประสบกับปัญหาบริษัทชิ้นส่วนน้ำท่วม

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,690  24-26  พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

 

Read : 6858 times

jL Poll Module1

ถ้าต้องเลือกอยากได้ภาษีใหม่ตัวไหนก่อน


 

Poll (2)

ดูความรุนแรงการระบาดอีโบลาแล้ว เชื่อว่าจะสกัดไม่ให้เข้าไทยได้ไหม
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*