หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 ดันเขตศก.พิเศษเชียงของ

ดันเขตศก.พิเศษเชียงของ

พิมพ์

ส.ส.เชียงรายจับมือส.ส.จังหวัด พื้นที่ล้านนาตอนบนเร่งผลักดันโครงการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ  เพื่อให้เป็นเมกะโปรเจ็กต์เฉลิมฉลองจังหวัดเชียงรายครบรอบ 750 ปีในปี 2555 ชี้แนวครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 อำเภอกว่า 100 ตารางกิโลเมตร เร่งนำเสนอครม.ยิ่งลักษณ์1
 นายพิเชษฐ์  เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) เขต 5 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าได้ร่วมกับส.ส.ทั้ง 8 คน ของจ.เชียงราย และส.ส.ในพื้นที่ล้านนาคือจ.พะเยา 3 คนและจ.แพร่ 3 คน ซึ่งทั้งหมดสังกัดพรรคเพื่อไทย  (ตามแนวเหนือ-ใต้ ตามเส้นทางรถไฟ)ร่วมกันผลักดันโครงการก่อตั้ง "เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ"  ให้เป็นโครงการระดับเมกะโปรเจ็กต์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายจะครบรอบการก่อตั้ง 750 ปีในปี 2555 โดยจะนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่อนุมัติ และเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวปรากฏอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีผู้นำในการผลักดันอย่างจริงจัง
 "ในเบื้องต้นกำหนดจุดศูนย์กลางอยู่ที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ครอบคลุมเขตพื้นที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตรซึ่งเป็นเขตรอยต่อ 3 อำเภอคืออำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเปิดช่องทางการค้าที่สามารถเชื่อมต่อพม่าและลาวได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันจังหวัดเชียงรายมีทั้งแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน มีสนามบินนานาชาติ ท่าเรือเพื่อการพาณิชย์ทันสมัย เส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ อีกทั้งยังมีแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ตลอดจนมีจุดผ่านแดนไม่น้อยกว่า 7 จุด"
             นอกจากนี้ยังได้รับการผลักดันให้เป็นสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจครอบคลุมการติดต่อประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พม่า ลาว และไทยเพื่อให้สามารถรองรับช่องทางการค้าในอนาคต รวมทั้งเป็นศูนย์การค้าและเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง โดยจะผลักดันให้มีการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมชายแดนรองรับต่อไป
 นายพิเชษฐ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็จะเร่งผลักดันให้สร้างเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงต่อเชื่อมมาจากเชียงใหม่ไปสิ้นสุดที่เชียงรายเพื่อให้เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟรางคู่เด่นชัย-เชียงรายที่อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยการดำเนินการเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นจะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จากนั้นจึงจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อติดตามเร่งรัดโครงการที่ประกอบไปด้วยบุคลากรหลาย ๆ ฝ่ายเช่น สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ เครือข่ายองค์กรประชาชน นักธุรกิจ ประชาชนเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนในปี 2555
  สำหรับร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐที่ปัจจุบันมีผู้ไม่เห็นด้วยจากหลายฝ่ายโดยอ้างว่าขัดกับหลักการของรัฐธรรมนูญจึงให้ชะลอแนวคิดเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษไว้ในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา
 ด้านนายวีระ  เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) กล่าวว่า กรมมีส่วนในการเร่งผลักดันเรื่องนี้หลายโครงการทั้งการพัฒนาเส้นทางถนน 4 เลนเชียงราย-แม่สาย เส้นทางมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-เชียงราย หรือการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่เชื่อมอำเภอเชียงของกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ที่รัฐบาลไทยและจีนจัดงบประมาณสนับสนุนฝ่ายละ 50% ซึ่งได้ว่าจ้างกลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยต์เวนเจอร์ ที่ประกอบไปด้วยบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน และบริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2553 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธันวาคม 2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน ด้วยงบประมาณกว่า 1,486  ล้านบาท
        ล่าสุดนั้นโครงการมีความคืบหน้าไม่มาก  คือล่าช้าไปประมาณ 4-5% โดยเฉพาะการตอกเสาเข็มเพื่อวางเสาตอม่อ  หลังจากยุติลงชั่วคราว เนื่องจากเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ทำให้น้ำโขงลึกมากขึ้น ขณะที่การก่อสร้างในภาพรวม(ถึงเดือนมิถุนายน 2554) คืบหน้าไปได้ประมาณ 22.75% สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ออกแบบให้มีเสา 4  ตอม่อ มีความกว้าง 14.70 เมตร เป็นสะพานขนาดสองช่องจราจรช่อง ละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 2 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร ความยาว 480 เมตรเมื่อรวมกับถนนติดขอบฝั่งก็จะยาวประมาณ 630 เมตร และโครงการก่อสร้างถนนตัดแยกจากถนนหมายเลข 1020 หรือสายเชียงราย-เชียงของ ในฝั่งไทย เพื่อเป็นจุดสลับการจราจรในฝั่งไทยก่อนไปถึงตัวสะพานอีกประมาณ 5 กิโลเมตร และถนนในฝั่ง สปป.ลาว อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ส่วนอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รูปทรงล้านนาประยุกต์เพื่อใช้เป็นจุดตรวจปล่อยร่วมกัน ณ จุดเดียวตามหลักประตูเดียว รวมการใช้เนื้อที่ฝั่งไทยทั้งหมดประมาณ 500 ไร่
 นายถวัลย์รัฐ  อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 นั้นคาดว่าเดือนธันวาคมนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จ จากนั้นจะย้ายท่าเรือเชียงแสน 1 มาร่วมด้วยเพื่อให้บริการรูปแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ที่ท่าเรือเชียงแสน 2  โดยจะกันพื้นที่หลังด่านตั้งแต่สะพานฝั่งไทยจากถนนสาย 1020 ไป กิโลเมตรที่ 3 เพื่อให้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ ทั้งศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง(ต.ม.) ตรวจพืช ฯลฯ อีกมากกว่า 500 ไร่ และในเดือนมีนาคม 2555 การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะเริ่มเปิดให้บริการ  ล่าสุดเรื่องการจัดเก็บอัตราค่าเช่า 2% ของรายได้ นั้นกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้เห็นชอบแล้ว
 ขณะที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการสัมมนา "เปิดประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยทั้งท่าเรือ,สนามบิน และรถไฟในขณะนี้ค่อนข้างมีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ในปี 2558 แต่จะเป็นการเปิดเสรีในบางเซ็กเตอร์เท่านั้น ซึ่งในภาคการขนส่งแม้ระบบโครงสร้างพื้นฐานจะมีความพร้อมแต่ยังติดขัดในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเช่น การประกันภัย,การขนส่งโดยรถผ่านแดน,ใบขับขี่ และเส้นทางการเดินรถ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องมีคนกลางซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศในAEC มาร่วมกำหนดระเบียบแนวทางที่เหมาะสมร่วมกันเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ทุกฝ่ายยอมรับ นอกจากนี้ก่อนเปิดAEC ในปี 2558 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรต้องให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องAEC อย่างละเอียด
 สำหรับภาวะการค้าทั่วไปปัจจุบันจากข้อมูลของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายระบุว่ายังขยายตัวอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากมีการจดทะเบียนการค้าเพิ่มขึ้น จากสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด โดยเฉพาะธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การขายส่งวัสดุก่อสร้าง ผักและผลไม้ ตลอดจน การบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจและบริการ ส่งผลต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายและการบริโภคจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นโดยดัชนีราคาผู้บริโภคจังหวัดเชียงรายในเดือนมีนาคม 2554  เท่ากับ 118.9  เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2554 สูงขึ้น 0.6% เช่นเดียวกับปริมาณการค้าชายแดนด้านจังหวัดเชียงรายในเดือนมีนาคม 2554 คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 2,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 626 ล้านบาท หรือ 30.25 %ขณะที่มูลค่าการช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม  2554 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่ามีมูลค่าการค้าสูงขึ้น 3,274  ล้านบาทหรือ 85.55 %

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,655  24-27  กรกฎาคม พ.ศ. 2554

 

Read : 3062 times

jL Poll Module1

ให้อำนาจคสช.คุมรัฐบาลได้ ท่านคิดว่าหน.คสช.จะนั่งควบเก้าอี้นายกฯด้วยหรือไม่


 

Poll (2)

คสช.ให้ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่ 1ตุลาคม ปีหน้า ท่านเห็นว่าอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*