Homeการเงินการเงิน-ตลาดทุน 'ไทยรี'ออกโรงอุ้มวินาศภัย

'ไทยรี'ออกโรงอุ้มวินาศภัย

พิมพ์

สุรชัย ศิริวัลลภสุรชัย ศิริวัลลภ"ไทยรี" ออกโรงแก้ทางค่ายประกันชีวิต อุ้มวินาศภัยขยายตลาด"ประกันเครดิตอินชัวร์" หลังค่ายต่างชาติโวยโดนสกัดทางคลอดอนุมัติกรมธรรม์ใหม่ หวังปีนี้รับอานิสงส์บ้านหลังแรก ดันเบี้ยรับทั้งระบบโต 30-40% เช่นกัน อีกทั้งเตรียมศึกษาระบบใหม่ปลุกชีพไมโครอินชัวรันซ์ปีหน้า มองปีนี้เบี้ยรับทั้งระบบยังโตเพียง 13%
 นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยรี เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากบริษัทได้คิดผลิตภัณฑ์ประกันภัย  ประเภทประกันเครดิตอินชันร์  ซึ่งเป็นความคุ้มครอง ให้กับผู้กู้ซื้อบ้านที่อยู่อาศัย  ในช่วง 20 ปี หรือ 15 ปี แล้วเกิดอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต และตกงาน ไม่สามารถชำระค่าเงินต้นได้ จะนำเงินค่าสินไหมมาจ่ายแทน เพื่อไม่ให้บ้านถูกยึดนั้น
 ขณะนี้ทางด้านบริษัทประกันวินาศภัย กำลังประสบปัญหาความยากลำบากในการอนุมัติกรมธรรม์ใหม่ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อขยายตลาดยังเป็นไปได้ช้า  โดยเฉพาะในช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์ ของบริษัทประกันต่างประเทศ ที่กำลังต้องการขยายตลาดนี้  ซึ่งบริษัทต้องเข้าไปช่วยเจรจา ในฐานะผู้คิดพัฒนาแบบประกันดังกล่าว
 "ความยากลำบากของประกันวินาศภัย คือความคุ้มครองมีมากกว่า เป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับทางด้านประกันชีวิต ที่คุ้มครองได้เฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น และเคยมีการร้องเรียนกันไป  แต่สุดท้ายคปภ.อนุญาตให้บริษัทวินาศภัยทำได้เพราะผู้บริโภคได้ประโยชน์ แต่ยอมรับว่า การขยายยังเป็นไปได้ช้า ในความเป็นจริงควรจะให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย"    
 ปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยไทยประมาณ 10 แห่ง ทำตลาดประกันเครดิตอินชัวร์  โดยเฉลี่ยคิดเบี้ยประกันพันกว่าบาทต่อปีที่ทุนประกัน 1 ล้านบาท และปีที่ผ่านมาตลาดนี้มีมูลค่าเบี้ยรับประมาณ 8,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้ เมื่อภาครัฐมีนโยบายโครงการบ้านหลักแรกของธอส. กู้ 0%นาน 2 ปี จะทำให้ตลาดนี้เติบโตเพิ่ม 30-40%
 "จากอานิสงส์โครงการบ้านหลังแรก ส่งผลให้บริษัทประกันต่างชาติ ที่มีช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์ต้องการเข้ามาขยายตลาดเพื่อรองรับความต้องการของแบงก์ แต่ประสบปัญหากรมธรรม์ไม่ได้รับการอนุมัติ ไทยรีจึงต้องเข้าไปช่วยเหลือ"  
 นอกจากนี้ในส่วนของโครงการประกันไมโครอินชัวรันซ์ ที่ยังไม่เป็นรูปธรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นายสุรชัย กล่าวว่า การเข้าถึงตลาดยังมีอุปสรรคปัญหา โดยเฉพาะในแง่ของช่องทางการจัดจำหน่าย ยังต้องกำหนดรายละเอียด ทั้งจุดการวางขาย และระบบการเก็บเงิน ว่าจะทำเป็นระบบได้อย่างไร โดยต้องการช่องทางที่มีต้นทุนต่ำสุดและหาซื้อได้ง่าย สามารถชำระเงินได้ ณ จุดบริการ ซึ่งการขายโดยผ่านตัวแทนยังไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า แต่ในที่สุดบริษัทประกันก็ต้องเข้าไปขยายตลาด ถือเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่สุด 80% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะนี้บริษัทกำลังพยายามหาช่องทางสร้างระบบใหม่ จะเห็นเป็นรูปธรรมปีหน้า       ดังนั้น แนวโน้มการขยายตัวของภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยปีนี้ว่า จะเติบโตเพียง 13% เทียบกับปีที่ผ่านมาโต 12% ทั้งนี้ การเติบโตไม่ได้ขยายตัวมากเนื่องจากการขยายตัวของเบี้ยรับประกันภัยส่วนใหญ่ ยังเป็นกลุ่มประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เช่นเดิม ซึ่งมีมูลค่าเบี้ยประกันไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประกันภัยรถยนต์ ที่ปีนี้มีปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบทำให้การผลิตรถยนต์ใหม่ของประเทศญี่ปุ่นล่าช้าออกไป ในไตรมาส 2 เริ่มเห็นอัตราการเติบโตลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,638   26-28  พฤษภาคม พ.ศ. 2554

 

Read : 2500 times

jL Poll Module1

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินหรือไม่


 

Poll (2)

การพูดของนายกฯเพื่อรายงานผลงานต่างๆ ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*