งาน แสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในระดับสากล

งานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 สองงานใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ...อ่านต่อ
Homeลงทุน-อุตฯลงทุน-อุตสาหกรรม แท็กซี่ติดNGVฟรีจอดไม่ถึงเป้า

แท็กซี่ติดNGVฟรีจอดไม่ถึงเป้า

พิมพ์

คุรุจิต นาครทรรพคุรุจิต นาครทรรพโครงการแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรี ไปไม่ถึงฝั่งฝัน มีผู้เข้าร่วมเพียง 5,900 คัน จากเป้าที่กระทรวงพลังงานตั้งไว้ 15,000 คัน ชี้สาเหตุมาจากรัฐบาลยังตรึงราคาแอลพีจี

ปั๊มเอ็นจีวีมีน้อย ไม่จูงใจรถแท็กซี่เข้าร่วมโครงการ แม้จะขอความร่วมมือไปแล้วก็ตาม ส่วนจะขยายโครงการต่อหรือไม่ ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลใหม่   
 นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากที่กระทรวงพลังงานได้มีโครงการติดตั้งก๊าซเอ็นจีวีให้รถแท็กซี่ฟรีจำนวน 30,000 คัน โดยในระยะแรกจะดำเนินการจำนวน 15,000 คัน ซึ่งได้ประกาศรับสมัครรถแท็กซี่ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นต้นมา และปิดรับสมัครในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีจำนวนรถแท็กซี่เข้ามาร่วมโครงการไม่ถึง 4,000 คัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้มาก
 ดังนั้นทางกระทรวงพลังงานจึงต้องเลื่อนระยะเวลาการรับสมัครรถแท็กซี่ที่จะเข้าร่วมโครงการออกไปอีก 30 วัน หรือสามารถยื่นคำขอได้จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา ทั้งนี้จากการตรวจสอบเอกสารของรถแท็กซี่ที่ยื่นเสนอมา พบว่ามีผู้สมัครเข้ามาอีกเพียง 5,900 คันเท่านั้น แม้ว่าทางกระทรวงพลังงานได้มีการส่งหนังสือไปยังสหกรณ์รถแท็กซี่และสมาคมแท็กซี่ต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือให้นำรถแท็กซี่เข้ามาร่วมโครงการ แต่ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร และมีจำนวนอู่ติดตั้งก๊าซเอ็นจีวีเข้าร่วมโครงการเพียง 23 อู่ ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 30 อู่ สามารถรองรับการติดตั้งได้วันละ 184 คัน
 นายคุรุจิต กล่าวอีกว่า ส่วนปัจจัยที่ทำให้รถแท็กซี่ไม่มีความสนใจเข้ามาติดตั้งเอ็นจีวีตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น น่าจะมาจากการประกวดราคาจัดซื้อถังก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) และอุปกรณ์ส่วนควบ เพื่อติดตั้งในรถแท็กซี่แทนก๊าซแอลพีจี จำนวน 15,000 ชุด มีความล่าช้ามากว่า 1 ปี ทำให้รถแท็กซี่บางคันไม่รอเข้าโครงการและหันไปติดตั้งเอ็นจีวีแทนก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งในส่วนนี้ทางกระทรวงพลังงานจะทำการตรวจสอบข้อมูลของจำนวนรถแท็กซี่ให้แน่ชัดอีกครั้งว่า จริงๆ แล้วมีจำนวนรถแท็กซี่เท่าใดกันแน่ที่ยังใช้ก๊าซแอลพีจีอยู่และยังไม่เปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี
 นอกจากนี้ มองว่าจากนโยบายการตรึงราคาก๊าซหุงต้มของรัฐบาลที่เป็นอยู่และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปล่อยลอยตัวได้เมื่อใด ทำให้บรรดารถแท็กซี่ไม่อยากเสียเวลา รวมถึงการหาสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวียากกว่าเมื่อเทียบกับการหาสถานีบริการก๊าซแอลพีจี
 อย่างไรก็ตาม จากจำนวนรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะลดปริมาณการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ประมาณ 5,900 ตันต่อเดือน หรือช่วยลดการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยอุดหนุนส่วนต่างราคานำเข้าได้เกือบ 100 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมที่คาดว่า หากติดตั้งได้ 15,000 คัน จะช่วยกองทุนน้ำมันฯลดการอุดหนุนได้ประมาณ 237 ล้านบาทต่อเดือน และหากสามารถดำเนินการให้ครบ 30,000 คันได้ จะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯได้เดือนละ 474 ล้านบาท โดยทางกระทรวงพลังงานได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯเพื่อมาดำเนินโครงการนี้จำนวน 260 ล้านบาท สำหรับการจัดซื้อถังและอุปกรณ์ ส่วนจะมีการเปิดโครงการต่ออีกหรือไม่ คงต้องดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะให้ดำเนินการหรือไม่
 แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำหรับโครงการติดตั้งเอ็นจีวีให้กับรถแท็กซี่ฟรีนั้น อาจจะมีปัญหาความล่าช้าเกิดขึ้น เนื่องจากเวลานี้ยังไม่มีการส่งมอบถังและอุปกรณ์ให้กับอู่ ประกอบกับระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึง 2 เดือน น่าจะไม่สามารถดำเนินงานได้ทัน เพราะสัญญาที่ระบุไว้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 มิถุนายน 2554 ดังนั้น จึงเชื่อว่าการติดตั้งจะต้องล่าช้าออกไปอีก ที่สำคัญมองว่าผู้ประมูลจะสามารถจัดหาถังและอุปกรณ์มาดำเนินการติดตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายไว้ก่อนหน้านี้ 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,633 8-11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

 

Read : 3549 times

jL Poll Module1

เห็นอย่างไรลงทุน LTF,RMF จะไม่ได้สิทธิหักลดหย่อนภาษีอีกแล้ว


 

Poll (2)

ท่านคิดว่ารมต.ใหม่จำเป็นไหมต้องลาออกจากตำแหน่งข้าราชการประจำ
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*