และวันศุกร์สุดสัปดาห์ ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาเรื่อง "CEO Economic Outlook 2011" ที่ห้องศศินทร์ฮอลล์ อาคารศศปาฐศาลา
เนื้อหาสาระจากทั้ง 3 งาน ท่านสามารถหาอ่านได้จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ตั้งแต่ฉบับที่แล้วจนถึงฉบับนี้ แต่ที่อยากจะเขียนถึงคือข้อสังเกตจากเวทีสัมมนา ท่าเรือน้ำลึกปากบารา และ ท่องเที่ยวไทยกับ AEC ซึ่งแม้รายละเอียดจะต่างกัน เพราะเวทีหนึ่งคุยกันเรื่องโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดสตูล อีกเวทีหนึ่งคุยเรื่องผลกระทบกับการรับมือของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในวันที่จะเกิด "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ( ASEAN Economic Community : AEC ) ในปี 2558
แต่ที่เหมือนกันของ 2 เวทีคือ สาส์นที่ส่งไปถึงรัฐบาลไทยเพื่อถามถึงความชัดเจนในนโยบาย และวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่บ้านปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศไทยที่ต้องการเชื่อมฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยซึ่งจะสร้างท่าเรือน้ำลึกที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประตูการค้าสู่อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
ปัญหาหนึ่งคือแรงต่อต้านจากชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ที่เกรงจะเกิดผลกระทบต่อธรรมชาติซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ รวมถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต เพราะขาดความชัดเจนในข้อมูลจากทางราชการซึ่งฝ่ายราชการรู้ดีว่าต้องสร้างความโปร่งใสและสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น
แต่ปัญหาใหญ่คือในขณะที่กระทรวงคมนาคมที่เป็นเจ้าภาพโครงการนี้พยายามผลักดันอย่างเต็มที่ แต่นายกรัฐมนตรีกลับให้ข่าวว่า โครงการนี้ไม่คุ้มค่าจะลงทุน นอกจากนี้ยังกลับไปให้ความสำคัญต่อโครงการท่าเรือทวายของประเทศพม่าซึ่งบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทยไปได้สัมปทาน เสมือนว่าจะใช้เป็นท่าเรือหลักของไทยในฝั่งตะวันตก
ข้าราชการที่รับผิดชอบโครงการนี้ และเอกชนในพื้นที่ที่รอคอยการพัฒนา จึงต้องแสวงหาคำตอบกันต่อไป
ส่วนกรณีที่ 10 ชาติอาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจ ในปี 2558 คือความตกลงร่วมกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของภูมิภาค เป็นเรื่องที่เรารู้กันพอสมควร
แต่ที่ไม่รู้อีกเยอะคือ ในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะมีผลกระทบทั้งบวกและลบ จะมีคนได้และมีคนเสีย จากความได้เปรียบอาจจะกลายเป็นเสียเปรียบ อาจจะเป็นการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น และก็อาจเกิดทุนแฝงที่เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากบ้านเรา
ภาพที่สะท้อนจากเวทีสัมมนาคือผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีและแรงงานลูกจ้างจะได้รับผลกระทบแน่ เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปี แต่วันนี้ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยังไม่มีแผนปรับตัวเลย
ถามว่ากระทรวงท่องเที่ยวมีแผนรับมืออะไรหรือเปล่า...ก็เปล่า ถามว่ารัฐบาลมีนโยบายระดับชาติเพื่อเตรียมพร้อมคนไทยในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือเปล่า...ก็เปล่า
ในหัวของนักการเมืองยามนี้คงมีแต่เรื่องยุบสภา กับเลือกตั้งเท่านั้นกระมัง อนาคตพรรคต้องมาก่อน อนาคตชาติค่อยว่ากันทีหลัง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,621 27-30 มีนาคม พ.ศ. 2554




