Homeฐ.Bloggerคนท้ายซอย คุยกับ“จุติ ไกรฤกษ์ ”......กว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี

คุยกับ“จุติ ไกรฤกษ์ ”......กว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี

พิมพ์

altคุยกับ“จุติ ไกรฤกษ์”
ย้อนความหลังกว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี
ถูกสกัดทางการเมือง-มรสุมชีวิตถูกปิดไฟแนนซ์สูญเงิน 6 พันล้าน..


แม้จะได้รับเลือกเป็น ส.ส.พิษณุโลก ตั้งแต่ปี 2531 แต่กว่าที่ “จุติ ไกรฤกษ์” จะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ต้องบอกว่ามีอุปสรรคไม่ใช่น้อย


เป็นเพราะบุคลิกตรงไปตรงมาไม่ยอมใคร? ทำให้เส้นทางของ จุติ ไกรฤกษ์ ไม่ได้ราบรื่นเหมือน ส.ส.บางคน


แต่ภายหลังจากมีการปรับคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 มีรายชื่อของ จุติ ไกรฤกษ์  บรรจุให้มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที  แทนตำแหน่งในโควต้าเดิมของพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งถูกปรับออก เนื่องจากกรณีการลงมติสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 “ผู้เขียน” ได้มีโอกาสพบ “จุติ ไกรฤกษ์” ในงานเปิดห้องสมุดเยี่ยมชมห้องสมุดโรงเรียนทรัพย์ไพรวัลย์พิทยาคม ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลกใ นพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที

 

                      alt
 

 

 

"สวนของพ่อ" ในไร่ของ จุติ ไกรฤกษ์ ทึ่จ.พิษณูโลก

 

 

 

 

จุติ ย้อนเรื่องราวให้ ฟังว่า  “ผมเป็นคนที่ชัดเจนไม่ร้องขอความเมตตาจากใคร ในชีวิตเกือบจะได้เป็นรัฐมนตรี 2 ครั้ง ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2533 สมัยคุณสมัคร (นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันถึงแก่อนิจกรรม ) ให้ร่วมรัฐบาลเพราะพ่อผมเป็นเลขาธิการพรรคประชากรไทย  คุณสมัคร ท่านน่ารักกับผม ผมไม่เคยแตะเพราะผมถือว่าทุกคนมีข้อยกเว้นด้วยกันทั้งหมด คุณสมัคร เรียกผมกับพรรคพวกไปพบบอกว่าพวกคุณเป็นคนมีคุณภาพจะให้ตำแหน่งคุณ ผมอยากให้คุณ (จุติ ไกรฤกษ์) เป็นรมช.ต่างประเทศ หรือไม่ก็ให้คุณพ่อ (โกศล ไกรฤกษ์) เป็นรองนายกรัฐมนตรี  สุดท้ายผมก็ต้องสนับสนุนคุณพ่อเพราะระหว่างรัฐมนตรีช่วยว่าการกับรองนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสูงกว่าและจะได้เป็นเกียรติประวัติของตระกูล”

 

“ส่วนครั้งที่สองหลังจาก นายชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกครั้งที่สอง ครั้งแรกที่ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเสธสนั่น (พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์) ไม่ยอม ภาคเหนือมีสิทธิ์ได้เก้าอี้รัฐมนตรี 4 คน แต่ จังหวัดพิจิตรได้ไปแล้ว 3 เก้าอี้ คุณชวน อยากให้ผมเป็นแต่เสธหนั่นไม่ยอม และเมื่อปี 2540 ช่วงปลายรัฐบาลมี ส.ส.ภาคเหนือคนหนึ่งลาออกถึงคิวผมแล้ว พี่รักษ์  (รักษ์ ตันติสุนทร เสียชีวิตไปแล้ว)ไปขอตำแหน่งจากเสธสนั่น ให้กับผมแต่เสธหนั่น ไม่ให้เก้าอี้บอกว่าบังคับอะไรมันไม่ได้ แต่ผมก็ได้ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการคลัง” 

 

จุติ ยังบอกอีกว่า การเข้ามาเล่นการเมืองนั้นไม่ได้คาดหวังอะไร เพียงแต่ชอบทำงาน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ไปคุมสวนสัวต์ผมก็จะทำให้สวนสัตว์นั้น ๆ มีความสุขกับครอบครัวคนไทย

“การเมืองฝังอยู่ในสายเลือดเพราะครอบครัว คือ คุณพ่อ (โกศล ไกรฤกษ์) ก็เล่นการเมือง และ ผมเองชอบการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะฉะนั้นการจะเป็นนักการเมืองต้องเรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์,คณะรัฐศาสตร์ และ คณะบัญชี ผมก็เรียนจบมาทุกคณะ”

“ตอนเด็กผมก็ช่วยหาเสียงแล้ว แต่ตอนนี้การหาเสียงเปลี่ยนแปลงไปมากเพราะมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง”


ส่วนการลงพื้นที่ขอคะแนนเสียง “จุติ” บอกว่า ต้องมี 3 สิ่งประกอบ ยกเว้นคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่หาเสียงเพราะมีต้นทุนทางสังคมอยู่แล้ว สิ่งแรกที่นักการเมืองต้องทำ คือ มีผลงานในพื้นที่และสรรหางบประมาณ ส่วนที่สอง คือ ต้องเข้าไปหาประชาชนในพื้นที่ และ ประเด็นสุดท้าย คู่ต่อสู้มีสตางค์คุณก็ต้องมีสตางค์สู้กับเขาบ้าง


“ผมหาเสียงกับพ่อเมื่อปี2522  และปี 2526 กับปี 2529 ลงสมัครแต่ก็สอบตกและเพิ่งได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.เมื่อปี 2531 จนถึงทุกวันนี้ เมื่อก่อนคู่แข่งคือ พรรคชาติไทย แต่ตอนนี้เป็นพรรคเพื่อไทย”


 เส้นทางกว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการ อายุก็ล่วงเลยไปถึง 54 ปีแล้ว

กว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีว่ายากแล้ว!!!


หากแต่สิ่งที่เจ็บปวดในชีวิตของ “จุติ”  เห็นจะเป็นกรณีการปิดบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ตะวันออกไฟแนนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการของผู้พ่อ”โกศล ไกรฤกษ์”  


“ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับปิดบริษัทฯแล้วคุณ...วูบเดียวเงินหายไป 6,000 ล้านบาทตอนนั้นครอบครัวมีหุ้น 60 ล้านหุ้นหุ้นละ 98 บาทพอเกิดเหตุการณ์ปิดไฟแนนซ์ 56 แห่ง หุ้นร่วงติดลบ เงินหายไปในพริบตา !!!  คุณพ่อผมต้องใช้เวลากว่า 2 ปีกว่าจะทำใจได้ท่านต้องมาอยู่ที่ไร่ที่พิษณุโลก เพื่อปลูกมะละกอ จำนวน 200,000 ต้นในพื้นที่ 1,200 ไร่ ส่วนผมใช้เวลาเพียง 3 เดือนต้องนั่งสมาธิและสวดมนต์”

 ที่สำคัญไปกว่านั้นผมถูกครอบครัวต่อว่า ทั้งๆที่ ผม เป็นเลขานุการกระทรวงการคลังในสมัยของ นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยครอบครัวในเรื่องนี้ได้ และ ยิ่งไปกว่านั้นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฏร์พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อให้ผมลุกขึ้นยืนอภิปรายสนับสนุนการปิดไฟแนนซ์ 56 แห่ง

 

“คนทั้งตระกูลสาปแช่งต่อว่าเป็นถึงเลขานุการกระทรวงการคลังแต่ไม่สามารถช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัวได้”

 

จุติ บอกว่า แม้ธุรกิจไฟแนนซ์ยังถูกปิดแต่ปัจจุบันก็ยังมีอสังหาริมทรัพย์อย่างที่ดินในจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 1,200 ไร่ และ มีที่ดินอีกหลายแปลงหนึ่งในแปลงอยู่ที่ ซอยลาซาล ถนนสุขุมวิท 

ถามว่าจะเลิกเล่นการเมืองเมื่อไหร่ จุติ ให้คำตอบว่า “จนกว่าจะขับรถไม่ไหว”


และทั้งหมดคือบางส่วนบนเส้นทางของ “จุติ ไกรฤกษ์” กว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที!!!

 

 

Read : 11171 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

*