นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอเชียซอฟท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้ดำเนินการขยายธุรกิจออกไปสู่การให้บริการซอฟต์แวร์ และบริการไอที โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ คิงซอฟท์ จากประเทศจีน ซึ่งในเบื้องต้นจะมุ่งการให้บริการไปยังกลุ่มผู้ใช้บริการเกมออนไลน์ซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ 16 ล้านไอดี โดยจุดเด่นของซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ คิงซอฟท์ อินเตอร์เน็ต ซิเคียวริตี้ คือ เป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดยมีความเข้าใจผู้เล่นเกม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเป็นภาษาไทย ดาวน์โหลดใช้งานง่าย โดยบริษัทวางราคาจำหน่ายซอฟต์แวร์ดังกล่าว 189 บาทต่อปีต่อเครื่อง ขณะที่ซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ทั่วไปมีราคาประมาณ 500-600 บาทต่อเครื่องต่อปี
โดยภายในปีนี้มีแผนเปิดให้บริการซอฟต์แวร์ และบริการไอทีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตอีก 2-3 บริการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จากธุรกิจบริการซอฟต์แวร์ และบริการไอทีไว้ 50-70 ล้านบาท
"การให้บริการซอฟต์แวร์ และบริการไอที เป็นการต่อยอดธุรกิจให้บริการเกมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจออนไลน์เอนเตอร์เทนเมนต์เดิมที่มีอยู่ ไปยังฐานลูกค้าเดิม ซึ่งที่ผ่านมาส่วนหนึ่งก็เป็นความต้องการของกลุ่มผู้เล่นเกมที่ถูกขโมยรหัส"
สำหรับตลาดเกมออนไลน์ในประเทศปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 2,300-2,500 ล้านบาท ขณะที่ปีที่ผ่านมาตลาดเกมออนไลน์มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของบริษัทปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา โดยปีที่ผ่านมามีรายได้จากตลาดในประเทศ 1,000 ล้านบาท และรายได้จากตลาดต่างประเทศ 500 ล้านบาท
นายปราโมทย์ กล่าวต่ออีกว่า ปีนี้บริษัทตั้งงบประมาณลงทุนไว้ 150 ล้านบาท โดยครึ่งหนึ่งเป็นเงินลงทุนซื้อลิขสิทธิ์เกมต่างประเทศ ระบบไอที และสำนักงาน และอีกครึ่งเป็นการลงทุนขยายธุรกิจไปยังเวียดนาม โดยคาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้ใน 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งรูปแบบการลงทุนเวียดนามจะเป็นการร่วมทุน ส่วนจะร่วมทุนสัดส่วนเท่าใดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษากฎหมายการลงทุนอยู่ ทั้งนี้มองว่าตลาดเวียดนามมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 20 ล้านคน มีประชากร 88 ล้านคน ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีอายุน้อย อย่างไรก็ตามในปีแรกของการทำตลาดเวียดนามยังไม่ได้ตั้งเป้ายอดรายได้เอาไว้ โดยต้องการเข้าไปสร้างระบบให้มีความแข็งแกร่งมากกว่า ส่วนการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดทุนนั้นปีนี้ได้ดำเนินการปรับโครงสร้าง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายลงมา ซึ่งคาดว่าปีนี้จะเริ่มมีกำไร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,511 7 - 10 มีนาคม พ.ศ. 2553
รายการโปรด
Bookmark
ส่งให้เพื่ิอน
จำนวนผู้เข้าชม: 545
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|






