หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home คอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ คอลัมน์: IT Idea ปั้นเด็กไทย ให้เก่งไอที ช่วงปิดเทอม : รศ.ยืน ภู่วรวรรณ

ปั้นเด็กไทย ให้เก่งไอที ช่วงปิดเทอม : รศ.ยืน ภู่วรวรรณ

พิมพ์
User Rating: / 6
แย่ดีที่สุด 

 

             หากถามว่า อาชีพของเด็กคืออะไร ก็คงต้องตอบว่าอาชีพของเด็กคือ เรียนกับเล่น การเล่นของเด็กก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเฟื่องฟูจะให้เด็กไปเล่นม้าก้านกล้วย จะเป็นไปได้หรือ เทคโนโลยีทำให้การมีเพื่อนของเด็กแตกต่างออกไป ไม่จำเป็นต้องไปพบหน้ากัน สามารถเข้าสู่โลกเสมือนจริงพบเพื่อนๆ พูดคุย เล่นสนุกสนานกันในโลกหลังจอสี่เหลี่ยม เล่นได้แม้ในยามค่ำคืนหรือกลางดึก


             ในสังคมปัจจุบันที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมุ่งมั่นแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมทางสังคมได้เปลี่ยนไปมาก เด็กและเยาวชนมีความกดดันจากสังคม ต้องเรียนหนังสือในห้องเรียน มีความเครียด บางคนเลิกเรียนต้องไปเรียนพิเศษต่อ เด็กมักจะย้อนถามว่า ถ้าไม่ให้ผมเล่นเกมเล่นเน็ตแล้วจะให้เล่นอะไร พ่อแม่จำนวนมากไม่ยอมปล่อยให้ลูกไปไหนมาไหนคนเดียว อีกทั้งสนามเด็กเล่นก็ไม่สะดวก การเล่นออนไลน์ดูจะตรงใจเด็กมากที่สุด เพราะเล่นในบ้านได้ หรือร้านเกมก็มีให้เล่นมากมาย


             ที่สำคัญสำหรับพ่อแม่คือ ทำอย่างไรจึงจะเล่นเกม ให้เป็นเกม เล่นเพื่อความสนุกสนาน พักผ่อนจิตใจ

 

             ถมเนินหรือถมบ่อ


             โดยธรรมชาติของมนุษย์ ทุกคนเกิดมามีความแตกต่างกัน มีความถนัดหรือความชอบที่ต่างกัน แม้แต่ในเรื่องความสามารถเฉพาะตัวก็ต่างกัน
 

             เด็กบางคนเก่งภาษาอังกฤษ เรียนได้ดีในวิชาภาษาอังกฤษ ชอบสังคมศาสตร์ แต่ไม่ถนัดในเรื่องคณิตศาสตร์ หากจะถามพ่อแม่ว่า ถ้าจะให้เรียนพิเศษ จะให้เรียนอะไรดี พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องการถมบ่อ ต้องการเติมเต็ม แต่ขัดกับความชอบหรือความถนัดของเด็ก เท่ากับเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้เด็กค่อนข้างมาก การกระทำอะไรในสิ่งที่ชอบย่อมประสบความสำเร็จได้ดีกว่า


             ระบบการศึกษาที่พ่อแม่ตั้งความหวังไว้ จึงเป็นแรงกดดันให้เกิดความเครียด เด็กอาจต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ การเรียนที่ต้องแข่งขันกันมาก เด็กจึงหาทางออกด้วยการมุดผ่านจอสี่เหลี่ยมไปในโลกเสมือนจริง ในสังคมออนไลน์ ที่มีความสนุกสนาน พบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงที่มีความสนใจและเข้าใจร่วมกัน 
 

             ออนไลน์บนโลกเสมือนจริงจึงเป็นทางออกของเด็ก เมื่อเข้าไปอยู่นานๆ ก็ได้เห็นหรือเปรียบเทียบกับโลกความจริง โลกจริงไม่สนุกสนาน น่าเบื่อมีความเครียดสูง ซึ่งตรงข้ามกับโลกเสมือนจริงโดยสิ้นเชิง ทำให้ห่างเหินและไม่สนใจกับโลกจริง ยิ่งเด็กมีวุฒิภาวะน้อย จึงสร้างปัญหาเด็กติดเกม ติดเน็ต คือใช้เวลามากไป ไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมในโลกจริง

 

             ปัญหาเริ่มเมื่ออายุเท่าไร


             จากการเก็บข้อมูลและศึกษามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบว่า จุดปัญหาการเข้าสู่โลกออนไลน์ของเด็กเริ่มจากประถมปลาย และมีปัญหาสูงสุดในช่วงมัธยมต้น และจะค่อยๆลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้นตามวุฒิภาวะ 


             เด็กในวัยนี้ก้าวสู่โลกออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ การแชตกับเพื่อน การเข้าเครือข่ายสังคม จำพวกไฮไฟว์ เฟสบุก และการเล่นเกมทั้งที่เป็นเกมคอนโซลและเกมออนไลน์


             การที่มีปัญหามากในช่วงวัยรุ่นส่วนหนึ่งเป็นเพราะ วุฒิภาวะของเด็กในการแยกแยะระหว่างโลกเสมือนจริง กับโลกจริง ยังไม่ได้ ความนึกคิดในโลกเสมือนจริงผูกพันกับจิตใจมาก ทำให้ไม่สามารถแบ่งแยก และเห็นความสำคัญของโลกจริง ทำให้ใช้เวลาในโลกเสมือนจริงมากเกินไป ครั้นเมื่อมีอายุมากขึ้น การแยกแยะ ความมีสติ ความคิดและความรับผิดชอบจะเป็นตัวแบ่งแยก อย่างไรก็ดีพบว่ากลุ่มเด็กที่เข้าสู่โลกไซเบอร์เร็วมีโอกาสเสี่ยงสูงในการติดเน็ต ติดเกม


             การสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กในวัยก่อนวัยรุ่นให้เข้าใจในเรื่องโลกสองสถานะจึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเน้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริง

 

             การสมดุลระหว่างโลกจริงกับเสมือนจริง คือแนวทางแก้ปัญหา


             ในยุคไอซีทีที่กำลังเฟื่องฟู ความสำคัญของไอซีทีที่มีบทบาทในการดำเนินการต่างๆมีมากมาย ไอซีทีเป็นเครื่องมือของการเข้าถึงแหล่งความรู้ ใช้ในการสื่อสารเชื่อมโยงและดำเนินกิจกรรมระหว่างกัน ทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้ไอซีทีอย่างแน่นอน


             การแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนจึงมิได้อยู่ที่การปิดกั้น การห้าม ซึ่งวิธีการที่ผ่านมาไม่ได้ผลโดยสิ้นเชิง เด็กและเยาวชนมีขีดความสามารถในการใช้ไอซีทีสูง มีหนทางการหลบเลี่ยงได้


             การแก้ปัญหาที่สำคัญจึงต้องยึดหลักสายกลาง คือสร้างความพอดีระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนจริง ให้มีกิจกรรมของเด็กที่สมดุลระหว่างโลกที่เป็นจริงกับเสมือนจริง เปิดเวทีโลกจริงให้เด็กได้สนุก ทั้งกิจกรรมที่มีความสนุก ดนตรี การแสดง กีฬา เกมนันทนาการ หรือแม้แต่กิจกรรมทางสังคมของครอบครัว การเดินทาง ท่องเที่ยว การพบปะผู้คน ในโรงเรียนน่าจะมีกิจกรรมเสริมทางสังคมบนโลกจริงที่สนุก การจัดค่ายกิจกรรมต่างๆ การทัศนะศึกษา การเรียนรู้แบบกิจกรรมที่มีส่วนร่วมบนโลกจริง ขณะเดียวกันก็มีการเสริมเข้ากับกิจกรรมโลกเสมือนจริงและการออนไลน์ต่างๆ 

 

             ข่าวคราวเมื่อเร็วๆนี้เกี่ยวกับการเรียนแบบเกมในการก่อคดี สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมเป็นอย่างมาก หลายหน่วยราชการออกมาแสดงความคิดเห็นและดำเนินการบางอย่าง แต่ทุกครั้งก็จะเป็นไปตามกระแสและก็เงียบไปในที่สุด


             เกมคอมพิวเตอร์จึงเป็นจำเลยของสังคม หลายฝ่ายทำให้มองเห็นว่าเกมเป็นสิ่งเลวร้าย มีผลทำให้เกิดคดีดังกล่าว ขณะเดียวกันหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจึงใช้โอกาสและอำนาจที่มีในการสั่งห้ามเกมสิบเกมที่เป็นเกมรุนแรง 


             สิ่งที่น่าสังเกตคือ วิวัฒนาการของเกมมีมานานแล้ว แม้กระทั่งเกมจีทีเอ หรือสิบเกมที่ประกาศก็มีเล่นมานานมากแล้ว เกมเหล่านี้สร้างมาเมื่อสี่ห้าปีก่อนแล้ว เด็กไทยส่วนใหญ่ก็รู้จักดี และเคยเล่นมาแล้วทั้งสิ้น ยิ่งในปัจจุบันมีเกมเป็นหมื่นเป็นแสนเกม มีเกมออกใหม่ให้เห็นเกือบทุกวัน การแก้ปัญหาในขณะนี้จึงเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ยอมมองหาต้นเหตุแห่งปัญหาที่แท้จริง


             ผมเคยลองตั้งคำถามกับเด็กและเยาวชนที่มาเข้าค่ายที่จัดขึ้นในภาคฤดูร้อนว่า ถ้าหากมีการห้ามไม่ให้เล่นเกมเล่นเน็ตหรือจำกัดเวลาเล่นจะเป็นไปได้ไหม เด็กและเยาวชนย้อนถามกลับทันทีว่า ถ้าไม่ให้พวกผมเล่นแล้วจะให้พวกผมทำอะไร ในเมื่อทุกวันนี้ไม่มีอะไรที่ให้พวกผมได้ทำในช่วงเสาร์อาทิตย์หรือตอนปิดเทอม มีแต่จะให้เรียนอย่างเดียว การเดินทางไปไหนมาไหนในเมืองใหญ่ก็ไม่ง่ายนัก ผมก็ต้องอยู่บ้าน แล้วจะให้ทำอะไร
 

             สำคัญอยู่ที่จัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชน


 

รศ.ยืน ภู่วรวรรณ

             ผมอยู่ในแวดวงการศึกษา เห็นการพัฒนาของเด็กไทยมาตั้งแต่ครั้งอดีต จนถึงปัจจุบัน การทำงานทางด้านการศึกษาของเรายังไม่ก้าวไปใหน ความสำเร็จของประเทศอยู่ที่ทรัพยากรบุคคล ความสำเร็จอยู่ที่คุณภาพของการเรียนรู้ เทคโนโลยีที่มีบทบาทส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ ต้องการคนเรียนรู้ นำมาใช้ได้เร็ว สามารถสร้างคุณค่าและผลงานได้ การสร้างเด็กและเยาวชนในวันนี้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า พวกเขาก็จะเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศ


             การสร้างหลักสูตรการเรียนของเราตั้งแต่ระดับประถม มัธยม และ อุดมศึกษา เราเน้นที่เนื้อหาวิชาการมากเกินไป หลักสูตรเขียนให้เรียนรู้สาระนั้น สาระนี้ เน้นที่วิชาการ จนน่าจะกล่าวว่า หลักสูตรของเราเรียนเนื้อหาวิชาการมากที่สุดในโลก มีการวัดผลด้วยการสอบ โดยนำเนื้อหาทางวิชาการมาวัด วัดด้วยการสอบ เด็กไทยจึงทำสอบได้ดี แต่นำไปคิดวิเคราะห์ หรือสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ไม่เป็น เรียนรู้ในรูปแบบรับรู้ และยังแสวงหาความรู้ไม่เป็นมักรอการบอกให้ การพัฒนาสิ่งใหม่เพื่อการแข่งขันจึงเป็นไปได้ยาก ขาดการเรียนรู้ ชีวิต การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์
 

             ชีวิต คือ ความสัมพันธ์ การทำงานและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสม มีกาลเทศะ มีคุณธรรม และสามารถยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่นได้


             การแก้ปัญหา คือความสามารถในการคิดวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และนำไปสู่การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเหมาะสม


             ความคิดสร้างสรรค์ คือความสามารถในการคิดหรือออกแบบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ หรือคุ้มค่ากว่าของเดิมที่มีอยู่ รวมไปถึงการต่อยอดแนวคิดเดิมๆ สู่สิ่งใหม่


             การสร้างทรัพยากรมนุษย์จึงต้องคำนึงถึงทุกด้าน ไม่เน้นวิชาการด้านเดียว จึงจะทำให้การพัฒนาทางด้านต่างๆของประเทศให้เกิดการแข่งขันได้ เราไม่สามารถสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น โดยไม่คำนึงถึงทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวโยงกันอย่างแน่นหนา จึงต้องผูกพันและเชื่อมโยงไปด้วยกัน


             การสร้างค่ายสำหรับยาวชนคนรุ่นใหม่


             ผมเห็นปัญหาเหล่านี้อย่างชัดเจน ทุกภาคฤดูร้อน หรือช่วงปิดเทอม ผมจึงอยากมีส่วนช่วยสร้างสรรค์เด็กและเยาวชน คนรุ่นใหม่ ถึงแม้จะทำได้น้อยนิดก็ตาม แต่ก็ได้พยายาม จนบัดนี้ ผมได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาให้คนรุ่นใหม่ดำเนินการ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า คิวบิกครีเอทีฟ โดยการจัดค่ายเยาวชนให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเสริมการเรียนรู้ ในเรื่องชีวิต การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ เน้นการทำงานอย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่มในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ รู้จักการทำงานเป็นทีม ร่วมงานกับผู้อื่น มีชีวิตที่เป็นสุข พร้อมมองโลกในแง่บวก


             ค่ายเยาวชนที่ทำมานานกว่ายี่สิบปี จึงค่อยๆพัฒนาและอยากเป็นต้นแบบของการศึกษาในส่วนที่ขาดหายไปจากโรงเรียน เพื่อว่าการสร้างสรรค์ความคิด การเรียนรู้ และการสร้างนวัตกรรมจะได้มีขึ้น ผมจึงอยากให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมได้เรียนรู้ในช่วงเวลาที่เว้นว่างจากโรงเรียน

 

             ปิดเทอมใหญ่ให้เด็กทำอะไรดี

 

             ในช่วงปิดเทอมใหญ่เป็นช่วงที่เด็กและเยาวชนมีเวลาที่ว่างเว้นจากการเรียนในภาคเรียนปกติ ในช่วงเวลานี้จะให้เด็กทำอะไร แน่นอนที่สุด หากมีเวลาเมื่อใด เด็กก็จะเข้าสู่โลกเสมือนจริง เล่นเกม เล่นเน็ต พูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนบนเน็ต เป็นผลจูงใจเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่มากเกินไป เป็นหนทางนำไปสู่ปัญหาการติดเกมในอนาคตได้


             การสร้างกิจกรรมในช่วงปิดเทอมควรเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน สร้างความสมดุลทั้งโลกจริงและโลกเสมือนจริง เด็กควรได้เรียนรู้สังคมจริง การอยู่ร่วมกัน การแก้ปัญหา มีกิจกรรมสนุกๆบนโลกจริงบ้าง หากให้อยู่แต่ในบ้าน การก้าวผ่านจอสี่เหลี่ยมไปหาโลกเสมือนจริงคงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้


             กลุ่มเยาวชนคิวบิกครีเอทีฟ และทีมงานจากสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงไอซีที ทำการออกแบบรูปแบบกิจกรรมสนุก ทางด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานกับสังคม และการอยู่ร่วมกัน การแก้ปัญหา เพื่อหารูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมที่จะส่งเสริมให้มีการจัดให้กับเด็กและเยาวชนในการสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ จึงได้ดำเนินการจัดค่ายเยาวชนไทยก้าวไกลด้วยความคิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 2 เน้นกลุ่มเด็กที่อยู่ในระดับ ป.6-ม.3 ในวันที่ 6-11 เมษานี้ เป็นค่ายพักแรมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กิจกรรมค่ายเน้นความสำคัญให้เด็กได้สนุกและมีกิจกรรมในโลกจริง โดยใช้เทคโนโลยีที่ชื่นชอบของเด็กเป็นตัวจูงใจ ดูรายละเอียดได้ที่ www.ku.ac.th หรือที่ cubiccreative.org   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่สำนักบริการคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  โทร 086 841 1265 หรือ โทร 02 562 0951-6 ต่อ 2535


             ก็อยากให้หน่วยงานที่จัดการศึกษาหันมาสนใจการพัฒนาทักษะชีวิต การคิดแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทยกันครับ

 

ผู้เขียน :  รศ.ยืน ภู่วรวรรณ
              รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
              มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

Read : 9077 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*