หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home Breaking News ข่าวในประเทศ โพลล์สำรวจ 60.06% วัยรุ่นไทยนิยมการออกกำลังกายทั้งเล่นกีฬาและวิธีอื่นควบคู่กัน

โพลล์สำรวจ 60.06% วัยรุ่นไทยนิยมการออกกำลังกายทั้งเล่นกีฬาและวิธีอื่นควบคู่กัน

พิมพ์

ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส,อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ,ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการ,ดร.กุลธิดา  เสาวภาคย์พงศ์ชัย กรรมการรองผู้อำนวยการ และอาจารย์วัฒนา บุญปริตร กรรมการรองผู้อำนวยการ สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ระดับอุดมศึกษาร่วมแถลงผลการสำรวจพฤติกรรมการออกกำลังกายของวัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 15-25 ปี จำนวน 1,064 คน ระหว่างวันที่ 11-16 ธันวาคม  2556

สืบเนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องซึ่งดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านระบบอินเทอร์เน็ตจึงทำให้เทคโนโลยีทั้งสองก้าวเข้ามามีบทบาทกับการดำรงชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอย่างมาก ทั้งนี้ด้วยคุณสมบัติของการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีความหลากหลาย ใช้งานง่ายขึ้น พกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก และราคาไม่สูงมาก ประกอบกับการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความสะดวกรวดเร็วขึ้นมาก ขณะที่ผู้คนสามารถทำกิจกรรมที่หลากหลายบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เช่น การติดต่อสื่อสาร พูดคุย ค้นหาข้อมูล เล่นเกม ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง   เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ การใช้คอมพิวเตอร์และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจึงเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ได้เริ่มมีเสียงสะท้อนของสังคมถึงผลกระทบจากการใช้งานคอมพิวเตอร์และการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความสะดวกรวดเร็วและสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะจากกลุ่มนักวิชาการและพ่อแม่ผู้ปกครองที่แสดงความห่วงใยว่ากลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นจะเอาเวลาไปอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ มากกว่าจะเอาเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่น รวมไปถึงการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายซึ่งจะส่งผลเสียกับทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาว
จากประเด็นดังกล่าว สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายของกลุ่มวัยรุ่นไทยในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งศ.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส กล่าวจากผลการสำรวจสามารถสรุปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 51.32โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.63 มีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 19ถึง 22ปี และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ/เทียบเท่าซึ่งคิดเป็นร้อยละ 33.27
ในด้านพฤติกรรมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายนั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.06ระบุว่าตนเองออกกำลังกายทั้งโดยการเล่นกีฬาและโดยวิธีอื่นๆ ควบคู่กัน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 17.95ระบุว่าตนเองออกกำลังกายโดยวิธีต่างๆ เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้เล่นกีฬา และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 11.28ระบุว่าตนเองออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 10.71ไม่ได้ออกกำลังกายทั้งโดยการเล่นกีฬาและโดยวิธีอื่นใดเลย เมื่อจำแนกเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่เล่นกีฬานั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 41.54เล่นกีฬาบ้าง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 29.79 เล่นกีฬาเป็นประจำ และเมื่อจำแนกเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่ออกกำลังกายโดยวิธีต่างๆ นั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 44.27ระบุว่าออกกำลังกายบ้าง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างประมาณหนึ่งในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 33.74ออกกำลังกายเป็นประจำ สำหรับประเภทกีฬาที่กลุ่มตัวอย่างนิยมเล่นเพื่อเป็นการออกกำลังกายสูงสุด 5อันดับคือ ฟุตบอล คิดเป็นร้อยละ 84.98แบดมินตัน คิดเป็นร้อยละ 81.82 วอลเลย์บอล คิดเป็นร้อยละ 80.11 บาสเกตบอล คิดเป็นร้อยละ 78.26และฟุตซอล คิดเป็นร้อยละ 75.1ส่วนวิธีการออกกำลังกายนอกเหนือจากการเล่นกีฬาที่กลุ่มตัวอย่างนิยมสูงสุด 5อันดับคือ การเดิน/วิ่ง คิดเป็นร้อยละ 86.39 ออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์ เช่น ราวโหน สายพาน จักรยาน คิดเป็นร้อยละ 82.39 กายบริหาร เช่น วิดพื้น ซิทอัพ คิดเป็นร้อยละ 78.55 เต้นประกอบจังหวะ เช่น แอโรบิค ลีลาศ คิดเป็นร้อยละ 75.3 และเล่นโยคะ คิดเป็นร้อยละ 71.1
ในด้านความถี่และระยะเวลาในการเล่นกีฬา-ออกกำลังกายนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 39.89เล่นกีฬา-ออกกำลังกายโดยเฉลี่ย 3 – 4วันต่อหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 39.79ออกกำลังกายโดยเฉลี่ย 30 – 60นาที ส่วนสถานที่ที่กลุ่มตัวอย่างนิยมใช้เล่นกีฬา-ออกกำลังกายสูงสุด 3อันดับ  ได้แก่ สนามกีฬาในสถาบันการศึกษา/ที่ทำงาน  คิดเป็นร้อยละ 83.26ลานกีฬาชุมชน คิดเป็นร้อยละ 81.05และภายในบริเวณที่พักอาศัย คิดเป็นร้อยละ 77.79และสำหรับเหตุผลสำคัญ 5อันดับสูงสุดที่กลุ่มตัวอย่างเล่นกีฬา-ออกกำลังกายคือ ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง คิดเป็นร้อยละ 85.05มีปัญหาสุขภาพ คิดเป็นร้อยละ 81.68ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ คิดเป็นร้อยละ 79.16ต้องการลดน้ำหนัก คิดเป็นร้อยละ 76.84และบุคคลใกล้ชิด/เพื่อนฝูงชักชวนให้เล่น คิดเป็นร้อยละ 74.24แต่อย่างไรก็ตามในการเปรียบเทียบความต้องการระหว่างการเล่นกีฬา-ออกกำลังกายกับการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อกลุ่มตัวอย่างมีเวลาว่างจากการเรียน/ทำงานนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 39.58ยอมรับว่าเมื่อมีเวลาว่างจากการเรียน/ทำงาน ตนเองอยากใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกม/ใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าอยากไปเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย   ขณะที่กลุ่มตัวอย่างเพียงประมาณหนึ่งในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 26.63ระบุว่าตนเองอยากจะใช้เวลาว่างเพื่อเล่นกีฬา/ออกกำลังกายมากกว่า ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 33.79อยากทำทั้งสองอย่างพอๆ กัน
 

Read : 634 times

jL Poll Module1

เงินจ่ายคืนภาษีรถคันแรกปีนี้ไม่พอ คลังขอใช้งบกลาง/เงินคงคลังหมื่นล.ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ห่วงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนายกฯ จุดชนวนรุนแรง ท่านเชื่ออย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ