Homeการเงินการเงิน-ตลาดทุน 'วรภัค ธันยาวงษ์'ซีอีโอกรุงไทย

'วรภัค ธันยาวงษ์'ซีอีโอกรุงไทย

พิมพ์
 ก้าวสู่ปีที่ 2 ของ "วรภัค ธันยาวงษ์" ซีอีโอ  ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หลังปรับกระบวนการทำงาน 3 ส่วนคือ สร้างมาตรฐานในการทำตลาด 11 กลุ่มลูกค้าในกระบวนการเดียวกัน (หน้าบ้าน) เพิ่มทักษะบุคลากรให้เป็นทีมสนับสนุนทุกบริการ (ในบ้าน) วรภัค ธันยาวงษ์วรภัค ธันยาวงษ์และประเมินลูกค้าให้ถูกต้องแม่นยำ ด้วยระบบการอนุมัติสินเชื่อทั้งตะแกรงและอัตราปฏิเสธถี่ขึ้นตามมาด้วยการติดตามหรือ Collection (หลังบ้าน)  โดยตอกย้ำสิ่งที่ทำมา 1 ขวบปีจะเป็นลู่วิ่งที่ดีสำหรับม้าแข่งพันธุ์ดี
+++ทิศทางอีก 3 ปีข้างหน้า
    สิ่งที่จะทำต่อยอดจากฐานสินทรัพย์ที่มีอยู่ 2.4 ล้านล้านบาท โดยมีสินเชื่อรวม 1.7 แสนล้านล้านบาทและเงินฝาก 1.8 ล้านล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า กรุงไทยจะเป็น The Best Bank ทั้งด้านการสร้างทีมงาน ระบบการบริหารความเสี่ยงและผลกำไรเติบโต 3 เท่าจากปี 2555 อยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจเชิงรุกแบบก้าวกระโดด ภายใต้สัญญาใจระหว่างผู้บริหารกับพนักงานที่จะร่วมกันสานฝันสู่ "ดวงจันทร์" เพราะหัวใจของการเติบโตที่ยั่งยืนมั่นคงนั้นผู้บริหารต้องทำให้กรุงไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 ของคนรุ่นใหม่  และเน้นย้ำการสร้างบรรยากาศการทำงานให้กล้าคิด กล้าแสดงออก
    "กรุงไทยเป็นแก้วใบใหญ่แต่มีน้ำเพียงครึ่งแก้ว เมื่อผมเข้ามารับไม้ต่อยอดจึงช่วยกันปรับ 8ชั่วโมงของการทำงานให้มีประสิทธิภาพโดยสร้างแรงบันดาลใจให้มีพนักงาน 2 หมื่นคนร่วมกันทำงานเต็มความสามารถเต็มใจและในอีก 3 ปีต่อไปเราจะเติบโตมากกว่าประวัติศาสตร์ ผมเน้นกำไรไม่เน้นสินทรัพย์ด้วยทรัพยากรและทุนเท่าเดิม"
        ปัจจุบันกรุงไทยมีฐานเงินทุนประมาณ 2 แสนล้านบาท มี Car Ratio อยู่ที่ 15% ซึ่ง 3 ปีข้างหน้าน่าจะเพียงพอไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนแต่อย่างใด ภาพรวมอัตราการเติบโตนั้น ทั้งสินเชื่อ เงินฝากและรายได้ ซึ่งแต่ละปีสินเชื่อจะเติบโตประมาณ 1.5 เท่าของจีดีพี  ขณะที่จะปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่อด้วยการเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนจากสเปรดอยู่ที่ระดับ 3% มาจากสัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อยที่จะเพิ่มเป็น 60% จากปัจจุบันรายใหญ่มีสัดส่วน 40% รายย่อย 30% เอสเอ็มอี 20% และสินเชื่อภาครัฐอีก 10% ขณะเดียวกันอยากเห็นการทำ Cross sell เป็น 5 โปรดักต์ต่อคนจากปัจจุบันอยู่ที่ 2.4 โปรดักต์ โดยจะลดหนี้เอ็นพีแอลทั้งก่อนและหลังหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเหลือไม่เกิน 1-2% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7% และทยอยตั้งสำรองเป็น 150-180% จากปัจจุบันอยู่ที่ 120%
    "วรภัค" ระบุว่า เป้าไปดวงจันทร์นั้น มีการแจ้งคณะกรรมการรับทราบโดยยอมรับว่าเป็นก้าวกระโดดที่เป็นข้อตกลงร่วมกับผู้บริหารและพนักงานไม่ใช่เป้าที่เป็นทางการ แต่ตอนเสนอธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการเตือนเหมือนกันแต่ในทางปฏิบัติเราแค่ขอของเราคืน ไม่ได้ไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดของใคร คือ เป็นการทำบ่อเดิมที่ขุดให้ลึกและกว้างขึ้น ซึ่งรายได้ต่อหัวต่อคนเมื่อเทียบกับระบบยังมีรูมที่ไปได้
+++เพิ่มทักษะคน
    เรื่องบุคลากรนั้น ปัจจุบันยังมีโครงการ KTB High Potential  ซึ่งจะผลักดันพนักงานที่มีศักยภาพทำงานที่เหมาะกับศักยภาพโดยมีคณะกรรมการคัดเลือกภายใต้เงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่นผลงานและการบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่งจะมีการทบทวนทุกปี "ขณะเดียวกันจะมีการหมุนเวียนระบบการทำงานแต่ละหน่วยงานโดยมีผมเป็นประธาน"
    นอกจากนี้ที่ผ่านมาธนาคารเริ่มทยอยปรับทักษะเพื่อ "ตลาดเชิงรุก" ให้พนักงานสามารถแนะนำลูกค้าได้โดยต้องดำเนินการต่อด้วยการเน้นย้ำการสื่อความมากขึ้น เพื่อทำให้กรุงไทยมีผลตอบแทนที่สอดคล้องกันและพนักงานทุกคนจะได้รับผลตอบแทนตามผลงานและศักยภาพ  ซึ่งอยู่ระหว่างทดลอง 10 สาขา เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมกำหนดสิ้นสุดเดือนธันวาคมนี้ ถัดไปจะทดลองอีก 45 สาขาตั้งแต่ 1 ธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เมื่อสิ้นสุดโครงการทดลอง 2โครงการจะนำผลที่ได้ไปปรับใช้กับสาขาที่เหลือ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,897  วันที่  17 - 20  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2556

 

Read : 1855 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*