TIFF 2015: ASEAN Smart Living งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของอาเซียน และเวทีเจรจาการค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เชิญชวนดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ สมัครเข้าร่วมแสดงผลงานในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2558 ครั้งที่ 19 หรือ TIFF 2015 ณ อาคารเดอะชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ...อ่านต่อ
Homeการตลาดคอลัมน์ : ตลาด ซิงเกอร์รุกขายผ่านห้างแม็คโคร

ซิงเกอร์รุกขายผ่านห้างแม็คโคร

พิมพ์

 ซิงเกอร์ ลุยตลาดสินค้าพาณิชย์ ขยายลูกค้ากลุ่มโชวห่วย เตรียมขายผ่านแม็คโคร 10 สาขา พร้อมวาง 4 กลยุทธ์ สร้างความเป็นผู้นำธุรกิจขายตรงเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมออกแคมเปญ ใช้ฐานลูกค้า 1.8 แสนราย เป็นผู้ช่วยขายสร้างยอด

     นายบุญยง ตันสกุล  กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  บริษัทเตรียมแผนการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ซิงเกอร์  เพื่อวางจำหน่ายในห้างแม็คโคร  ภายในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้  โดยจะคัดเลือกสาขาที่มีศักยภาพประมาณ 10 สาขา เริ่มต้นในการวางจำหน่ายสินค้า  ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ อาทิ ตู้ขายสินค้าแบบหยอดเหรียญ  ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ  ตู้เติมเงินออนไลน์ เป็นต้น  บริษัทคาดว่าการขายสินค้าผ่านห้างแม็คโคร  จะช่วยขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าร้านโชวห่วยให้เพิ่มมากขึ้น  จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ 40%
     "การขายผ่านแม็คโครนอกจากจะได้ยอดขายแล้ว  ยังจะเป็นการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย  เพราะยังมีกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่รู้ว่าซิงเกอร์มีสินค้าเชิงพาณิชย์ขาย  และปกติจะสินค้าขายในแม็คโครจะเป็นเงินสดอย่างเดียว  แต่ซิงเกอร์จะมีการให้บริการเงินผ่อนกับสินค้าของซิงเกอร์เอง  ต่อไปในอนาคตอาจจะขยายไปสู่สินค้าเชิงพาณิชย์แบรนด์อื่นๆ และที่ไม่ใช้ของซิงเกอร์ด้วย  รวมถึงการใช้ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัสเข้าบริการสินค้าของแบรนด์ซิงเกอร์  และสินค้าอื่นๆ ต่อไป" นายบุญยง กล่าวและว่า
     สำหรับตลาดตู้แช่ของซิงเกอร์ถือว่ามีการเติบโตสูง  ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด 30-40%  เนื่องจากผู้ผลิตแบรนด์สินค้ารายใหญ่  หันไปรับจ้างผลิตให้กับผู้ผลิตเครื่องดื่มที่เปิดตัวใหม่  ทำให้ไม่ได้ลงมาแข่งขันในตลาด  ขณะที่แนวทางการทำตลาดของซิงเกอร์ในช่วงที่ผ่านมา  จะไม่เน้นการขายสินค้าที่โชว์รูมสาขา  แต่จะเน้นการออกไปหาลูกค้าเป็นหลัก  ทำให้สัดส่วนยอดขายโดยรวมที่เกิดจากการออกไปขายให้กับลูกค้าโดยตรงมีมากถึง 95% ขณะที่ยอดขายที่ร้านสาขามีอัตราส่วนเพียง 5% เท่านั้น
     นายบุญยง  ยังกล่าวถึงกลยุทธ์การทำตลาดในระยะ 4-5 ปีนับจากนี้ว่า  ยังคงวางเป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยธุรกิจเงินผ่อน  ที่เน้นสินค้ามีคุณภาพและการบริการ  ภายใต้ 4 กลยุทธ์ หลัก  ได้แก่ 1. การให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่าย  ทั้งทางด้านการบริหารจัดการและการขยายสินค้าเพิ่มขึ้น  ซึ่งบริษัทวางแผนที่จะออกบัตร "ซิงเกอร์การ์ด"  เพื่อให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติสินเชื่อที่ดี  โดยลูกค้าที่ได้รับจะสามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินสินเชื่ออีกครั้ง  ซึ่งบริษัทวางแผนไว้ว่าจะใช้กับกลุ่มลูกค้าเดิมของบริษัท  และขยายไปสู่ร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือโมเดิร์นเทรดอื่นๆ ด้วย
     กลยุทธ์ที่ 2 จะเน้นการขยายยอดขายต่อสาขาเพิ่มขึ้น  โดยเน้นเพิ่มยอดขายของพนักงานขายให้มากขึ้นด้วย  ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะมีการออกแคมเปญใหม่ ที่ให้กลุ่มลูกค้าที่มีอยู่กว่า 1.8 แสนราย  เป็นผู้ช่วยขายสินค้า  โดยบริษัทจะให้ผลตอบแทนจากการที่ลูกค้าเดิมแนะนำลูกค้าใหม่ให้  ทั้งในรูปของเงินรางวัลและการลดค่างวดผ่อนชำระของลูกค้าเดิม  ซึ่งจะทำให้บริษัทมีผู้ช่วยพนักงานขายเพิ่มมากขึ้น จากจำนวนพนักงานขายของบริษัทที่มีประมาณ 3.5 พันราย  ขณะที่ตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านบริษัทก็จะหาพันธมิตรเพิ่มมากขึ้นด้วย 
    ส่วนกลยุทธ์ที่ 3 บริษัทจะขยายและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไอที  ให้สามารถรองรับกับการบริหารงานและการเติบโตในอนาคต  ส่วนกลยุทธ์ที่ 4 บริษัทจะเน้นการบริการหลังการขาย  และการขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มธุรกิจ (B2B)  อาทิ  การจำหน่ายตู้แช่ไวน์  การให้บริการดูแลระบบแอร์ให้กับบริษัทด้านไอที  และการบริการรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับแบรนด์อื่น
    สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินธุรกิจของปีนี้ เชื่อว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมาเพราะบริษัทหันมารุกขายสินค้าเชิงพาณิชย์มากขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 50% จากปีก่อนที่ 40% และลดสินค้าครัวเรือนลงเหลือ50% จากปีก่อนที่มีสัดส่วน 60% และได้เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้โต 25% มากกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าจะโต 15% เนื่องจากครึ่งปีแรกมีรายได้เกินกว่าที่คาดไว้โดยเติบโต 35% ขณะที่กำไรสุทธิน่าจะทำสถิติสูงสุดรอบ 10 ปี โดยผ่านมาครึ่งปีทำได้ 196 ล้านบาท ใกล้เคียงกับของปีก่อนทั้งปีที่ทำได้ 226 ล้านบาท
    "บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา ทั่วประเทศ มูลค่าเงินลงทุนรวม 40 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 5 สาขา และปัจจุบันมีทั้งหมด 212 สาขา  ขณะเดียวกันบริษัทยังกำลังเจรจาหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศเมียนมาร์ เพื่อขยายฐานในอาเซียนเพิ่มขึ้น และตั้งเป้ารายได้ในต่างประเทศปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3-5% ภายนอกปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 1%" นายบุญยง กล่าวในตอนท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,875  วันที่  1 - 4  กันยายน  พ.ศ. 2556

 

Read : 2480 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*