HomeAEC news ประชาคมเศรษฐกิจอาซียน แท้จริงคืออย่างไร

ประชาคมเศรษฐกิจอาซียน แท้จริงคืออย่างไร

พิมพ์

Chut-Plian-Prathet-Thai    ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือชื่อย่อว่า AEC นั้นมีการพูดกันมากในช่วงปีที่ผ่านมาข่าวคราวเกี่ยวกับ AEC ในสื่อต่างๆ และการสัมมนาที่มีมากมายจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นข่าวรายวัน อย่างไรก็ตามความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับ AEC นั้นอยู่ในลักษณะวงจำกัดมาก ส่วนใหญ่ก็จะมอง AEC ในลักษณะว่ากันตามเอกสารของทางราชการที่มีการแจกจ่าย กล่าวคือการพูดถึงเป้าหมายของ AEC จะมี 4 ประการ คือ 1. เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม 2. เสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน 3. พัฒนาความเท่าเทียมกันของเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก 4. บูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ในส่วนของเป้าหมายประการแรกนั้นมีรายละเอียดในเอกสารทั่วไปพบว่ามี 5 ประการ คือ 1. เปิดเสรีสินค้า 2. เปิดเสรีบริการ 3. เปิดเสรีแรงงานมีฝีมือ 4. เปิดเสรีการลงทุน 5. เปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุน

    ความจริงนั้นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็คือกระบวนการในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ในลักษณะที่ใช้รูปแบบของประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) โดยเนื้อแท้แล้วคือ การรวม กลุ่มในลักษณะที่เรียกทางวิชาการว่า "ตลาดร่วม" (Common Market) ซึ่งหมายถึงการเปิดเสรีปัจจัยการผลิตทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่สินค้า บริการ เงินทุนและแรงงาน การเปิดเสรีสินค้านั้นก็คือการลดกำแพงภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าทุกประเภท (มีข้อยกเว้นเพียง เล็กน้อย)ให้เหลือศูนย์และลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีนั่นคือโควตาก็จะเหลือศูนย์ การเปิดเสรีสินค้าในลักษณะนี้ที่แท้คือ "การจัดตั้งเขตการค้าเสรี" (Free Trade Area) นั่นเอง การเปิดเสรีบริการและการลงทุนนั้นสาระสำคัญคือการแก้ไขกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกสามารถถือครองสัดส่วนความเป็นเจ้าของได้เพิ่มขึ้นและในหลายกรณี อาจอนุญาตให้ถือได้ 100% การเปิดเสรีแรงงานก็คือการแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบให้คนในประเทศสมาชิกสามารถเคลื่อนย้ายมาทำงานในอีกประเทศหนึ่งโดยมีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมคนงานในประเทศนั้นๆ

    โดยตรรกะแล้วการรวมกลุ่มที่เป็นประชาคมเศรษฐกิจนั้นจะเริ่มต้นจากการเปิดเสรีสินค้าเป็นประการแรกและจะค่อยๆขยายไปสู่การลงทุน การบริการ และการเคลื่อนย้ายบุคลากร ดังนั้นถ้าทำความเข้าใจให้ดีจะเห็นได้ว่าประชาคมเศรษฐกิจหรือตลาดร่วมนั้น ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปที่เราเรียกว่าประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) หรือในเอเชียที่เรียกว่า AEC จึงมีจุดเริ่มต้นเหมือนกัน คือ จัดตั้งเขตการค้าเสรี ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า AEC มีจุดเริ่มต้นมานานแล้วตั้งแต่ค.ศ. 1993 เมื่อมีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) นั่นเอง โดยตรรกะทั่วไปหลังจากจัดตั้งเขตการค้าเสรีแล้วการรวมกลุ่มขั้นต่อไปจะเรียกว่า "สหภาพศุลกากร" (Customs Union) หมายความว่าจะเป็นการรวมกลุ่มที่ประกอบด้วยการเป็นเขตการค้าเสรี (FTA) โดยเพิ่มการประสานให้อัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้านอกกลุ่มให้อยู่ในอัตราเดียวกัน (Common External Tariff) และถ้ารวมกลุ่มถึงขั้นลึกซึ้งต่อไปก็จะไปสู่การเป็นตลาดร่วม (Common Market) ถือเป็นขั้นที่ 3 ในขั้นนี้จะมีการเปิดเสรีนอกเหนือจากสินค้าที่อยู่ใน FTA แล้ว ยังเป็นการเปิดเสรีบริการ เงินทุนและแรงงาน ในกรณีของประชาคมยุโรปเขาได้บรรลุขั้น 1 เขตการค้าเสรี และขั้นที่ 2 สหภาพศุลกากรในค.ศ. 1968 พร้อมกัน และในค.ศ. 1985 รัฐบาลของประเทศสมาชิกประชาคมยุโรปและ ด้วยการริเริ่มของคณะกรรมาธิการ (Commission) จึงได้ออกรายงานที่เรียกว่า สมุดปกขาว เพื่อเร่งให้ประชาคมยุโรปบรรลุการเป็นตลาดร่วมเนื่องจากกระบวนการรวมตัวนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าและนั่นคือที่มาของการกำหนดเงื่อนเวลาว่าประชาคมยุโรปจะบรรลุการ เป็นตลาดร่วมหรือ "ยุโรปตลาดเดียว" ค.ศ. 1992 และนั่นคือเหตุผลว่าหลังค.ศ. 1992 โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1993 ประชาคมยุโรปกลายเป็น "สหภาพยุโรป" (European Union) เนื่องจากได้บรรลุเป็น "ตลาดร่วม" เรียบร้อยแล้วและกำลังมุ่งไปสู่สหภาพเศรษฐกิจและการเมืองโดยองค์ประกอบที่เห็นนั่นคือการมีเงินสกุลเดียวกันคือ "ยูโร"

    อย่างไรก็ตามแม้วันที่ยุโรปจะถือว่าได้บรรลุการเป็นตลาดร่วม (31 ธันวาคม 1992) อันหมายถึงการเปิดเสรี สินค้า บริการ เงินทุนและแรงงานก็จริงแต่ในทางปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้กระบวนการการเปิดเสรียังไม่จบ จะเห็นได้ว่าในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าได้จบไปแล้ว แต่ส่วนที่เกี่ยวกับการบริการไม่ว่าจะเป็นบริการทางการเงิน บริการที่มิใช่ทางการเงินก็อยู่ในขั้นตอนของการเปิดเสรีมากขึ้น การเคลื่อนย้ายแรงงานจะเห็นได้ว่าในบางประเทศ เช่น อังกฤษ ก็ไม่ยอมเข้าร่วมในกรอบข้อตกลง Schengen ในกรณีของอาเซียนก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่แท้คือ ตลาดร่วมอาเซียนหรือตลาดเดียวของอาเซียนก็ได้ ซึ่งหมายถึงกระบวนการในการเปิดเสรีสินค้า บริการ เงินทุนและ แรงงาน แต่การเปิดเสรีซึ่งเป็นกระบวนการจึงไม่ได้เริ่มในวันที่ 1 มกราคมและจบลงใน วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2015 ดังที่เข้าใจกันทั่วไป การเปิดเสรีสินค้านั้นความจริงเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1993 และแม้จะเป็นเงื่อนเวลาทางการสำหรับ 10 ประเทศจะจบลงในค.ศ. 2015 แต่ทางปฏิบัติพบว่าสินค้าเข้า – ออกระหว่าง 10 ประเทศขณะนี้ร้อยละ 98.5 มีภาษีนำเข้าไม่เกิน 5% และประเทศเก่า 6 ประเทศกำแพงภาษีขณะนี้ 99.6% เหลือศูนย์แล้ว

    การเปิดเสรีบริการ (AFAS) และเงินทุน (AIA) จริงๆ นั้นเริ่มใน ค.ศ. 1995 และดำเนินการเปิดเสรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลังค.ศ. 2015 กระบวนการเปิดเสรีสินค้า บริการตลอดจนการลงทุนจะยังคงดำเนินต่อ มาตรการในกรอบค.ศ. 2015 จึงเป็นหลักกิโลหนึ่ง (Milestone) หรือเป้าหมายหนึ่งเท่านั้นแต่หลังจากนั้นกระบวนการเปิดเสรีในเรื่องบริการ เงินทุนและแรงงานจะมีพลวัตเคลื่อนต่อไปอีก

    นอกจากนั้นพลวัตของการเปิดเสรีในกรอบของ AEC จะมีแรงกระเพื่อมนำไปสู่การเปิดเสรีที่กว้างขึ้นและลึกขึ้นและส่งผลเป็นลูกคลื่นต่อภูมิภาคของเอเชีย-แปซิฟิกในอนาคต

■ คอลัมน์ : จุดเปลี่ยนประเทศไทย / ■ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
■ จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ AEC world ปีที่33 (1) ฉบับที่ 2,827 (3) วันที่ 17 - 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

 

Read : 1182 times

jL Poll Module1

ให้อำนาจคสช.คุมรัฐบาลได้ ท่านคิดว่าหน.คสช.จะนั่งควบเก้าอี้นายกฯด้วยหรือไม่


 

Poll (2)

คสช.ให้ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่ 1ตุลาคม ปีหน้า ท่านเห็นว่าอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*