หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home การเงิน การเงิน Financial ประสารโชว์วิสัยทัศน์ปี 56เน้นรักษาเสถียรภาพ ศก.และการเงินประเทศ

ประสารโชว์วิสัยทัศน์ปี 56เน้นรักษาเสถียรภาพ ศก.และการเงินประเทศ

พิมพ์
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

ประสาร  ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการ ธปท. เปิดวิสัยทัศน์ปี 56 ย้ำจุดยืนตลอด 70 ปี สร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินไทย  พร้อมจับตาความท้าทาย 3 ด้าน อัตราแลกเปลี่ยน-สถาบันการเงิน-ระบบชำระเงิน รับมือความเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจโลก รองรับการเติบโตจีดีพีพื้นที่ต่างจังหวัด

ประสาร  ไตรรัตน์วรกุลประสาร ไตรรัตน์วรกุล    นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงนโยบายเรื่อง "ทิศทางการดําเนินนโยบายของ ธปท. ในปี 2556"  โดยระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2556 โดยภาพรวมมีความเสี่ยงลดลงจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยการบริโภคภาคเอกชนได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่มีผลต่อเนื่อง  การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะบังคับใช้ในปีภาษี 2556 การลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวได้ดี  การซ่อมสร้างในบางอุตสาหกรรมที่ยังไม่เสร็จสิ้น  รวมทั้งการลงทุนที่สืบเนื่องจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ  ขณะที่ภาคการส่งออกจะเริ่มทยอยฟื้นตัวจนกลับมามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

   

   สำหรับความท้าทายกับการดําเนินนโยบายในปีนี้ ธปท.แบ่งความท้าทายออกเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน โดยความท้าทายแรกคือการรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเงิน  เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง  ทั้งนี้  การกําหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นต้นทุนในการกู้ยืมไว้ในระดับต่ำนานเกินไปอาจจูงใจให้ภาคเอกชนก่อหนี้เกินควร  หรือกระตุ้นให้ผู้ฝากหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ามากขึ้น  และอาจนําไปสู่การสะสมความไม่สมดุลในระบบการเงินหรือภาวะฟองสบู่ได้ในอนาคต ธปท.จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ
    ส่วนความท้าทายที่สองคือการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีความผันผวนมากขึ้น ซึ่ง ธปท. ได้ติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด  และประเมินผลกระทบของค่าเงินบาทต่อภาคเศรษฐกิจจริง  ที่สําคัญคือการวางโครงสร้างและเตรียมความพร้อมให้แก่ภาคเอกชน เช่น มาตรการรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยจะผ่อนคลายหลักเกณฑ์ด้านเงินทุนขาออกตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง  หลังทยอยปรับปรุงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา  พร้อมสนับสนุนให้คนไทยไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นชําระค่าสินค้า โดยเริ่มจากการใช้เงินหยวนเป็นการนําร่อง รวมทั้งลดอุปสรรคในส่วนของระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (AEC)
    2.ด้านนโยบายสถาบันการเงิน  แม้ระบบสถาบันการเงินไทยจะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างดีมาโดยตลอด  แต่ยังมีหลายจุดที่ต้องผลักดันต่อเนื่อง โดยธปท.จะหารือและร่วมมือกับกระทรวงการคลังในการขยายบทบาทให้ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) ให้บริการสินเชื่อเพื่อกลุ่มคนรากหญ้า (ไมโครไฟแนนซ์) โดยใช้รูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับลักษณะของความเสี่ยงและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย
    นอกจากนี้ ภายในไตรมาส 1/56 จะกําหนดกรอบการให้ใบอนุญาตแก่สาขาธนาคารต่างประเทศที่จะเข้ามาดําเนินการในประเทศไทย ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 อีกทั้งจะมีการกําหนดกรอบเจรจาเพื่อเอื้อให้ธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถขยายธุรกิจตามการเปิดเสรี Qualified ASEAN Bank (QAB) ภายใต้เออีซี  โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/56 และเริ่มดำเนินการได้ภายในครึ่งหลังของปี 2556 หรือต้นปี 2557
    และ3. ด้านนโยบายระบบการชําระเงิน  ซึ่งปีนี้ ธปท. ตั้งเป้าขยายระบบการหักบัญชีเช็คด้วยภาพ ( ICAS) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียกเก็บเช็คข้ามจังหวัด  จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลา 3-5 วันทําการ จะเหลือเพียง 1 วันทําการ  เพื่อสนับสนุนให้เงินหมุนเวียนในระบบเร็วขึ้น ต้นทุนลดลง และส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ รวมทั้งส่งเสริมการใช้บริการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทดแทนการใช้เงินสด โดย ธปท.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ  และการยกระดับระบบการชําระเงินไทยให้เอื้อต่อการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
    "ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชีย ทำให้มีทั้งความท้าทายที่ต้องเผชิญ และโอกาสที่ต้องเอื้อมคว้าไว้จำเป็นที่ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือและการประสานงานกันเชิงนโยบายอย่างใกล้ชิด  ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน  ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ ไม่ถือ "ฉัน" ถือ "เธอ" แต่ถือ "เรา" เป็นที่ตั้ง เพื่อนํามาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชนไทย"
    นายประสาร กล่าวต่อไปอีกว่า  พันธกิจหลักที่ ธปท.ยึดมั่นมาตลอด 70 กว่าปี คือการดํารงไว้ซึ่งเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ  เพราะปัจจุบันประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเชื่อมโยง  ทั้งการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการเงินกับประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน หรือกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ที่ขณะนี้เริ่มเห็นการค้าการลงทุนระหว่างกันเพิ่มขึ้นชัดเจน หรือการเชื่อมโยงภายในประเทศสะท้อนจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ขยายไปในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความเชื่อมโยงดังกล่าวจะมีความซับซ้อนขึ้น และอาจนําไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ หากขาดความสมดุล  โดยแม้จะเป็นการก่อตัวจากจุดเล็กๆ แต่ความเชื่อมโยงที่สลับซับซ้อนก็อาจนําไปสู่ความไร้เสถียรภาพของระบบได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,812  วันที่   24 - 26  มกราคม พ.ศ. 2556

 

Read : 3874 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*