Homeเศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจโลก อินเดียส่งออกธัญพืชทุบสถิติ

อินเดียส่งออกธัญพืชทุบสถิติ

พิมพ์

altสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อินเดียกำลังขยับฐานะขึ้นเป็นมหาอำนาจผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลกโดยในช่วงขวบปีที่ผ่านมาอินเดียสามารถผลิตและส่งออกธัญพืชสำคัญทั้งข้าวสาลี ข้าวโพดและข้าวขาว หลายล้านตันสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศมูลค่ามหาศาลแม้ว่าในภาพรวมจะยังมีปัญหาความยากจนและภาวะขาดแคลนอาหารในหลายพื้นที่ชนบทของอินเดียเอง
    เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า ความท้าทายสำหรับภาคการเกษตรของอินเดียว่าจะสามารถคงสถานะความเป็นผู้ผลิตอาหารป้อนตลาดโลกชั้นแนวหน้าในระยะยาวได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการด้วยกัน ซึ่งส่วนหนึ่งขึ้นกับสภาพดินฟ้าอากาศซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่ปัจจัยอื่นๆนั้นยังได้แก่การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสาธารณูปการที่เกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยว จัดเก็บและส่งออก (โรงสี โกดัง การบริหารจัดการที่ท่าเรือ ฯลฯ) และความสามารถของรัฐบาลอินเดียเองในการบริหารจัดการสต๊อกข้าวสำรองซึ่งสามารถตอบโจทย์ความมั่นคงด้านอาหารภายในประเทศด้วย
    ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อินเดียส่งออกธัญพืชและกากถั่วเหลือง (soymeal) ไปแล้วอย่างน้อย 10 ล้านตัน ขณะที่หลายประเทศผู้ส่งออกสินค้าประเภทเดียวกันนี้กำลังประสบภาวะภัยแล้ง ปริมาณส่งออกดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับปริมาณส่งออกของอินเดียเองในช่วงเวลาเดียวกัน (มกราคม-สิงหาคม) ของปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่รัฐบาลอินเดียจะตัดสินใจยกเลิกคำสั่งห้ามการส่งออกข้าวสาลีและข้าวขาวซึ่งประกาศใช้มาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี
alt    ขณะนี้ทั้งเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไทย ต่างก็สั่งซื้อข้าวสาลีจากอินเดีย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลาเกือบๆ 10 ปี นอกจากนี้ อินเดียยังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในตลาดใหญ่อย่างตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่บริโภคข้าวเช่นกัน แต่ก่อนหน้านี้มักจะสั่งซื้อจากประเทศผู้ผลิตแถบทะเลดำ แต่ปัจจุบันกำลังประสบภาวะฝนแล้งทำให้ผลผลิตเพื่อการส่งออกลดน้อยลง  ผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์คาดหมายว่า ในปีหน้า อินเดียจะสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกธัญพืชอย่างข้าวสาลี ข้าวขาว ข้าวโพด รวมทั้งกากถั่วเหลืองสู่ระดับ 22 ล้านตัน โดยประมาณ ซึ่งถ้าหากคำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในปัจจุบัน ก็เท่ากับรายได้เข้าประเทศมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.1 แสนล้านบาท
    รายงานข่าวระบุว่า โอกาสในการเพิ่มบทบาทของอินเดียมาถึงเมื่อปีที่แล้ว เมื่อมีความคาดหมายว่าราคาข้าวในตลาดโลกจะขยับสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลกขยับราคารับซื้อจากชาวนาถึง 50 % แต่เมื่อรัฐบาลอินเดียประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามการส่งออกข้าว อินเดียก็ได้กลายมาเป็นผู้ส่งออกข้าวมากเป็นอันดับหนึ่งแทนไทยและเวียดนาม และราคาข้าวในตลาดโลกก็ปรับตัวลดลงมา "ในตลาดข้าวเวลานี้ อินเดียคือผู้ช่วยชีวิตโลกเอาไว้ไม่ให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (จากราคาที่พุ่งทะยาน)" นายเทจินเดอร์ นารัง ที่ปรึกษา บริษัท เอ็มสันส์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ในกรุงนิวเดลีให้ความเห็น
    ด้านนายดาวิช เจน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพรสทีจ กรุ๊ปฯ ผู้ส่งออกกากถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย เปิดเผยตัวเลขประมาณการว่า ในระหว่างปี 2556-2557 ปริมาณการส่งออกกากถั่วเหลือง (ซึ่งนำไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์) ของอินเดียโดยรวม อาจจะเพิ่มขึ้นถึง 10 % ขณะที่ปริมาณผลผลิตกากถั่วเหลืองจากที่อื่นในโลกกำลังลดลง
    ส่วนข้าวโพดและข้าวสาลีซึ่งเป็นอีกสินค้าเกษตรสำคัญที่อินเดียส่งออกได้เป็นปริมาณมาก ได้ปัจจัยส่งเสริมจากค่าเงินรูปีที่อ่อนตัวและค่าจ้างแรงงานในภาคเกษตรที่ยังถูกอยู่ทำให้สินค้าเกษตรทั้งสองชนิดดังกล่าวยังสามารถส่งออกในราคาต่ำกว่าสินค้าจากประเทศคู่แข่ง ยกตัวอย่าง ข้าวโพดส่งออกของอินเดีย มีราคาถูกกว่าข้าวโพดเกรดต่ำสุดของออสเตรเลียอย่างน้อย 30 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนข้าวสาลีสำหรับเลี้ยงสัตว์ อินเดียสามารถทำราคาถูกกว่าข้าวโพดเกรดต่ำสุด (สำหรับทำอาหารเลี้ยงสัตว์)จากสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 70 ดอลลาร์ต่อตัน  สำหรับกรณีของข้าวสาลีนั้น ในอดีตอินเดียเคยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลก แต่นับจากปี 2549 เป็นต้นมา อินเดียก็สามารถเพิ่มผลผลิตจนกลายมาเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่แทน ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากสภาพดินฟ้าอากาศ การส่งเสริมการเพาะปลูกมากขึ้น (โดยรัฐบาลให้ราคารับซื้อสูงกว่าราคาตลาด) และพันธุ์ข้าวให้ผลผลิตมากขึ้น
    แม้ว่าจะยังมีปัญหาในด้านการจัดเก็บ แต่ผลผลิตและปริมาณข้าวสาลีรวมทั้งข้าวขาวในสต๊อกของอินเดียก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปริมาณข้าวในสต๊อกสำรองของรัฐบาลอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 47.5 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าเกณฑ์กำหนดทั่วไปกว่า 2 เท่า และเทียบเท่า 1 ใน 3 ของปริมาณข้าวที่ค้าในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ในแง่ของอุปสรรค ผู้ซื้อข้าวยังมีความกังวลเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์จากอินเดียในแง่ที่ว่าโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ดีนักและขาดแคลน เช่น ท่าเรือและสมรรถนะในการขนสินค้าขึ้นเรือ บางท่ายังไม่สามารถรองรับการส่งออกในปริมาณมากและบางครั้งก็ต้องรอขนสินค้าขึ้นเรือเป็นเวลายาวนานนับเดือน แอบโดลเรสซา แอบบาสเซียน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ให้ความเห็นว่า อินเดียยังไม่ได้ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการส่งออกสินค้าประเภทธัญพืชมากนัก  นอกจากนี้ ความกังวลอีกประการของผู้ค้าก็คือ มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอินเดียอาจสั่งห้ามการส่งออกหรือตั้งกำแพงภาษีสูงขึ้นอย่างปุบปับ(อย่างที่เคยทำมาแล้วในอดีต) กรณีที่ราคาในประเทศถีบตัวสูงขึ้นหรือเกิดภาวะภัยแล้ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,773 9-12  กันยายน พ.ศ. 2555

 

Read : 9011 times

jL Poll Module1

กรณีช่อง 3 ควรตัดสินใจอย่างไร


 

Poll (2)

งบประมาณสสส.ควรมาจากไหน
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*