หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee

เจริญนครวันนี้ “เจริญ”สมชื่อ ธุรกิจค้าปลีก-โรงแรม-คอนโดฯพรึ๊บ รับกำลังซื้อ-บูมท่องเที่ยวริมน้ำ

เพ-ลานี้คงไม่มีพื้นที่ไหนที่จะถูกพูดกล่าวขานถึงอย่างมากมายเหมือนเช่น พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเติบโตสูง สะท้อนภาพผ่านกลุ่มนายทุนใหญ่ของไทยที่ประสบความสำเร็จระดับหมื่นล้านแสน ล้านบาทต่างมุ่งหน้างัดที่ดินเก่าหรือซื้อที่ใหม่เข้ามาเพิ่มแข่งผุดโปรเจค ยักษ์ประชันกันแบบไม่มีใคร?ยอมใคร? ซึ่งมองได้หลายมุมทั้งในรูปแบบการแข่งขันและเอื้อธุรกิจซึ่งกันและกันมุ่ง หวังรับตลาดการค้า การลงทุนเสรีภายใต้กรอบตกลงต่างรวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC อ่านต่อ

ชาร์จความสุขให้ชีวิตอย่างมีสไตล์ กับ The Signature by Urbano คอนโดใหม่จาก “พฤกษา”

ด้วยเพราะเป็นต่อเรื่อง “ทำเล”และการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อย่างบมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท หรือ PS ปักธงผุดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ The Signature by URBANO (เดอะ ซิกเนเจอร์ บาย เออร์บาโน่) ทำเลติดรถไฟฟ้าBTSสถานีสะพานควาย ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ ....อ่านต่อ

TIFF 2015: ASEAN Smart Living งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของอาเซียน และเวทีเจรจาการค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เชิญชวนดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ สมัครเข้าร่วมแสดงผลงานในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2558 ครั้งที่ 19 หรือ TIFF 2015 ณ อาคารเดอะชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ...อ่านต่อ
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 'เถ้าแก่น้อย'ขึ้นชั้นโกลบัลแบรนด์

'เถ้าแก่น้อย'ขึ้นชั้นโกลบัลแบรนด์

พิมพ์

altอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์"เถ้าแก่น้อย" ชิงปักธงแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ลั่นขอ 10 ปีก้าวขึ้นโกลบัล   แบรนด์ ปั้นรายได้กลุ่มธุรกิจ สแน็กและวิตามินดริงก์ทะลุหมื่นล้านบาท พร้อมผุดโรงงานในจีนและพม่ารองรับเปิดเออีซี

เผยปีหน้าเตรียมแตกไลน์ธุรกิจอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ครั้งแรกรับเทรนด์ออนไลน์แรง ก่อนเข้าตลาดหุ้นระดมทุนขยายกำลังผลิตเพิ่ม
     นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสแน็กสาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทมีแผนสร้างแบรนด์ "เถ้าแก่น้อย" ให้เป็นแบรนด์ระดับโลก หรือโกลบัลแบรนด์ภายใน 10 ปีข้างหน้า  ซึ่งในเวลานั้นบริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยกลยุทธ์การก้าวสู่โกลบัลแบรนด์ จะเริ่มต้นจากการขยายตลาดส่งออกให้เพิ่มมากขึ้นไปยังประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่มีจำนวนประชากรมากกว่า 1.3 พันล้านคนและ 1 พันล้านคนตามลำดับ  โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและโอกาสมากกว่า เนื่องจากชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูงมีมากถึง  300 ล้านคน และอีก 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 600 ล้านคน ส่วนอินเดียนั้นมีประชากรจำนวนมากแต่ยังเป็นตลาดที่ใหม่และยังไม่นิยมบริโภคสาหร่ายมากนัก
 ผุดโรงงานจีน-พม่า
     ในระยะยาวบริษัทจะเข้าไปตั้งโรงงานผลิตสาหร่ายเถ้าแก่น้อยในประเทศจีน แต่เบื้องต้นจะหาพันธมิตรเพื่อจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าก่อน เพราะการเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานอาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากการบล็อกตลาดของซัพพลายเออร์รายใหญ่ๆ โดยในประเทศจีนนั้นบริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1% ก็จะมีขนาดเท่ากับตลาดสแน็กสาหร่ายในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าราว 2-3 พันล้านบาท ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนนั้นมีแผนจะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตสาหร่ายในเมืองย่างกุ้ง หรือมัณฑะเลย์ประเทศพม่าด้วย ซึ่งเป็นโรงงานขนาดเล็กใช้งบลงทุน 30-40 ล้านบาท เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558
     "เป้าหมายของเราคือ ในทุกครัวเรือนต้องมีสาหร่ายเถ้าแก่น้อยไว้ติดบ้านอย่างน้อย 1 ซอง และเป็นสแน็กที่สามารถรับประทานเป็นของว่างได้ จากปัจจุบันสาหร่ายยังเป็นอาหารที่ผู้บริโภคเน้นรับประทานกับข้าว เช่น ข้าวห่อสาหร่าย เป็นต้น โดยขณะนี้สาหร่ายเถ้าแก่น้อยขยายตลาดเข้าไปเจาะประเทศอาเซียนครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว และสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นเบอร์ 1 ในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น" นายอิทธิพัทธ์ กล่าว
  สาหร่ายหัวหอกรุกต่างประเทศ
     จากการศึกษาตลาดสาหร่ายทั่วโลกพบว่า มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสาหร่ายที่ถูกนำไปประกอบเป็นอาหารคู่กับข้าว ขณะที่การรับประทานแบบสแน็กค่อนข้างน้อย โดยแผนการเดินหน้าสู่การเป็นโกลบัลแบรนด์ในขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว 30-40%  เพราะสามารถส่งออกสาหร่ายเถ้าแก่น้อยไปทำตลาดใน 27 ประเทศทั่วโลกและสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในหลายประเทศ โดยปีนี้บริษัทคาดว่าสัดส่วนการส่งออกและตลาดในประเทศจะเท่ากันที่ 50% จากเดิมที่มียอดขายในประเทศ 60% 
     อย่างไรก็ดีบริษัทเตรียมงบลงทุนราว 300 ล้านบาท แบ่งเป็น 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสาหร่ายอีก 1 เท่าตัว เป็น 4 ล้านแผ่นต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 2 ล้านแผ่นต่อปี โดยคาดว่าจะเริ่มลงทุนในช่วงปลายปี 2556 เป็นต้นไป และอีก 100 ล้านบาทสำหรับการลงทุนด้านระบบโลจิสติกส์ของบริษัทเอง 2 แห่ง ที่ภาคเหนือซึ่งอยู่ระหว่างการเลือกพื้นที่จังหวัดลำพูนหรือกำแพงเพชร ส่วนภาคใต้อยู่ระหว่างการพิจารณาพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือระนอง
     นอกจากแบรนด์สาหร่ายเถ้าแก่น้อยที่จะถูกใช้เป็นหัวหอกในการรุกตลาดต่างประเทศแล้ว อีกกลุ่มสินค้าที่บริษัทเริ่มแตกไลน์ทดลองทำตลาดในเมืองไทยและถือว่าเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูงโดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ คือเครื่องดื่มไวตามิกซ์  ซึ่งเป็นวิตามินพร้อมดื่ม ที่เกิดจากการผสมผสานเครื่องดื่มชูกำลังและฟังก์ชันนัลดริงก์เข้าด้วยกัน
 สร้างแบรนด์ใหม่บุกตลาดเครื่องดื่ม
     โดยนายอิทธิพัทธ์ กล่าวว่า บริษัททุ่มงบลงทุน 30 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ไวตามิกซ์ วิตามินดริงก์ขึ้นเป็นรายแรกของตลาด รับเทรนด์สุขภาพมาแรง เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นวัยทำงานที่ต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเบื้องต้นเป็นการจ้างผลิตและยังไม่มีแผนจะสร้างโรงงานเพื่อผลิตเอง อย่างไรก็ตามบริษัทวางเป้าหมายจะให้ธุรกิจเครื่องดื่มเป็นตัวสร้างรายได้หลักให้มีสัดส่วนมากกว่าสแน็ก เพราะธุรกิจเครื่องดื่มเป็นตลาดที่มีขนาดและมูลค่าที่ใหญ่มากหลักแสนล้านบาทเมื่อเทียบกับตลาดสแน็ก ที่มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
     "เป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้าต้องการให้ไวตามิกซ์มียอดขายประมาณ 1 พันล้านบาท ด้วยจุดแข็งที่เป็นวิตามินดริ๊งค์ที่มีความโดดเด่นและยังไม่มีคู่แข่งในตลาด ซึ่งเดิมผลิตภัณฑ์ที่เป็นวิตามินเสริม ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบเม็ดมากกว่าแต่ต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ  ให้ความนิยมในรูปแบบเครื่องดื่ม แม้กระทั้งแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่อย่างโคคา-โคลาก็มีการผลิตวิตามินดริงก์ทำตลาด  จนตลาดวิตามินดริงก์มีการเติบโตและกลายเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่มากในตลาดเครื่องดื่ม" 
     นายอิทธิพัทธ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2556 ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของบริษัท เพราะมีแผนขยายการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายไลน์ธุรกิจที่ไม่ใช่อาหาร(non-food) ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่สนใจและนิยมโลกออนไลน์มากขึ้น รวมทั้งเป็นการเพิ่มรายได้และผลักดันให้บริษัทมีการเติบโตมากขึ้นด้วย รวมทั้งในกลางปีหน้า บริษัทมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)เพื่อระดมทุน 200 ล้านบาท นำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิตสินค้ารองรับการเติบโตปีละ 20% ต่อเนื่องใน 5 ปีข้างหน้า
     ในปีหน้า บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้เติบโตเท่าตัว หรือประมาณ 5 พันล้านบาท จากสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะปิดยอดขาย 2.5 พันล้านบาท เติบโตจากปี 2554 ที่ปิดยอดขาย 2 พันล้านบาท ขณะที่ในตลาดสาหร่ายเถ้าแก่น้อยยังเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาด 70% จากตลาดรวมมูลค่าราว 3 พันล้านบาท รองลงมาได้แก่ ซีลิโกะ มีส่วนแบ่ง 10% ลดลงจากเดิมที่มีส่วนแบ่ง  17-18% มาชิตะ 7-8% และโอโนริราว 5% ทั้งนี้เป็นเพราะการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ ช่วยกระตุ้นให้ตลาดสแน็กสาหร่ายเติบโตพุ่งขึ้นถึง 30% ในช่วงที่ผ่านมา
 ผู้สร้างตำนาน 'วัยรุ่นพันล้าน'
    ด้วยวัยเพียง 19 ปีเศษ หนุ่มคนนี้สร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นตัวเลขหลักร้อยล้านบาท  ก่อนทะลุหลักพันล้านบาทในอีก 2 ปีถัดมา เรื่องราวของเขาเป็นตำนาน "วัยรุ่นพันล้าน" คนแรกของเมืองไทย และกลายเป็นไอดอลให้กับคนรุ่นใหม่ไปในพริบตา   
    เส้นทางชีวิตของ "ต๊อบ - อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์"  (นามสกุลเดิมกุลพงษ์วณิชย์) แตกต่างจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคน จากช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ติดเกมออนไลน์อย่างหนัก ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา แต่ด้วยใจที่ชื่นชอบการทำธุรกิจ ทำให้เขาเริ่มมองหาธุรกิจของตนเอง  และแม้ธุรกิจแรกที่เริ่มลงมือทำ (ร้านขายเกาลัด) จะประสบปัญหาต่างๆ จนต้องปิดตัวลง เขาก็ไม่ย่อท้อและเดินหน้าหาลู่ทางใหม่ๆ จนมาลงตัวที่ "สาหร่ายเถ้าแก่น้อย"  
    ต๊อบ บอกว่า ความสำเร็จของเถ้าแก่น้อย ไม่ใช่แค่รสชาติที่พัฒนาขึ้นให้ถูกปากคนไทย พร้อมกับให้คุณค่าทางโภชนาการ แต่เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคคนไทยได้ดีกว่าสแน็กอื่นๆ ขณะเดียวกัน เรื่องของอินโนเวชัน ทำให้สาหร่ายเถ้าแก่น้อยมีการพัฒนารสชาติใหม่ๆ รูปแบบใหม่ๆ ออกสู่ตลาดตลอดเวลา เช่น  "เคิร์ฟ" สาหร่ายสำหรับสาวที่รักสุขภาพ และล่าสุดเขายังเป็นผู้บุกเบิก "สาหร่ายแผ่นกลม" ออกทำตลาดเป็นรายแรกของโลกด้วย 
    ปัจจุบัน ต๊อบ -  อิทธิพัทธ์ ก้าวขึ้นทำเนียบนักธุรกิจพันล้านของเมืองไทย พร้อมกับเป็นผู้สร้างตลาดสาหร่ายให้กลายเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่บูมที่สุดในตลาดขนมขบเคี้ยวหรือสแน็ก ที่มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในเมืองไทย พร้อมกันนี้ เขายังแตกไลน์ธุรกิจ ด้วยการผลิต "ไวตามิกซ์"  เครื่องดื่มวิตามินดริงก์ตัวแรกของเมืองไทย และยังมีแผนแตกไลน์สู่ธุรกิจอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในเร็วๆนี้
การประกาศผงาดบนเวทีโลก  พร้อมสร้างเถ้าแก่น้อยให้เป็น "โกลบัล แบรนด์"  ใน 10 ปีนับจากนี้ กลายเป็นความท้าทายที่หลายคนจับตา  "ต๊อบ - อิทธิพัทธ์" อยู่  
    ประวัติ :  ต๊อบ - อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2527 เริ่มศึกษาครั้งแรกในระดับอนุบาล และประถมศึกษา ที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียน เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ เมืองทองธานี และมัธยมศึกษาตอนปลาย สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี เคยศึกษาระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะบริหารธุรกิจแต่ไม่จบ และขณะนี้กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,773 9-12  กันยายน พ.ศ. 2555

 

Read : 12479 times

jL Poll Module1

ครม.เห็นชอบเสนอร่างกม.ภาษีรับมรดกคาดมีผลกลางปีหน้า ท่านมีความเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วปานกลางเส้นหนองคายเชื่อมจีน ควรใช้รูปแบบใด
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*