นายสุทธิพงษ์ วรรณวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรวมยางรถยนต์ของประเทศไทยปีนี้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น ยางรับจ้างผลิต(โออีเอ็ม)อยู่ที่กว่า 10 ล้านเส้น หรือมีอัตราการเติบโตเพิ่มจากปี 2554 ที่ 30% ส่วนตลาดยางทดแทน(อาร์อีเอ็ม) อยู่ที่ 8-8.5 ล้านเส้น มีอัตราการเติบโตที่ 15% ส่วนแนวโน้มของตลาดยางรถยนต์จากพฤติกรรมของผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความประหยัด ทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้นและประหยัดน้ำมัน
"ช่วงที่ผ่านมามียางราคาถูกหลายยี่ห้อ ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศจีน และยางดังกล่าวเป็นที่นิยมในพื้นที่เขตชายแดน เพราะราคาถูกกว่ายางแบรนด์เนม 30-40% ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าหากซื้อยางราคาถูก ก็ต้องทำใจกับคุณภาพที่ลดลง ในส่วนนี้อยากให้ผู้บริโภคพิจารณาให้รอบคอบ เพราะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สินของผู้ใช้เองด้วย
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกู๊ดเยียร์ได้เตรียมแผนงานในครึ่งปีด้วยการเน้นทำกิจกรรมการตลาดเชิงรุกเต็มรูปแบบ โดยบริษัททำการเปิดตัวยางใหม่สู่ตลาด ทั้งยางราคาประหยัด รุ่นนุ่มเงียบ ยางแบบสปอร์ตราคาประหยัดเริ่มต้นที่เส้นละ 3,800-8,000 บาท
ล่าสุดได้เปิดตัวยางสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ " Eagle F1 Asymmetric 2" ที่ได้รับรางวัลจากหลายสำนักทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยางยอดเยี่ยม จาก 2012 Auto Express Product Awards (สหราชอาณาจักร) และลำดับ 1 ในการจัดอันดับของนิตยสาร "Total Tyre Guide" ในเดือนกันยายน 2011 ในด้านการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยางสมรรถนะสูง ด้วยเทคโนโลยี แอกทีฟเบรกกิ้ง
นอกจากนั้นแล้วยังได้รับยกย่องว่าเป็นยางยอดเยี่ยม จากความยอดเยี่ยมในการทรงตัวบนพื้นผิวเปียกและการเบรกระยะสั้นบนพื้นถนนปกติ โดยยางของกู๊ดเยียร์ถูกจัดให้อยู่ในยางประเภทไร้ข้อผิดพลาด จากการทดสอบยางของ Auto Bild (เยอรมนี) ในปี 2012 และยังได้รับการยกย่องให้เป็นยางรถยนต์แห่งปี 2012 จากนิตยสารยางเนโอมาติโคส อี เมกานิก้า ราปิด้า จากประเทศสเปน
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเปิดตัวยางรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดแล้ว ในแง่ของความพร้อมของโรงงานผลิตก็ได้กลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทจึงได้จัดส่งยางทุกรุ่นไปยังดีลเลอร์และจัดรายการส่งเสริมการขายควบคู่กันไปเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายให้ดีลเลอร์
ขณะเดียวกันจะใช้งบกว่า 10 ล้านบาท ปรับโฉมร้านกู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์จำนวน 28 แห่ง และมีแผนที่จะเพิ่มเป็น 40 แห่งภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะได้เห็นร้านรูปแบบใหม่ประมาณไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งร้านกู๊ดเยียร์ ออโต้ แคร์โฉมใหม่นี้ จะเน้นเรื่องการให้บริการแบบซ่อมด่วน 30 รายการขึ้นไป
"แผนงานด้านเครือข่ายของเราในปีนี้ จะเร่งพัฒนาร้านกู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์ ที่เรามั่นใจเรื่องการบริการที่คุ้มค่า นอกจากนั้นแล้วลูกค้าจะได้รับความรู้ในการเลือกใช้ยางที่เหมาะสมกับการใช้งาน หรือรถประเภทต่างๆ รวมไปถึงเรายังมีการปรับพื้นที่การให้บริการเพื่อให้เป็นสัดส่วนพร้อมอำนวยความสะดวกกับลูกค้า ขณะที่แผนในส่วนของคู่ค้านั้น ปัจจุบันเรามีจำนวน 400 แห่งทั่วประเทศ"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,766 16-18 สิงหาคม พ.ศ. 2555




