หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home การเงิน การเงิน-ตลาดทุน ธปท.ระบุวิกฤติยูโรยังลากยาว

ธปท.ระบุวิกฤติยูโรยังลากยาว

พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

ธปท.ชี้โอกาสน้อยกรีซถูกขับจากยูโร แต่ผลกระทบจากวิกฤติเริ่มลามแล้ว  ย้ำเป็นสัญญาณเตือนภัยธุรกิจไทยเตรียมรับมือเศรษฐกิจโลกฟาดหาง  ระบุหากเลวร้ายจีดีพีประเทศคู่ค้าโต 2.2% เศรษฐกิจไทยอย่างเก่งโตได้ 2.5%
 นายไพบูลย์  กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ  สายนโยบายการเงิน  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน โดยเฉพาะจากวิกฤติหนี้ในยุโรป  อย่างไรก็ตามคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประเมินผลกระทบที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุดระยะ 1-2 ข้างหน้านี้ คือ กรีซยังคงสถานภาพการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียูหรือยูโรโซน) ต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยขยายตัวที่ระดับ 5.1% ในปี 2556 แต่หากเกิดกรณีเลวร้ายสุดที่กรีซถูกไล่ออกจากยุโรป  แม้จะมีโอกาสเป็นไปได้น้อยสุดแต่ประเมินว่าเศรษฐกิจคู่ค้าจะขยายตัวเพียง 2.2% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยปีหน้าขยายตัว 2.5% ตามไปด้วย  โดยต่ำกว่าโอกาสสูงสุดที่จะขยายตัว 3% และต่ำกว่าปัจจุบันที่คาดไว้จะขยายตัว 5.4%
 ทั้งนี้แม้การตั้งสมมติฐานกรณีเกิดสถานการณ์เลวร้ายสุดที่แม้จะมีโอกาสเป็นไปได้น้อย  แต่ถือเป็นการเตือนภัยให้ภาคเอกชนว่ากรณีเลวร้ายนั้นมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้แม้จะมีโอกาสต่ำก็ตาม  เพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนได้ประเมินผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจะมีมากน้อยแค่ไหน  และควรตระหนักถึงเศรษฐกิจโลกกรณีเลวร้ายเศรษฐกิจไทยก็คงหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่พ้น  ซึ่งในแง่การดำเนินนโยบายการเงินของไทยยังมีช่องว่างค่อนข้างมากสำหรับเตรียมพร้อมรองรับแรงกระทบเทือนจากต่างประเทศได้ในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้ของประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งยังมีแรงกระตุ้นจากภาครัฐต่อเนื่อง เป็นต้น
 "เราไม่รู้ว่าเศรษฐกิจโลกในอนาคตจะเป็นอย่างไร และสิ่งที่เราประเมินอยู่จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน แม้เบื้องต้น ธปท. จะประเมินว่าในปีนี้  และปีหน้ากรีซคงไม่ออกจากยุโรปแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเกิดกรณีใดขึ้นภาคส่งออกไทยย่อมได้รับผลกระทบแน่ ดังนั้นควรเผื่อใจว่าสภาพตลาดต่อจากนี้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด  เพราะไทยกับการส่งออกแยกกันไม่ออก  และในระยะสั้นคงยังไม่มีภาคอุตสาหกรรมใดเข้ามาทดแทนการส่งออกได้  แม้แต่การบริโภคภายใน  หรือการลงทุนที่ขณะนี้จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55% ของจีดีพีแล้วก็ตาม  แต่ตลาดในประเทศยังมีขนาดที่ยังเล็กมาก" นายไพบูลย์ กล่าว
                นายไพบูลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตราบใดที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงนั้น  เมื่อเศรษฐกิจโลกเกิดความผันผวนก็ย่อมได้รับผลกระทบตามมา โดยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของตัวเองเป็นหลัก ดังนั้น ภาคเอกชนจะต้องมีการปรับตัว โดยที่การปรับตัวในครั้งนี้อาจจะต้องมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา  เพราะนอกจากจะต้องหาตลาดใหม่มาแทนแทนตลาดเก่าที่ชะลอตัวแล้ว  ยังต้องปรับลดต้นทุน  พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์  เพิ่มการศึกษาวิจัยมากขึ้น  ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยอาจจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป  ซึ่งถือว่าดีกว่าไม่ได้ดำเนินการอะไรรองรับเลย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,764  9-11  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 813 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*