หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home Breaking News ข่าวในประเทศ ธปท.คาดจีดีพีไตรมาส 2 โต 3.5% ทั้งปีโต 5.7%

ธปท.คาดจีดีพีไตรมาส 2 โต 3.5% ทั้งปีโต 5.7%

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

altนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)  สายนโยบายการเงิน  แถลงรายงานแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ และทบทวนคาดการณ์เศรษฐกิจไทยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) กนง.คาดว่า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ไตรมาส 2/55 จะโต 3.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ส่งผลให้ครึ่งปีแรกจีดีพีโต 1.8 % ส่วนจีดีพีในไตรมาส 3 คาดว่าจะขยายตัว 3.2% และไตรมาส 4 จะโต  16.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ครึ่งหลังปีนี้ คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว ได้ 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทั้งปีจีดีพีโต 5.7 % เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้ รวมทั้งมีสัญญาณการชะลอตัวเพิ่มเติมทั้งในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลักและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการสงออกสินค้าของไทยและความเชื่อมั่นโดยรวม ขณะที่อุปสงค์ภาคเอกชนเริ่มชะลอลงกลับสู่ระดับการขยายตัวปกติ หลังจากที่ผู้ประกอบการได้เร่งลงทุนเพื่อฟื้นฟูไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า  ขณะที่ในปี 2556  ธปท.ได้ปรับลดประมาณการจีดีพีลงจาก 5.8% มาอยู่ที่ 5%

 

ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท. ยังได้กล่าวถึง การใช้นโยบายการเงินเพื่อดูแลเศรษฐกิจว่า นโยบายการเงินมีความพร้อมในการดูแลเศรษฐกิจได้ ถ้าจำเป็น หากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอกว่าที่คาด แต่กระสุนด้านนโยบาย ต้องสงวนไว้ในเวลาที่จำเป็น

ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท. แถลงรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ ฉบับเดือนกรกฎาคม 2555 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวจากอุทกภัยได้ดีในช่วงครึ่งปีแรก แต่คาดว่าแรงส่งของเศรษฐกิจไทยจะเริ่มชะลอลงจากที่คาดไว้เดิมในช่วงครึ่งปีหลังจากผลของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงและอุปสงค์ภาคเอกชนที่จะชะลอลงบ้างหลังจากที่เร่งฟื้นตัวในช่วงก่อนหน้าปัญหาในภาคการผลิตสืบเนื่องจากอุทกภัยคลี่คลายลงเป็นลำดับ โดยในภาพรวมเริ่มกลับเป็นปกติในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 อุตสาหกรรมสำคัญที่เสียหายจากอุทกภัยฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กลับมาผลิตได้เต็มที่แล้ว แต่ยังไม่พอตอบสนองความต้องการสินค้าที่อั้นมามากตั้งแต่ช่วงอุทกภัย

สำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แม้กลับมาผลิตได้เป็นปกติแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวขณะที่อุตสาหกรรมแผงวงจรรวมคาดว่าจะกลับมาผลิตตามปกติได้ในไตรมาสที่ 4 เนื่องจากผู้ผลิตบางรายอยู่ระหว่างรอนำเข้าและติดตั้งเครื่องจักรทดแทนส่วนที่เสียหาย ทั้งนี้ คาดว่าภาคการผลิตยังมีแนวโน้มขยายตัวได้แต่ต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวยืดเยื้อในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน อุปสงค์ภาคเอกชนฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนอุทกภัยแล้ว การลงทุนภาคเอกชนในครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดีจากความต้องการลงทุนเพื่อฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย แต่มีแนวโน้มชะลอลงเมื่อการฟื้นฟูส่วนใหญ่สิ้นสุดในไตรมาสที่ 3 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ดีและมีแนวโน้มที่จะเดินหน้าลงทุนตามแผนระยะยาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะข้างหน้า สำหรับการบริโภคภาคเอกชนยังมีแรงส่งจากความต้องการสินค้าที่อั้นสะสมมาจากช่วงก่อนหน้าโดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์โดยคาดว่าจะเริ่มชะลอลงในช่วงครึ่งปีหลังเช่นเดียวกับการลงทุน แต่ยังขยายตัวได้จากแนวโน้มรายได้ทั้งในและนอกภาคเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดี แรงกระตุ้นจากภาครัฐที่มีต่อเนื่อง และภาวะการเงินที่เอื้ออำนวย

สำหรับภาคต่างประเทศ การส่งออกสินค้าและบริการยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่เนื่องจากภาวะอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ โดยการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงเพิ่มเติมจากที่ประเมินไว้ ทั้งในส่วนของสินค้าอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวตามภาวะอุปสงค์โลกและสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณการส่งออกข้าวที่ลดลง ขณะที่การส่งออกบริการยังมีแนวโน้มที่ดีจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนการนำเข้าสินค้าและบริการคาดว่าจะเริ่มชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากที่การลงทุนเพื่อฟื้นฟูเริ่มแผ่วลง และการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงกว่าประมาณการเดิม

ความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจไทยยังคงมาจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแม้ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปจะช่วยให้ความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลกปรับดีขึ้นบ้างในช่วงสั้นๆ แต่ความกังวลต่อภาคเศรษฐกิจจริงเพิ่มสูงขึ้นชัดเจน โดยในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจทั้งในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลักและประเทศตลาดเกิดใหม่มีสัญญาณการชะลอตัวเพิ่มเติม และธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นเพื่อดูแลความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ในครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ปรับลดข้อสมมติอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าลงเพิ่มเติมจากครั้งก่อน โดยประเมินว่าเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรจะอยู่ในภาวะถดถอยในปี 2555 ก่อนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วงต้นปีหน้า ขณะที่แรงส่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเอเชียแผ่วลงจากเดิมตลอดช่วงประมาณการ


แรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงจากที่ประเมินไว้ครั้งก่อน แม้การขยายตัวของเศรษฐกิจฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงศักยภาพตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 แต่แรงกดดันเงินเฟ้อจากด้านอุปสงค์มีแนวโน้มแผ่วลงตามแรงส่งของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปีแรงกดดันด้านต้นทุนก็แผ่วลงเช่นกันตามราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับลดลงในระยะสั้น โดยแรงกดดันจากราคาน้ำมันคาดว่าจะมีจำกัดในระยะต่อไป เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังได้รับผลจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก กอปรกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกอาจไม่กระทบอุปทานน้ำมันดิบโลกมากอย่างที่ประเมินไว้เดิม ขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศในปีนี้คาดว่าจะทรงตัวจากผลของการดูแลราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐ ส่วนราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปสอดคล้องกับทิศทางของราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาอาหารสดมีแนวโน้มชะลอลงในระยะสั้นจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากกว่าที่คาด


คณะกรรมการฯ ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2555 ลงจากครั้งก่อน เนื่องจากประเมินว่าผลลบจากการชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลังจะมีมากกว่าผลบวกจากการเร่งฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีแรก สำหรับปี2556 คณะกรรมการฯ ปรับลดประมาณการลงค่อนข้างมาก โดยเป็นผลจากแรงส่งที่ชะลอตัวต่อเนื่องมาจากช่วงครึ่งหลังของปี 2555 กอปรกับมีผลของฐานจากการเร่งฟื้นตัวหลังอุทกภัยในช่วงครึ่งแรกของปีก่อนหน้าในภาพรวม คณะกรรมการฯ ประเมินว่า ความเสี่ยงด้านลบและความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกเพิ่มสูงขึ้นจากครั้งก่อน

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯ ปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อตลอดช่วงประมาณการ จากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีแนวโน้มแผ่วลงตามแรงส่งของเศรษฐกิจไทยที่จะเริ่มชะลอลงในช่วงครึ่งปีหลัง รวมทั้งแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลงจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับลดลงในระยะสั้น คณะกรรมการฯประเมินว่าความเสี่ยงด้านต่ำต่อเงินเฟ้อมีมากกว่าความเสี่ยงด้านสูง ทั้งจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจโลก และจากราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกอาจไม่รุนแรงอย่างที่คาดไว้เดิม

ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 คณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในกลุ่มประเทศยูโรและปัญหาภาคสถาบันการเงินในสเปนเป็นสำ คัญ ขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากอุทกภัยได้ดีเกินคาดในไตรมาสแรกของปีแต่ภาคการส่งออกยังมีความเสี่ยงจากปัญหาในกลุ่มประเทศยูโรที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นได้ สำหรับแรงกดดันเงินเฟ้อลดลงจากช่วงก่อนหน้าตามราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับลดลง แต่แรงกดดันในระยะต่อไปยังมีอยู่จากเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวดี

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านการขยายตัวมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และเห็นควรให้ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนปรนต่อไปเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีสูง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.0 ต่อปีต่อมาในการประชุมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555 คณะกรรมการฯ เห็นว่า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีความเปราะบางและการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มประเทศยูโรที่มีความล่าช้า

โดยในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางในบางประเทศเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นเพื่อดูแลความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ สำหรับเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ใกล้เคียงศักยภาพ โดยอุปสงค์ภาคเอกชนขยายตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการส่งออกอาจได้รับผลลบจากเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่าที่ประเมินไว้และยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการฯ จึงมีมติ 5 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.0 ต่อปี โดย 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 ต่อปี ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและสามารถรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดำเนินนโยบายที่เหมาะสมตามความจำเป็นต่อไป


 

 

Read : 1424 times

jL Poll Module1

รับจำนำข้าวปีแรกตัวเลขทางการขาดทุน1.36 แสนล. ทำอย่างไรต่อดี



 

Poll (2)

ครบครึ่งปีท่านให้คะแนนรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
 

ข่าวยอดนิยมในรอบ 24 ชม.

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส