Home ข่าวหน้า1 คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 'สมคิด'ชี้อนาคตไทยเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล

'สมคิด'ชี้อนาคตไทยเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล

พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ระบุสังคมไทยเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล  แข่งขันกันด้วยอินโนเวชัน แนะไม่ต้องรอภาครัฐ เพราะความหวังประเทศอยู่ที่ภาคเอกชนที่มีความพร้อม"ทนง"ชี้ไทยกินบุญเก่า ระบุภาครัฐประชุมมากเกินไปตามเอกชนไม่ทันจนถูกดึงตัวคนเก่ง "ดร.อิสระ"อัดซ้ำถ้ารัฐไม่ยุ่งก็จะดี
              ศาสตราภิชาน ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   กล่าวในการสัมมนาเรื่อง Thailand Futuer Forum หัวข้อ "Thailand at the Crossroads: อนาคตไทย เราเลือกได้" โดยสะท้อนความคิดเห็นของภาคเอกชนสรุปได้ 4 ข้อ คือ 1.โลกข้างหน้าเป็นโลกยุคดิจิตอล  อนาคตของคน ในประเทศต้องเกี่ยวข้องกับดิจิตอล  อนาคตของไอที  อนาคตของการลงทุนจะเป็นอย่างไรต้องรวดเร็ว จะขยักขย่อนไม่ได้ เพราะจะเกิดความเสียหาย
              2. อนาคตข้างหน้าเราต้องแข่งขันกันด้วยอินโนเวชัน เราต้องมียุทธศาสตร์ การศึกษา การวิจัย มหาวิทยาลัยต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร 3.จะทำอย่างไรให้นักลงทุนเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง  และ 4. ความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ AECทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นฮับ เป็นศูนย์กลางของ AEC โดยให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย มีความเท่าเทียมและบูรณาการที่ครบวงจร
           "หลายสิ่งหลายอย่างที่ภาคเอกชนสะท้อนออกมาซึ่งตรงกันคือไม่ต้องรอภาครัฐ  แม้ภาครัฐจะสำคัญแต่น่าเสียดายที่การเมืองไทยไม่นิ่ง การขับเคลื่อนประเทศเปราะบาง  ภาคประชาชนอ่อนแอไม่สามารถขับเคลื่อนพลังได้เต็มที่   ความหวังของประเทศวันนี้คือภาคเอกชน ซึ่งมีความพร้อมทั้งปัญหาและบุคลากรถ้าภาคเอกชนไม่ส่งเสริมไม่ขยับเขยื้อนประเทศไทยก็จะถดถอย  มีหลายอย่างที่ภาคเอกชนริเริ่ม เช่น หอการค้าเริ่มต่อต้านการคอร์รัปชันโดยไม่ต้องรอให้ใครริเริ่ม น่าจะสะท้อนได้ว่าเราสามารถเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องมีคนชี้นำ เอกชนพูดวันนี้เป็นเสียงดังๆที่สะท้อนไปยังรัฐบาลทำอย่างไรจะนำไปสู่การปฏิบัติได้ซึ่งต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำให้เกิดความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด"
             ศาสตราภิชาน ดร. ทนง  พิทยะ  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า  ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังกินบุญเก่า  จึงสามารถฝ่าฝันมาได้ถึงขนาดนี้ ถ้าบุญเก่าหมดแล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไรแล้วเราจะทำอย่างไร "หลังเกิดรัฐประหาร(19 กันยายน 2549)ส่งผลให้การเดินตามแผนช้าไปอีก 10 ปี   ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เออีซี ภาคเอกชนพร้อมที่จะปรับตัวให้มากกว่าภาครัฐ ตรงนี้จึงกลายเป็นช่องว่างที่ภาครัฐต้องตามเอกชนให้ทัน ไม่อย่างนั้นบุคลากรเก่งๆจะถูกดึงมาสู่ภาคเอกชนจนหมด
           "สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในภาครัฐเป็นผลมาจาก ผู้บริหารต้องใช้เวลาในการประชุมต่อวันมากเกินไป และต้องคอยฟังนโยบายจากภาคการเมือง ทำให้หลายโครงการสำคัญต้องล่าช้าอย่างน่าเสียดาย  เช่น รถไฟใต้ดินล่าช้าไป 40 ปี   เป็นต้น  ภาครัฐควรลดเวลาการประชุมให้น้อยลง"
          ขณะที่ ดร.อิสระ  ว่องกุศลกิจ   ประธานกรรมการบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด  กล่าวถึงจุดแข็งของภาคเอกชนไทยว่า   เอกชนต้องปรับตัวสูงมาก ทั้งเรื่องของความคิดในการทำงานที่เปลี่ยนไป  การพัฒนาคนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก สามารถรับคนทุกภาคเข้ามาทำงานได้หากมีคุณภาพและศักยภาพพอ "การพัฒนาของเอกชนเป็นเพราะต้องการเอาตัวรอด  ถ้าภาครัฐไม่มายุ่งก็จะดีขึ้น  "
           ด้านนายธีรพงษ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยขาดนั่นคือมียุทธศาสตร์แต่ไม่มีการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีการผลักดันว่าสินค้าใด อุตสาหกรรมการส่งออกใดจะเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทย
            นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่าอนาคตต้องการเห็นผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าให้กับประชากรในภูมิภาคอีก 200-300 ล้านคน บริโภค รัฐบาล นักวิชาการควรทำงานร่วมกับเอสเอ็มอีเพื่อส่งเสริมให้เข้าไปลงทุน ร่วมทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม เพราะหากเริ่มล่าช้าอาจทำให้คู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย เวียดนามแซงหน้าไทย และพม่าก็จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น หากทำได้จะส่งผลให้มูลค่าทางตลาดเพิ่มขึ้นอีก 1  ล้านล้านบาทได้ใน 10-20 ปีข้างหน้า
             นายศุภชัย เจียรวนนท์    กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ  1,800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ให้บริการโดยบริษัท ทรูมูฟ จำกัด จะหมดสัญญาสัมปทานภายในเดือนกันยายน 2556  แต่ขณะนี้หน่วยงานกำกับดูแล คือ กสทช.(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ยังไม่ได้มีกฎระเบียบมารองรับในเรื่องนี้แต่อย่างใด
              " กสทช. ต้องพิจารณาในเรื่องมหภาคอย่าทำตามกระแสควรจะส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็งเพราะภาคเอกชนต้องรับภาระแบกรับต้นทุน หากรัฐวิสาหกิจไทยอ่อนแอภาคเอกชนก็อ่อนแอตามไปดด้วย  "                                
             ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานและกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ตลาดต่างประเทศมีการขยายตัวมากขึ้น แต่ภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว  และเป็นโอกาสของธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบในธุรกิจทั้งการเก็บเกี่ยวทรัพยากรและวัตถุดิบการผลิต รัฐบาลควรเดินหน้าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆอย่างต่อเนื่อง หากดำเนินการสำเร็จจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับธุรกิจในประเทศไทย และสามารถเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคได้ด้วย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในอนาคต
นายเศรษฐพุฒิ  สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความกล้าในการตัดสินใจที่ดี ทำให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตและมีการพัฒนามาได้ทุกวันนี้ ตรงข้ามหากเราไม่ทำอะไร ไม่ตัดสินใจอะไร ...อนาคตประเทศจะฝ่อไปเรื่อยๆ เหมือนประเทศฟิลิปปินส์ หากกล้าตัดสินใจทำสิ่งที่ยากและจำเป็นอนาคตประเทศก็จะเดินหน้าไปได้เหมือนเกาหลีใต้ หรือไต้หวัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,762  2-4  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 1842 times

jL Poll Module1

รับจำนำข้าวปีแรกตัวเลขทางการขาดทุน1.36 แสนล. ทำอย่างไรต่อดี



 

Poll (2)

ครบครึ่งปีท่านให้คะแนนรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
 

ข่าวยอดนิยมประจำสัปดาห์

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส