หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ลงทุน-อุตฯ ลงทุน-อุตสาหกรรม อุตฯไฟฟ้าจับตาวิกฤติยุโรป ทุบยอดส่งออกวูบ

อุตฯไฟฟ้าจับตาวิกฤติยุโรป ทุบยอดส่งออกวูบ

พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

altอุตสาหกรรมไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ โดนพิษยูโรโซนกระหน่ำ ยอดส่งออกตกวูบเกือบ 10 % และมีแนวโน้มติดลบอีกในช่วง 6 เดือนหลังเตือนผู้ประกอบการเร่งหาตลาดใหม่รองรับ จากกำลังการผลิตที่จะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ 100 % ในไตรมาส 4 แต่ยังเชื่อมั่นความต้องการใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศยังไปได้ คาดปีนี้โต 5 %
 นายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์วิกฤติปัญหาหนี้สหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด รวมถึงวิกฤติทางการเงินที่อาจลุกลามไปถึงสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อระบบทางการเงินเหมือนกับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่เคยเกิดขึ้น  เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมรับมือกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้นตามมาอีก เนื่องจากขณะนี้พบว่าวิกฤติยูโซนดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ลดลง และมีแนวโน้มว่าในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะปรับตัวลดลงมากขึ้นอีก หากสถานการณ์การแก้ไขปัญหาหนี้ยังไม่คลี่คลาย
ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลการส่งออกสินค้าดังกล่าวในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้  มีการส่งออกไปสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่มีสัดส่วนอยู่ที่ 13 % ขณะที่สหรัฐอเมริกามีสัดส่วน 15 % ได้ปรับตัวลดลง 9.53 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือมีมูลค่า 2.949 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 
 โดยการส่งออกไปประเทศเนเธอร์แลนด์ ติดลบถึง 11%  ประเทศเยอรมนี ติดลบ 0.7 % สาธารณรัฐเช็ก ติดลบ 4 % และ ประเทศอังกฤษ ติดลบ 12% เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าการนำเข้าในภาพรวมของสหภาพยุโรปเองที่ติดลบถึง 40 % จึงส่งผลมายังสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
 ประกอบกับในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 ของไทยเอง กำลังอยู่ช่วงฟื้นตัวจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผลิตสินค้าได้ไม่เต็มที่  จึงส่งผลให้การส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ลดลงตามไปด้วย ซึ่งการส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรปที่ลดลง ส่งผลให้ภาพรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ลดลงตามไปด้วย 2.23 % หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออก 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นเครื่องปรับอากาศ 401.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกสูงสุดคือ อุปกรณ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ 1.942 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
 นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมการรับมือของผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าวนี้ อาจจำเป็นต้องหาตลาดใหม่ๆ รองรับการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชีย ที่ยังมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตที่จะกลับมาโตอีก 37 % จากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 ส่วนการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศปีนี้ เดิมคาดว่าจะเติบโตประมาณ 5 % เป็นสินค้าในกลุ่มไฟฟ้าโตประมาณ 6 % และอิเล็กทรอนิกส์โตประมาณ 4 % เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ
 อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังคาดว่าแนวโน้มการผลิตสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จะกลับมาดีขึ้น และเชื่อว่ากำลังการผลิตจะกลับมาเดินเครื่องได้ 100 % ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
 ด้านนางจินตนา ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สำหรับการส่งออกใน 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค. 2555) นั้น ค่อนข้างดีเนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากสภาพอากาศค่อนข้างร้อน ส่งผลให้ยอดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศเพิ่มสูงขึ้น และมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังยอดการใช้เครื่องปรับอากาศน่าจะยังมีแนวโน้มที่อยู่ จากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีอย่างต่อเนื่อง
 ขณะที่การส่งออกไปยุโรปนั้นตอนนี้คาดว่าน่าจะติดลบอยู่ที่ 20 % โดยข้อมูลจากการส่งออกไปยุโรปในช่วง 5 เดือนแรกมีมูลค่าส่งออกประมาณ 289 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ยอดการส่งออกก็น่าจะชะลอตัวลงเนื่องจากเข้าสู่ช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นในสหภาพยุโรปและอเมริกา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,762  2-4  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 1193 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*