Homeคอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล หนึ่งเสาหลัก สองเสาหัก?

หนึ่งเสาหลัก สองเสาหัก?

พิมพ์

ช่วงที่ผ่านมามีข่าวที่น่าสนใจและสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ ข่าวที่หนึ่งคือ ประเทศในอาเซียนตกลงกันว่าจะไม่ลดภาษีนำเข้าบุหรี่ ข่าวที่สองคือ ประเทศในกลุ่มอาเซียนไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมหลังจากประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่กัมพูชาในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อาเซียน ท่านจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับข่าวทั้งสองก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่สำหรับผมนั้นมีความเห็นว่าสองเสาหลักที่จะพาเราไปสู่การรวมตัวให้เป็น ASEAN Community ซึ่งเรียกว่า เสาสังคม-วัฒนธรรม และ ความมั่นคง-การเมืองนั้น กำลังจะสร้างปัญหาให้กับเสาเศรษฐกิจ
 สิ่งที่น่าห่วงคือ สามเสานี้กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่?  ผมยืนยันว่าการไม่ลดภาษีนำเข้าบุหรี่นั้นไม่ได้มีอิทธิพลเพียงพอให้ลดการสูบบุหรี่ได้เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วเราก็น่าจะสนับสนุนให้เพิ่มภาษีด้วยซ้ำไปและที่น่าแปลกใจมากขึ้นไปอีกก็คือมีหมอคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าเราควรมีข้อห้ามบริษัทขายสุราทำกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility)เพราะกลัวว่าบริษัทเหล่านี้มีวาระซ่อนเร้นในการแอบขายเหล้าด้วย การมุ่งเป้าแต่การออกกฎเพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องมือสุดท้ายที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั้นเป็นได้แค่ความหวัง แต่การจะดำเนินการให้สำเร็จนั้นต้องมีกระบวนการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพพร้อม ๆ กับการให้ความรู้และส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ความล้มเหลวของการประชุม ASEAN ชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ของประเทศ มีความสำคัญกว่าความสมัครสมาน (Solidarity) ของกลุ่ม
 ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เห็นว่าอีกสองเสานั้นมีความสำคัญสูงพอๆ กับเสาเศรษฐกิจ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาของทั้งสองเสาจะต้องมีประสิทธิภาพสูงเพื่อเสริมภาคเศรษฐกิจ แต่เท่าที่เห็นได้ในขณะนี้ก็คือ  ทั้งสามเสานั้นต่างคนต่างเดิน ซึ่งอาจทำให้บ้าน ASEAN ล้มไปก่อนที่จะสร้างเสร็จ โดยสรุปก็คือคนทั้งสี่กลุ่มในประเทศ ซึ่งประกอบด้วย 1) เศรษฐกิจ 2) สังคม 3) ข้าราชการ และ 4) นักการเมือง จะต้องเข้าใจปรัชญาของ ASEAN เท่ากันและเดินไปสู่ความสำเร็จอย่างราบรื่นและรวดเร็วพร้อมๆ กัน การกล่าวหาภาคเศรษฐกิจว่าได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวนั้นก็ควรหมดไปได้แล้ว
 ผมถูกต่อว่าจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ว่า ไทยเลือกเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป(อียู)แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเจรจากับสหรัฐฯ ประเด็นที่สหรัฐฯแปลกใจมากกว่านั้นคือการตัดสินใจของรัฐบาลไทยที่รวดเร็วเกินคาด  ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่น่าจะแปลกใจว่าการตัดสินใจของไทยครั้งนี้ตั้งอยู่บนเหตุการณ์วิกฤติจากการส่งออกสินค้าที่ลดลงต่อเนื่องในปีนี้และที่สำคัญคือกำลังมีสัญญาณว่าไทยจะถูกอียูตัดภาษีพิเศษที่เรียกว่า Generalized System of Preferences (GSP) ซึ่งประเทศพัฒนาให้กับประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาด้วยจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการสร้างรายได้   แต่สิทธินี้จะถูกตัดหรือลดลงหากเป้าหมายได้บรรลุแล้ว เช่น รายได้ประชาชาติของประเทศผู้รับสิทธิเพิ่มขึ้นสูงเกินเส้นที่กำหนดไว้ การถูกตัดสิทธินี้เป็นผลให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นที่ยังคงได้รับสิทธิ วิธีแก้ไขคือการจัดให้มีข้อตกลงการค้า(FTA)กับอียู เพื่อจะได้เจรจาให้คงสิทธิไว้ซึ่งหากทำได้ก็จะได้สิทธิเป็นการถาวรต่อไป
 ผมไม่อยากเห็นการตัดสินใจเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีที่เรียกว่า Trans-Pacific Partnership (TPP) กับสหรัฐฯเกิดจากเหตุวิกฤติเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับอียู เพราะจะเป็นการย้ำว่าเสาการเมืองและสังคมของเรายังมีปัญหา ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งสามเสาผมจึงเสนอให้มีการสร้างกลไกแลกเปลี่ยนความเห็นกันและกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับสิ่งที่เห็นต่างกันให้สามารถนำประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จ และเป็นสุขอย่างยั่งยืนเพราะการรวมกลุ่มอย่างแข็งแรงและเป็นสุขใน ASEAN นั้นทั้งสามเสาของประเทศไทยต้องไม่ขัดกันเองจนอ่อนแอกันไปหมด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,761   29  กรกฎาคม  - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 3533 times

jL Poll Module1

ให้อำนาจคสช.คุมรัฐบาลได้ ท่านคิดว่าหน.คสช.จะนั่งควบเก้าอี้นายกฯด้วยหรือไม่


 

Poll (2)

คสช.ให้ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่ 1ตุลาคม ปีหน้า ท่านเห็นว่าอย่างไร
 

*