นายสมชาย พรจินดารักษ์ นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางสมาคมได้ยื่นหนังสือต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้การสนับสนุนและช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคใน 7 เรื่องเร่งด่วนเพื่อกอบกู้วิกฤติส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2555 มูลค่าการส่งออกได้ลดลงถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับ 7 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องแรก ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการต่ออายุการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างถาวรสำหรับการนำเข้าพลอยดิบ เพื่อแก้ไขการขาดแคลนวัตถุดิบที่จำเป็นเพื่อป้อนอุตสาหกรรมกลางน้ำ และปลายน้ำที่มาตรการได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เรื่องที่สอง ขอให้ยกเว้นภาษีสินค้าที่นำเข้ามาแสดงในงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ โดยมีระยะเวลาผ่อนผัน (Grace Period) 1 เดือนในช่วงงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ ที่จัดปีละ 2 ครั้ง เพราะปัจจุบันคู่แข่งขันของไทยได้มีการสนับสนุนในการลดภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศของตนอย่างเข้มข้นทำให้ไทยเสียเปรียบ
ดังตัวอย่างประเทศจีน ได้ปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มที่ซื้อ/ขายผ่าน Diamond Exchang ที่ศูนย์เซี่ยงไฮ้จาก 17% เหลือ 4% ส่วนอินเดียเก็บภาษีเพียง 1% เท่านั้น ฮ่องกงและสิงคโปร์เป็น Free Port ภาษีเป็น 0% ขณะที่มาเลเซียประกาศสินค้าที่นำเข้ามาในงานอัญมณีและเครื่องประดับภาษีเป็น 0% หากไทยมีการยกเว้นภาษีในช่วงงานจะส่งผลให้เกิดการซื้อขายสินค้าอีกมาก
เรื่องที่สาม การเร่งหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเก่า เช่น จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง รัสเซีย อาเซียน แอฟริกา และลาตินอเมริกา โดยในช่วงครึ่งปีหลังควรมีการโรดโชว์มากขึ้น และรัฐบาลควรร่วมออกค่าใช้จ่ายของภาคเอกชน เรื่องที่สี่ การรักษาตลาดเก่า เช่น ตลาดสหภาพยุโรป(อียู)ที่ยังมีปัญหาเศรษฐกิจ โดยขอให้รัฐบาลสนับสนุนสร้างไทยพาวิเลียนในงานแฟร์ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อรวมตัวกันเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ และสร้างความโดดเด่นในงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ
เรื่องที่ห้า ขอให้มีการตั้งกงสุลไทยที่ประเทศโมซัมบิก เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เข้าไปซื้อวัตถุดิบและถูกจับกุม จากปัจจุบันต้องพึ่งกงสุลไทยที่แอฟริกาใต้ช่วยเจรจา ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันสถานการณ์ เรื่องที่หก ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการออกหมายศาลเพื่อตรวจค้นผู้ประกอบการที่ต้องสงสัยมีการลักลอบนำเข้าวัตถุดิบอัญมณี ที่ไม่ควรออกอย่างง่ายๆ เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจเป็นการทำลายบรรยากาศการค้า และเรื่องที่เจ็ด การขอการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ส่งออกรายย่อย ที่ส่งสินค้าไปแล้วไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้าได้
"ทั้ง 7 เรื่องถือเป็นเรื่องเร่งด่วน หากสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีจะช่วยกู้วิกฤติส่งออกอัญมณีให้กลับมาขยายตัวที่ 5% ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ได้ และจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันตัวเลขการส่งออกในภาพรวมของไทยที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 15% ได้ (ปี 2554 ไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับมูลค่า 371,239 ล้านบาท)นอกจากนี้จะช่วยผลักดันส่วนแบ่งตลาดสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในตลาดโลกที่เราตั้งเป้าไว้ที่ 5% (ตลาดการค้าอัญมณีฯโลกมีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี)ในอีก 3 ปีนับจากนี้ได้ จากในปี 2554 ส่วนแบ่งตลาดอัญมณีฯไทยในตลาดโลกอยู่ที่ 2.65% ลดลงจากช่วง 3 ปีก่อนหน้าที่มีส่วนแบ่งประมาณ 3.5%"
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ใน 7 เรื่องด่วนที่เสนอไปขณะนี้ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลแล้วในเรื่องการต่ออายุการยกเว้นVAT สำหรับพลอยดิบนำเข้า โดยเบื้องต้นกรมสรรพากรจะต่ออายุให้ถึงกลางปี 2557 ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงส่งออกอัญมณีฯในปีนี้ หลักๆประกอบด้วยวิกฤติยูโรโซนฉุดการค้าอัญมณีฯโลกชะลอตัว ราคาทองคำในตลาดโลกที่ผันผวน และราคาลดต่ำลงกระทบต่อการส่งออก และผลพวงจากที่ล่าสุดไทยถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี)เครื่องประดับทำด้วยเงิน กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน และจะทำให้คู่แข่งสำคัญทั้งจีน และอินเดียแย่งส่วนแบ่งตลาดไทยไปได้เพิ่มขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,759 22-25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555




