รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่ากระทรวงแรงงานจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้( 10 ก.ค.) เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ(รสก.)
ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครส.)เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีพตามภาวะเศรฐกิจปัจจุบันที่ต้องประสบกับภาวะค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น และยังให้เท่าเทียมกับข้าราชการที่ได้ปรับเพิ่มเบี้ยค่าครองชีพไปก่อนหน้านั้น
การจ่ายเบี้ยค่าครองชีพให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของราชการโดยอนุโลมซึ่งรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งสามารถดำเนินการเองได้หลังจากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ และใช้เงินงบประมาณของรัฐวิสาหกิจเอง คาดว่าจะทำให้รัฐวิสาหกิจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 746.88 ล้านบาทต่อปี โดยยังไม่นับรวมกรณีของลูกจ้างที่เงินเดือนยังไม่ถึง 9,000 บาท และหากสมมุติฐานว่ารัฐวิสาหกิจต้องนำส่งรายได้แผ่นดินในอัตรา 40% แล้ว คาดว่าจะทำให้เงินนำส่งรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจลดลง 298.75 ล้านบาท298.75 ล้านบาท
ปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจมีอยู่รวม 75 แห่ง มีจำนวนลูกจ้างรวมกันทั้งหมด 271, 762 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นลูกจ้างที่บรรจุวุฒิปริญญาตรี และมีค่าจ้างต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท จำนวน 31,224 คน หากปรับเพิ่มค่าครองชีพ จะส่งผลให้ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 62.24 ล้านบาท หรือปีละ 746.88 ล้านบาท ส่วนลูกจ้างที่วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีและเงินเดือนไม่ถึง 9,000 บาท มีจำนวน 21,571 คน ประมาณการค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 21.84 ล้านบาท หรือปีละ 87.36 ล้านบาท รวมลูกจ้าง 2 กลุ่มที่เข้าข่ายได้รับเงินค่าครองชีพประมาณ 52,795 คน ใช้เงินเพิ่มขึ้นปีละ 834 ล้านบาท




