วันนี้ (9 กรกฎาคม 2555) ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ จำนวน 171 คน ในโครงการพัฒนาองค์ความรู้เครือข่ายประชาสัมพันธ์กระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2555 จัดโดยสำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มพูนทักษะการสื่อสารประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในด้านการบริการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพไม่ให้เจ็บป่วย
นายวิทยากล่าวว่า งานด้านการแพทย์และสาธารณสุข นอกจากจะดูแลรักษาผู้ป่วยแล้ว ยังมีบทบาทในการให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชน ป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้บุคลากรทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะด้านสุขภาพ ผ่านทางเทคโนโลยีการสื่อสารทุกชนิด รวมทั้งตัวบุคคล เพื่อเป็นกลไกให้ประชาชนเข้าถึงบริการข้อมูลสุขภาพ มีความรู้ความเข้าใจ นำไปใช้ในการดูแลสุขภาพอนามัยทั้งตนเองและครอบครัวได้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาคนป่วยล้นเตียงหรือล้นโรงพยาบาลได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศได้
นายวิทยากล่าวต่อว่า จากประสบการณ์เกือบปีที่ได้ร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงสาธารณสุข พบว่าบุคลากรทุกระดับเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำงานสูงมาก ทำงานแบบทุ่มเทและตั้งใจ โดยเฉพาะแพทย์พยาบาล บ่อยครั้งที่เกิดการร้องเรียนขึ้น ส่วนใหญ่มาจากการทำงานมาก แต่พูดน้อย การพูดน้อยหรือไม่พูดให้ข้อมูลต่างๆแก่ประชาชนผู้มารับบริการให้เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเข้าใจผิดระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ ก็จะกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใส่ใจในการให้บริการ หรือบริการไม่ได้มาตรฐาน และเกิดการร้องเรียนกันในที่สุด จากข้อมูลการเฝ้าระวังข้อร้องเรียนการให้บริการของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจากประชาชน ผ่านทางหนังสือพิมพ์ในปี 2555 พบว่ามีถึง 17 เรื่อง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการบริการ และร้อยละ 50 เกิดจากการขาดการสื่อสารที่เหมาะสม
ทางด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดประชุมเพื่อเพิ่มทักษะด้านการสื่อสารสาธารณะและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้แก่บุคลากรในสังกัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้งานสื่อสารประชาสัมพันธ์ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งเป็นการขับเคลื่อนและเชื่อมโยงนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขลงสู่พื้นที่ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและทั่วถึง ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติฉุกเฉิน อีกทั้งเป็นการพัฒนาการสื่อความหมายกับผู้มารับบริการอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นศรัทธา และความร่วมมืออันดี ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ




