คณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 ก.ค.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากเดิม 0.25% เป็น 0.75% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้งอีซีบีขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน นอกจากนี้อีซีบียังตัดสินใจด้วยมติเอกฉันท์เช่นกันให้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารนำมาฝากกับอีซีบีลงเหลือ 0% ด้วย มติของอีซีบีทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญและตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี การปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่าจะไม่ช่วยเศรษฐกิจยุโรปมากนัก นายพอล โดโนแวน ประธานกรรมการและนักเศรษฐศาสตร์โลกของยูบีเอส กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของอีซีบีมีผลจำกัด โดยอาจจะช่วยลดต้นทุนกู้ยืมได้บ้าง แต่จะไม่นำไปสู่การเพิ่มซัพพลายการปล่อยกู้ในตลาดในทันที
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์อีกจำนวนหนึ่งมองว่าอีซีบีมาถึงทางตันในการใช้นโยบายการเงินเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรป "มีหนทางเหลืออีกไม่มากให้อีซีบีดำเนินการในแง่ของการลดอัตราดอกเบี้ย" จูเลียน แคลโลว์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์โลกและยุโรปจากบาร์เคลย์ส กล่าว และเสริมว่า "ถ้าเศรษฐกิจไม่กระเตื้องขึ้น ในความเห็นของเรา คณะกรรมการบริหารของอีซีบีจะต้องหยิบยกแนวคิดในการเข้าไปซื้อสินทรัพย์ขึ้นมาพูดถึง"
โดโนแวนประเมินว่า อีซีบีมีโอกาสที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้งอีก 0.25% ในเดือนกันยายน แต่ก็เป็นเพียงการแสดงท่าทีว่าอีซีบีได้ลงมือดำเนินการบางอย่างแล้วเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน จึงมองว่าการลดดอกเบี้ยจะไม่มีประสิทธิภาพมากนัก สอดคล้องกับความเห็นของนิค คูนิส หัวหน้าฝ่ายวิจัยของเอบีเอ็น แอมโร ที่กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยอีก 0.25% จะไม่สร้างความแตกต่าง
อย่างไรก็ดี นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ไม่เชื่อว่าอีซีบีหมดทางเลือกในการใช้นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว "เราไม่รู้สึกเช่นนั้น เรายังมีอาวุธทั้งหมดเตรียมพร้อมอยู่" ดรากีกล่าวต่อไปด้วยว่าคณะกรรมการอีซีบีไม่ได้อภิปรายกันถึงมาตรการพิเศษอื่นๆ เช่น การเข้าไปซื้อพันธบัตร หรือการปล่อยกู้ต้นทุนต่ำระยะยาวให้กับธนาคาร อีกทั้งเชื่อว่ากองทุนช่วยเหลือของยุโรปมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรับมือกับวิกฤติ
ด้านนักลงทุนในตลาด แม้ว่าจะคาดหมายการลดดอกเบี้ย แต่ก็ผิดหวังกับผลการประชุมของอีซีบีและคำกล่าวของนายดรากี จนส่งให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของทั้งสเปนและอิตาลีพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงในวันพฤหัสบดี
เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า ในบรรดามาตรการที่อีซีบีประกาศในวันพฤหัสบดี การลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงเหลือ 0% นับเป็นมาตรการที่มีความสำคัญที่สุด อีซีบีตัดสินใจดำเนินนโยบายดังกล่าวด้วยความหวังว่า ธนาคารจะมีแรงจูงใจลดลงในการนำเงินสดที่เหลือมาฝากไว้กับอีซีบีและนำไปปล่อยกู้ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจมากขึ้น
แคลโลว์ให้ความเห็นว่า อีซีบีได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ามีความกังวลต่อความลังเลในการปล่อยกู้ให้กับภาคเอกชนของธนาคารพาณิชย์มากพอที่จะเลือกใช้มาตรการที่ผิดแผกไปจากปกติในครั้งนี้ นายดรากีแสดงท่าทียอมรับว่า โครงการปล่อยกู้ต้นทุนต่ำระยะเวลา 3 ปีให้กับธนาคารพาณิชย์เป็นมูลค่า 1 ล้านล้านยูโรของอีซีบีตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อนไม่ให้ผลตามที่คาดหวัง "หลายเดือนผ่านมาแล้ว และเรายังคงเห็นการปล่อยสินเชื่อมีความอ่อนแอ" ดรากีกล่าว
ประธานอีซีบีกล่าวถึงเหตุผลในการตัดสินใจลดดอกเบี้ยลงว่ามาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอทั่วยูโรโซน อย่างไรก็ดี ดรากีกล่าวว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าการเติบโตจะอยู่ในระดับใกล้เคียง 0% ยังห่างไกลจากสถานการณ์เมื่อ 3 ปีก่อนหลังจากการล่มของเลห์แมน บราเธอร์ส
อีซีบีเป็น 1 ใน 3 ธนาคารกลางที่ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางจีนสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้หนึ่งปีลง 0.31% เหลือ 6% และลดดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปีลง 0.25% เหลือ 3% ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) กล่าวว่าจะเพิ่มมูลค่าการซื้อพันธบัตรอีก 5 หมื่นล้านปอนด์ ส่งผลให้อังกฤษใช้เงินไปกับนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รวม 3.75 แสนล้านปอนด์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,755 8-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555




