หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ข่าวหน้า1 คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 ธปท.เขย่า'ออมสิน'พบปล่อยกู้เอสเอ็มอี

ธปท.เขย่า'ออมสิน'พบปล่อยกู้เอสเอ็มอี

พิมพ์

เปิดผลตรวจสอบของ ธปท.สุ่มตรวจสถาบันเฉพาะกิจ  ติง "ออมสิน" ปล่อยกู้ลูกหนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีและรายย่อยบางราย มีความบกพร่อง ไม่รัดกุม หวั่นกระทบฐานะของธนาคาร  ชี้บางรายอาจเข้าข่ายเป็นการเก็งกำไรในที่ดิน

พบมีการลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าหลังคณะกรรมการอนุมัติสินเชื่อไปเพียง 1-2 เดือน  ทั้งปล่อยกู้เพิ่มลูกหนี้รายเดิมเพื่อนำมาชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่เริ่มค้างชำระเพื่อชะลอการเป็นเอ็นพีแอล
     หลังจากผลตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)  เมื่อปี 2553 และปี 2554 ในการตรวจสอบธนาคารออมสิน ซึ่งธปท.ตั้งข้อสังเกตและมีข้อเสนอแนะถึงการปล่อยสินเชื่อจำนวน 33 รายของธนาคารที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แยกเป็นการปล่อยกู้ปี 2554 จำนวน 25 ราย วงเงินรวม 5,045 ล้านบาท และปี 2553 อีกจำนวน 8ราย วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาทนั้น 
    ล่าสุด ธปท.ได้สรุปผลตรวจสอบธุรกรรมสำคัญของธนาคารออมสิน โดยฝ่ายตรวจสอบสถาบันเฉพาะกิจและนอนแบงก์ ประจำปี  2555 สิ้นสุดถึงวันที่ 31 มีนาคม 2555   โดยในรายงานธปท.ตั้งข้อสังเกตถึงการปล่อยสินเชื่อของธนาคารออมสิน กรณีสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อยไว้หลายประการ เช่นพบว่าธุรกรรมสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) มีข้อบกพร่องที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคาร ทั้งจากกระบวนการสินเชื่อบกพร่อง มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสินเชื่อที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น  การวิเคราะห์สินเชื่อรายย่อยของธนาคารยังมีข้อบกพร่อง เนื่องจากการ เร่งขยายสินเชื่อให้ได้ตามเป้าหมาย ระบบการจัดชั้นหนี้ยังมีการจัดชั้นหนี้สินเชื่อรายย่อยบางกรณีไม่ถูกต้อง และยังไม่มีการจัดชั้นสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ตามเกณฑ์คุณภาพ ทำให้การรายงานหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ไม่สะท้อนถึงสถานะที่แท้จริงของพอร์ตสินเชื่อ  เป็นต้น
    ทั้งนี้ข้อมูลจากผลตรวจสอบข้างต้น ที่พอจะนำไปเป็นประเด็นให้ตั้งข้อสังเกตดังกล่าวได้  ยกตัวอย่างมีการอนุมัติลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้หลายราย ภายหลังคณะกรรมการสินเชื่อฯอนุมัติเพียง 1-2 เดือน ซึ่งปกติอัตราดอกเบี้ยจะถูกพิจารณาตามความเสี่ยงของลูกหนี้ ทั้งที่ความเสี่ยงของลูกหนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มกับความเสี่ยงของลูกหนี้เพิ่มขึ้น
    เช่นตัวอย่าง กรณีลูกหนี้รายหนึ่ง ธนาคารอนุมัติให้กู้ยืมเพื่อซื้อที่ดินอาคารและค่าปรับปรุงตกแต่งอาคารให้เป็นรีสอร์ตและสปา โดยทราบอยู่แล้วว่าอาคารดังกล่าวเป็นสถานอาบอบนวด โดยปัจจุบันลูกหนี้รายดังกล่าวยังไม่เบิกค่าปรับปรุงและตกแต่งอาคาร โดยชี้แจงว่าไม่สามารถปรับปรุงและแก้ไขแบบแปลนก่อสร้างได้ แต่ยังคงดำเนินธุรกิจอาบอบนวดเป็นปกติ อาจไม่เป็นไปตามนโยบายสินเชื่อต้องห้ามของธนาคาร
    ส่วนลูกหนี้อีกรายหนึ่ง ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีวงเงินกู้ 200 ล้านบาท ยอดหนี้คงค้าง 193 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้รายนี้ ธปท.ตั้งข้อสังเกตว่า ธนาคารไม่ได้ตรวจสอบยอดจองซื้ออาคารชุดก่อนอนุมัติทำให้ไม่ทราบข้อมูลยอดจองซื้ออาคารชุดที่แท้จริง ส่งผลให้ประมาณการรายได้ที่จะนำมาชำระหนี้จากการปลอดจำนองห้องชุดผิดพลาด และให้เบิกเงินกู้ค่าก่อสร้างตามความคืบหน้าการก่อสร้าง โดยไม่ได้พิจารณาความคืบหน้าในการขายของลูกหนี้ในแต่ละเดือน ทำให้ไม่ทราบความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างแท้จริง ลูกหนี้เป็นหนี้เอ็นพีแอลภายใน 1 ปี นับจากอนุมัติ
    ทั้งนี้ ผลตรวจสอบธปท.ยังระบุว่า ลูกหนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีของธนาคาร ที่มีความสามารถในการชำระหนี้อ่อนหรือกระบวนการสินเชื่อมีข้อบกพร่อง ควรเปลี่ยนแปลงการจัดชั้นตามคุณภาพ จำนวน 23 ราย ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ธปท.เคยให้ข้อสังเกตไว้ในรายงานการตรวจสอบปี 2554 จำนวน 14 ราย จากการตรวจสอบในครั้งนี้พบว่า ลูกหนี้ดังกล่าวมีความสามารถในการชำระหนี้อ่อน บางรายต้องนำเงินจากกิจการอื่นมาชำระหนี้แทน หรือยังไม่ได้จัดทำรายละเอียดโครงการภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด หรือการดำเนินโครงการล่าช้า โดยธนาคารต้องขยายระยะชำระคืนเงินต้นและขยายระยะเวลาในการจัดทำโครงการให้
    นอกจากนี้จากข้อมูลของธปท.ยังระบุด้วยว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2555 ธนาคารออมสินมีเอ็นพีแอล 16,899 ล้านบาท หรือ 1.44% ของเงินให้สินเชื่อ ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เอ็นพีแอลอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากธนาคารใช้กลยุทธ์เพิ่มวงเงินสินเชื่อซึ่งทำให้ลูกหนี้รายเดิมสามารถกู้เพิ่มเพื่อชำระเงินต้น และหรือดอกเบี้ยที่เริ่มค้างชำระ และชะลอการเป็นเอ็นพีแอล อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการให้สินเชื่อที่มีการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยเนื่องจากลูกหนี้ไม่มีเม็ดเงินมาจ่ายชำระหนี้จริง
    ซึ่งจากการสุ่มตรวจสอบข้อมูลเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในระหว่างเดือนเมษายน 2554 ถึงกุมภาพันธ์ 2555 พบว่าธนาคารมีการให้สินเชื่อเพิ่มแก่ลูกหนี้รายเดิม 186,777 ล้านบาท เป็นการให้สินเชื่อเพิ่มแก่ลูกหนี้ที่เริ่มค้างชำระ (จัดชั้นกล่าวถึงขึ้นไป) 3,327 ล้านบาท ลูกหนี้ที่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ 310 ล้านบาท และลูกหนี้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เคยจ่ายชำระหนี้แทน 2,798 ล้านบาท  และ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ลูกหนี้ดังกล่าวเริ่มเป็นเอ็นพีแอลแล้วจำนวน 186 ล้านบาท
    นายบันลือ พันธ์พงษ์เจริญ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวถึงกรณีธปท.ตั้งข้อสังเกตและมีข้อเสนอแนะถึงการปล่อยกู้ของธนาคารออมสิน ในปี 2553 และปี 2554 ว่าการตรวจสอบของธปท.ดังกล่าว เป็นการตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามปกติ ซึ่งหลังจากที่ธปท.มีข้อเสนอแนะมายังธนาคารออมสิน ธนาคารได้ปฏิบัติมาเรื่อยๆ  โดยเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ส่วนกรณีในปี 2553 ที่ธปท.ตั้งข้อสังเกตถึงการปล่อยสินเชื่อ 8 รายนั้น โดยข้อเท็จจริงมีเพียง 5 รายที่มีการอนุมัติสินเชื่อและเข้ามาทำสัญญา แต่อีก 3 รายไม่ได้เข้ามา โดยสินเชื่อที่ปล่อยไปมีเพียง 2 รายที่จัดชั้นเอ็นพีแอล วงเงิน 400 ล้านบาท   ส่วนในปี 2554 มีลูกหนี้ 25 ราย ที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ยอมรับว่าแม้ลูกหนี้จะมีปัญหาขลุกขลักบ้าง แต่ก็เป็นลูกหนี้ปกติ  สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของธนาคารได้ แม้บางรายจะเป็นเอ็นพีแอลแต่ก็สามารถแก้ไขได้
    ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารออมสิน มีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยของธนาคารอยู่ที่ 90% และรายใหญ่ประมาณ 6% หรือประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,755   8-11  กรกฎาคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 1916 times

jL Poll Module1

เงินจ่ายคืนภาษีรถคันแรกปีนี้ไม่พอ คลังขอใช้งบกลาง/เงินคงคลังหมื่นล.ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ห่วงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนายกฯ จุดชนวนรุนแรง ท่านเชื่ออย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ