หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home การเงิน การเงิน Financial กองทุนอินฟราฯใกล้คลอด ก.ล.ต.เผยบริษัทยักษ์-เอสเอ็มอี ยื่นขออนุญาตเพียบ

กองทุนอินฟราฯใกล้คลอด ก.ล.ต.เผยบริษัทยักษ์-เอสเอ็มอี ยื่นขออนุญาตเพียบ

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

ใกล้คลอดแล้วกองทุนโครงสร้างพื้นฐานฟากเอกชน เลขาธิการก.ล.ต.เผยมีผู้ประกอบการขนาดใหญ่-เอสเอ็มอีทยอยยื่นขออนุมัติตั้ง วรพล โสคติยานุรักษ์วรพล โสคติยานุรักษ์แล้ว  บลจ.กรุงไทยฯ-บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ฯ

แย้มมีลูกค้าเป็นธุรกิจโรงไฟฟ้าสนใจออกกองทุนไซซ์ 2,000-6,000 ล้านบาท ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยช่วงนี้เป็นโอกาสเหมาะรัฐใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมเงิน เหตุแนวโน้มเงินต่างชาติไหลเข้าอีกเพียบ  เอสพีซีจี เลื่อนออกกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ เป็นไตรมาส 4 ปีนี้

 

         หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้ออกหลักเกณฑ์การลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน  หรืออินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์ 8 ประเภท ประกอบด้วย ระบบถนน ระบบราง ระบบโรงไฟฟ้า ระบบน้ำ ทั้งการเกษตรและอุตสาหกรรม สนามบิน และท่าเรือ ซึ่งแต่ละโครงการจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น  

          นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการก.ล.ต. กล่าวว่า ล่าสุด ได้มีทั้งภาคเอกชนรายใหญ่ และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สนใจยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)แล้วเป็นจำนวนมาก โดยเรื่องทั้งหมดยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของก.ล.ต.

         พร้อมกันนี้เลขาธิการก.ล.ต.กล่าวว่าในขณะนี้ประเทศไทยต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 และเชื่อมโยงการค้ากับประเทศจีน และอินเดีย ที่เศรษฐกิจยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจึงถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

          นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทยฯ เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในเร็วๆ นี้บริษัทจะสามารถออกกองทุนที่ลงทุนในโรงไฟฟ้า ที่ขายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรม  โดยคาดว่ามีมูลค่าโครงการระหว่าง 2,000-6,000 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าโรงไฟฟ้าต้องการกู้ในสัดส่วนเท่าใด และต้องการระดมทุนผ่านกองทุนเป็นสัดส่วนเท่าใด สำหรับอัตราผลตอบแทนยังอยู่ระหว่างการเจรจา

            นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน)(บมจ.) เปิดเผยว่า บริษัทได้เป็นที่ปรึกษา และแกนนำจัดจำหน่ายกองทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เน้นธุรกิจผลิตไฟฟ้า และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2-3 กองทุน  มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งให้กับก.ล.ต.ภายในไตรมาส 3/55 และคาดว่าจะเสนอขายหน่วยลงทุนได้ในไตรมาส 4/55 นอกจากนี้มองว่าจากสถานการณ์ตลาดหุ้นที่ผันผวน กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน น่าจะเป็นทางเลือก

ไพบูลย์ นลินทรางกูรไพบูลย์ นลินทรางกูร          นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธาน เจ้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ฯ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า  ในช่วงที่สภาพคล่องในตลาดโลกมีมาก และเม็ดเงินเหล่านี้มีแนวโน้มไหลเข้าตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลน่าจะอาศัยจังหวะนี้ระดมทุนผ่านตลาดทุนไทย เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่รัฐบาลประกาศเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท เพราะจะช่วยให้ต้นทุนการเงินต่ำลง  พร้อมกับทบทวนนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ทั้งการลดสัดส่วนการถือครองหุ้นในรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดสัดส่วนหนี้สาธารณะ และยังเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจด้วย

           ทั้งนี้เนื่องจากมองว่าช่วงนี้ถือเป็นจังหวะเหมาะสมที่รัฐบาลจะทบทวนนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไปพร้อมๆ กับการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน  และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ

              อนึ่งบมจ.เอสพีซีจี (SPCG) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์  ได้มีการจ้างที่ปรึกษาในการจัดการด้านกฎหมาย ภาษี ราคาและการระดมทุนในการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองแรกในประเทศไทย

          โดยนางสาววันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการบมจ.เอสพีซีจี กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นว่าการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสมที่สุดในการขยายโครงการเนื่องจากเงินทุนที่นำมาลงทุนอีกครั้งในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า 18% เทียบกับราว 7-8% ต่อยูนิตจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นกองทุน แต่เนื่องจากไม่มีเงินลงทุนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามการจัดตั้งกองทุน จึงอาจมีความล่าช้าออกไปในไตรมาส 4/2555
  อนึ่ง คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 3กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ขออำนาจในการจัดการทรัพย์สินและเงินนอกงบประมาณที่อยู่ในความรับผิดชอบของภาครัฐคือ ให้กรมธนารักษ์หาทางใช้ที่ดินราชพัสดุซึ่งมีมูลค่า 3.36ล้านล้านบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด , เร่งรัดให้ อปท.ลงทุนเสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจตามแผนงานไม่เช่นนั้นจะลดการจัดสรรงบในปีต่อไป เนื่องจากพบว่าอปท.เก็บเงินสดในรูปเงินฝากกว่า 2.71 แสนล้านบาท และหาทางใช้ที่ดินราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้กองทุนเงินหมุนเวียนนำส่งรายได้เช่นรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,755   8-11  กรกฎาคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 1827 times

jL Poll Module1

รับจำนำข้าวปีแรกตัวเลขทางการขาดทุน1.36 แสนล. ทำอย่างไรต่อดี



 

Poll (2)

ครบครึ่งปีท่านให้คะแนนรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส