นายรุ่งโรจน์ เหมันต์สุทธิกุล ที่ปรึกษาผู้แทนการค้าไทยหรือทีทีอาร์ (นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล) และหัวหน้าสำนักงานผู้แทนการค้าไทยในจีน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงภารกิจสำนักงานผู้แทนการค้าไทยในจีนว่า ล่าสุดได้มีการเจรจากับนายต่ง หงฉี ประธานอาซือ หม่ากรุ๊ป เพื่อขอใช้พื้นที่อาคารพาณิชย์สูง 10 ชั้น ของอาซือหม่า ที่เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิด "ไทยแลนด์ทาวน์" หรือศูนย์รวมสินค้าไทยเพื่อเปิดตลาดค้าส่งในจีน เบื้องตันได้รับการตอบรับจากนายต่ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์เร็วๆ นี้
ทั้งนี้ตามแผน "ไทยแลนด์ทาวน์" จะนำทัพผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอีของไทย 6 กลุ่มคลัสเตอร์ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ หัตถกรรม เครื่องหนัง อาหาร ท่องเที่ยว และบริการ อาทิ สปา ขั้นต่ำประมาณ 100 ราย นำสินค้าไปจำหน่ายในไทยแลนด์ทาวน์ ในรูปของค้าส่ง ซึ่งรูปแบบดังกล่าวจะทำให้สินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย ได้มีโอกาสเปิดตลาดต่างประเทศ จากปัจจุบันผู้ประกอบการกลุ่มนี้หลายบริษัทประสบปัญหาไม่ทราบว่าจะเปิดตลาดส่งออกได้อย่างไร
"เชื่อว่าไทยแลนด์ทาวน์ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยได้เป็นอย่างดี และไม่เพียงจะเปิดตลาดจีนได้เท่านั้น หากมีนักธุรกิจต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองคุนหมิง ก็จะเป็นอีกโอกาสที่สินค้าไทยจะเปิดตลาดประเทศอื่นๆ ผ่านกลุ่มนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวดังกล่าว"
นายรุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าขณะนี้อยู่ขั้นตอนเจรจารายละเอียดกับนายต่ง เจ้าของอาคาร 10 ชั้น ที่เมืองคุนหมิง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ไทยแลนด์ทาวน์จะเกิดขึ้นได้ เพราะนายต่งมีความสนใจ และก่อนหน้านี้ นายต่ง มีความตั้งใจมาเปิด ไชน่าซิตี้ คอมเพล็กซ์ หรือศูนย์ผลิตและศูนย์ค้าส่งสินค้าจีนในไทยอยู่แล้วโดยขณะนี้อีกด้านหนึ่งอยู่ระหว่างเชิญชวนเอสเอ็มอีที่มีความสนใจจะเปิดตลาดต่างประเทศเข้าร่วมโครงการด้วย โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้อย่างเป็นทางการในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า
สำหรับอาซือหม่า กรุ๊ป เป็นกลุ่มนักธุรกิจคนจีนรุ่นใหม่ วัยระหว่าง 40-50 ปี ที่มีความมุ่งมั่นขยายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ รับกระแสการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก 1-2 ปีที่ผ่านมา อาซือหม่ากรุ๊ป ได้สร้างความฮือฮาให้กับนักธุรกิจไทยเป็นอย่างมาก ที่มีเป้าหมายจะเข้ามาลงทุนไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ ศูนย์ผลิตและค้าส่งสินค้าจีนขนาดใหญ่ในไทยอย่างครบวงจร ด้วยเม็ดเงินลงทุนร่วม 40,000 ล้านบาท
แต่ได้รับการต่อต้านจากผู้ประกอบการของไทยหลายกลุ่มด้วยกัน ประกอบกับการดำเนินการจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างไชน่าซิตี้ ประสบปัญหา และมีความรู้สึกผิดหวังจากหลายฝ่ายที่เริ่มแรกให้ความหวังแต่ตอนหลังทำให้เขาต้องถูกลอยแพ ในที่สุดนายต่ง จึงได้ชะลอโครงการไว้ก่อน และขอพักใจสักระยะหนึ่งแต่ยังไม่ได้ระงับหรือยุติโครงการเสียทีเดียว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการอีกครั้งปีหน้า หลังจากสถานที่ก่อสร้างแห่งใหม่เรียบร้อย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,755 8-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555




