โดยก่อนที่นายชูวิทย์จะมอบหลักฐานนั้น ได้ไปคุกเข่าไหว้ อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งกระทรวงนครบาล พร้อมทั้งกล่าว “ข้าพเจ้าขอร้องเรียน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความเป็นธรรม มีบ่อนการพนันแต่ไม่ยอมรับ ใครกินเงินบ่อน ขอให้ไม่เจริญ รับราชการไม่รุ่งเรือง อยากจะสนับสนุนตำรวจให้มีหน้าที่ปราบปรามบ่อนการพนันอันเป็นแหล่งอาชญากรรม บ่อนการพนันที่ข้าพเจ้าเข้าไปตรวจสอบย่านเพชรบุรีซอย 5 หากไม่มีจริง ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัววิบัติ แต่ถ้าหากบ่อนเจ๊เพี้ยมีจริงแล้วใครบอกว่าไม่มี ก็ขอให้วิบัติ รับราชการไม่มีความเจริญรุ่งเรือง ผมอยากจะติง พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.น.1 เห็นพฤติกรรมต่อหน้าว่ามีบ่อน แต่เมื่อไปถึงก็ไม่เข้าไปตรวจสอบและยังชวนผมให้กลับ เป็นผบก.น.1 ต้องไม่กลัว ไม่เช่นนั้นควรจะไปเป็นยาม สั่งพิซซ่ายังเร็วกว่าเรียกตำรวจมาเสียอีก คนคุมตำรวจก็มีนิสัยชอบเล่นการพนัน ฝากไปถึงคนที่บอกว่าเป็นบ่อนกระจอก เพราะจะคล้ายกับที่เคยบอกว่าโจรใต้กระจอก ควรจะรีบปราบปราม”
จากนั้นนายชูวิทย์ ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ปรีดา โดยกล่าวว่า ตนเอารูปภาพและวีซีดีมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีบ่อนการพนันขนาดใหญ่ บริเวณถนนเพชรบุรี ซอย 5 ซอยกิ่งเพชร ซึ่งก็ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผมได้โทรศัพท์ไปยัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ซึ่งสั่งการให้ พล.ต.ต.พชร มาพบ แต่มิได้นำกำลังเข้าตรวจสอบบ่อนการพนันตามที่ประชาชนร้องเรียน และบอกว่าไม่พบบ่อนการพนันในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งต่อมาจึงส่งสายลับไปบันทึกภาพการเล่นในบ่อนการพนันดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการป้องกันและดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้บอกว่าหากมีหลักฐานมาแสดงก็จะดำเนินการต่อ ตนขอให้เซ็นชื่อรับด้วย เพราะหากไม่มีการตรวจสอบจะมีความผิดตามมาตรา 157 ขอให้รีบไปตรวจสอบ เพราะขณะนี้มีการขนย้ายอุปกรณ์อยู่ หากไปช้าจะไม่พบ
ด้านพ.ต.อ.ปรีดา กล่าวว่า ผบช.น. ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ตนมารับหลักฐานแทน หลังจากนี้ก็จะให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบ ก่อนดำเนินการต่อไป
นายชูวิทย์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค.นี้ จะแฉหลักฐานการทุจริตของวงการการศึกษาด้วย ที่สวนชูวิทย์ เวลา 10.30 น.




