หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ลงทุน-อุตฯ ลงทุน-อุตสาหกรรม ก.ย.นี้สรุปท่อส่งน้ำมันเหนือ-อีสาน

ก.ย.นี้สรุปท่อส่งน้ำมันเหนือ-อีสาน

พิมพ์
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 

วีระพล จิรประดิษฐกุลวีระพล จิรประดิษฐกุลกระทรวงพลังงาน เร่งสรุปแนวทางลงทุนท่อส่งน้ำมันเหนือ-อีสานภายในเดือนกันยายนนี้ ลั่นหาก ครม.ไฟเขียวก็พร้อมลงทุนทันที ขณะที่ปตท.ยังลังเลที่จะเข้าลงทุน ต้องรอความชัดเจนนโยบายของภาครัฐก่อน แต่ยังสนใจซื้อหุ้นแทปไลน์เพิ่มไว้เตรียมพร้อม ส่วนผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ภาครัฐไม่มีความชำนาญเข้าไปลงทุน และต้องหาทางออกให้รถบรรทุกหากต้องตกงาน
                นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แผนศึกษาการลงทุนท่อส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นนั้น จะได้ข้อสรุปแนวทางการลงทุนภายในเดือนกันยายน2555 นี้ เนื่องจากการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้ภาครัฐหรือเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ โดยเฉพาะบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)(บมจ.) ที่ก่อนหน้านี้ยืนยันจะรับไปดำเนินการ แต่ก็ยังติดปัญหาการเพิ่มสัดส่วนหุ้นในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด หรือแทปไลน์ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ลงตัว ซึ่งหากแนวทางการลงทุนดังกล่าวได้ข้อสรุปแล้ว จะเร่งนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป หากมีมติเห็นชอบก็พร้อมลงทุนทันที
                ทั้งนี้ การศึกษาความคุ้มค่าการลงทุนท่อส่งน้ำมันดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้ เพราะปัจจุบันต้องใช้รถบรรทุกในการขนส่งน้ำมันคิดมูลค่าหลายล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งยังมีความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันด้วย แต่ยอมรับว่าต้นทุนการวางท่อส่งน้ำมันจะสูงกว่า 1 เท่า เมื่อเทียบกับการขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุก ซึ่งเหตุผลดังกล่าวทำให้แทปไลน์ ไม่สามารถแข่งขันกับรถบรรทุกได้ ขณะเดียวกันเรื่องความปลอดภัยหากนำมาคำนวณเป็นวงเงินก็คงลำบาก
                "การลงทุนท่อส่งน้ำมันมีแต่ข้อดี เพราะสามารถลดต้นทุนลงทุน เช่น ท่อส่งน้ำมันจากขอนแก่นไป ลำปาง ก็จะทำให้น้ำมันปลายท่อราคาเท่ากับสระบุรีได้ ซึ่งปลายท่อต้นทุนน้ำมันจะถูกลง ทำให้ราคาขายปลีกถูกลงด้วย ส่วนเรื่องการวางท่อ คงไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากสามารถวางท่อตามแนวถนนได้" นายวีระพล กล่าว
ส่วนความคืบหน้า บมจ.ปตท.ซื้อหุ้นในแทปไลน์เพิ่มนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของ บมจ.ปตท. แต่จะทำอย่างไรให้ บมจ.ปตท.กับแทปไลน์บริหารร่วมกันได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกันไปแล้ว และในเร็วๆนี้จะมีการหารือกันอีก เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการลงทุนท่อส่งน้ำมัน
 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)(บมจ.) เปิดเผยว่า บมจ.ปตท.ยังสนใจที่จะเข้าซื้อหุ้นแทปไลน์เพิ่ม แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ โดย บมจ.ปตท. พร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐ ทั้งนี้มองว่าการลงทุนท่อส่งน้ำมันเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากช่วยประหยัดต้นทุน มีความปลอดภัยสูง ค่าบำรุงรักษาต่ำเมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน
ขณะเดียวกันหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่นน้ำท่วม ก็สามารถส่งน้ำมันไปยังพื้นที่ต่างๆได้ อย่างไรก็ตาม ปตท.ต้องการความชัดเจน แนวทางการลงทุนจากภาครัฐก่อน เพราะปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนทั้งเรื่องปริมาณและเงินลงทุน
 "การขนส่งระบบท่อ ทั่วโลกใช้กัน เนื่องจากประสิทธิภาพการขนส่งสูง ส่วนการลงทุนท่อส่งน้ำมันเพิ่มเติมนั้นต้องรอนโยบายรัฐที่จะมอบหมายให้ บมจ.ปตท. ก่อน จากนั้นจะมีการเตรียมเงินลงทุนดังกล่าว" นายสุรงค์ กล่าว
 ดร.เรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล รองผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การศึกษาการลงทุนท่อส่งน้ำมันจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งระยะเวลาในศึกษา 4 เดือน (มิถุนายน-กันยายน 2555) ซึ่งแนวทางการศึกษาจะต้องพิจารณาในแง่เศรษฐศาสตร์
 โดยแบ่งเป็น 1.เศรษฐศาสตร์ต่อผู้ลงทุน ซึ่งภาพยังไม่ชัดว่าใครจะเป็นผู้ลงทุน อาทิ แทปไลน์ บมจ.ปตท. หรือเอกชนรายอื่นที่จะเข้ามาลงทุนดังกล่าว แต่ไม่น่าจะใช่ภาครัฐที่จะเข้ามาลงทุน เนื่องจากรัฐไม่มีความชำนาญดังกล่าว แต่อาจจะจัดสรรงบประมาณให้บริษัทเอกชนที่รัฐเข้าไปถือหุ้น เป็นผู้ลงทุน
 2.เศรษฐศาสตร์ต่อประเทศและประชาชน ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าเมื่อเดินท่อส่งน้ำมันและประเทศจะได้อะไร และประชาชนจะได้อะไร และ3.ต้องพิจารณาผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถขนส่งน้ำมันด้วย เพราะหากมีท่อส่งน้ำมันแล้ว ผู้ประกอบการเหล่านี้จะมีทางออกอย่างไร นอกจากนี้หากภาครัฐต้องการให้ บมจ.ปตท. เป็นผู้ควบคุม ก็ต้องสามารถอธิบายกับประชาชนได้ด้วย
 "หากโครงการขยายท่อส่งน้ำมันเกิดขึ้น เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ เพราะจะเป็นทางเลือกในการขนส่งน้ำมัน แต่จะต้องไม่สร้างผลกระทบให้กับผู้ประกอบการรถขนส่ง จะต้องมีทางออกให้กับผู้ประกอบการที่มีรถบรรทุกเป็นหมื่นคัน เพราะทับเส้นทางการเดินรถของผู้ประกอบการดังกล่าว" ดร.เรืองศักดิ์ กล่าว
 นายศิริศักดิ์ วิทยอุดม รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นโยบายการสร้างท่อส่งน้ำมันไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนก่อนในช่วงปี 2554 โดยได้สั่งการให้ บมจ.ปตท.ไประดมซื้อหุ้นแทปไลน์ เพิ่มเติมให้เกินกว่า 50% จากปัจจุบันที่ บมจ.ปตท.ถืออยู่ 30% เพื่อให้ ปตท.มีสิทธิ์เสียงข้างมากในการบริหารแทปไลน์ ซึ่งผลการศึกษาเดิมที่กรมธุรกิจพลังงานเคยศึกษาท่อส่งน้ำมันทั้ง 2 เส้นทางจะใช้เงินลงทุนประมาณ 13,700-15,200 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,754   5-7  กรกฎาคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 2092 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*