หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home คอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ บันลือศักดิ์ ปุสสะรังสี วิกฤติหนี้สาธารณะยุโรปภายหลังการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ของกรีซ

วิกฤติหนี้สาธารณะยุโรปภายหลังการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ของกรีซ

พิมพ์
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

บทความฉบับก่อนผมทิ้งท้ายไว้ว่าภายหลังการเลือกตั้งของกรีซในวันที่ 17 มิถุนายน 2555 ผมจะเขียนถึงแนวโน้มวิกฤติหนี้สาธารณะของกรีซอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลการเลือกตั้งที่ออกมาพอที่จะบอกได้ว่าเป็นเพียงการเลื่อนการแตกหักของปัญหาไปข้างหน้า   เนื่องจากปัญหาและกลไกในการแก้ไขยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นวิกฤติของกรีซและยุโรปจึงยังคงอยู่
ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วว่าพรรค New Democracy ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมาชนะพรรค Syriza ด้วยคะแนน 129 ต่อ 71 ที่นั่ง  และได้ร่วมกับพรรค Pasok และ Democratic Left  ทำให้มีที่นั่งรวมทั้งหมด 178 จาก 300 ที่นั่งในรัฐสภา จึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ทำให้เกิดความโล่งอกในประชาคมเศรษฐกิจและการเงินโลกได้ชั่วขณะ เพราะทั้งพรรค New Democracy และ Pasok ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม สนับสนุนให้กรีซยังอยู่ใน Euro Zone ต่อไป โดยยอมทำตามเงื่อนไข  (แต่อาจจะมีการเจรจาขอผ่อนปรนเงื่อนไขให้อ่อนลง) ของเจ้าหนี้ร่วม หรือ Troika ที่ประกอบด้วย สหภาพยุโรป (EU) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)  ขณะที่พรรค Syriza ต้องการที่จะยกเลิกข้อตกลงกับเจ้าหนี้
ผมคิดว่าอย่างแรกที่ผู้นำประเทศคนใหม่คือ ประธานาธิบดี Antonis Samaras จะทำก็คือ ขอผ่อนปรนเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่ Troika กำหนดให้กรีซดำเนินการ รายงานของ Bloomberg ระบุว่ารัฐบาลใหม่ของกรีซจะเจรจาขอเลื่อนเป้าหมายงบประมาณสมดุลออกไปอีกอย่างน้อย 2 ปี และยกเลิกการเลิกจ้างพนักงานภาครัฐ 150,000 ราย นอกจากนี้จะลดภาษีการค้า (Sale Tax) สำหรับคาเฟ่ ภัตตาคาร บาร์ และสินค้าของภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับเกษตรกรรม ตลอดจนเพิ่มรายได้ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษี สำหรับผมแนวทางดังกล่าวของกรีซจะสร้างปัญหา เนื่องจากจะทำให้การขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น เพราะรายรับภาครัฐลดลง ขณะที่รายจ่ายไม่ได้ลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้กรีซขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น และต้องขอเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจาก Troika ซึ่งผมคิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะนอกจากกรีซจะต้องขอเงินกู้เพิ่มแล้ว ทั้งโปรตุเกสและไอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ในฐานะลูกหนี้เหมือนกันก็อาจจะขอผ่อนผันตามไปด้วย การเจรจาต่อรองดังกล่าวยากเพียงใดก็ดูได้จากเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดี Samaras และรัฐมนตรีคลัง Vassilis Rapanos ของกรีซไม่เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีอ้างว่าผ่าตัดตา ขณะที่รัฐมนตรีคลังอ้างว่ามีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (ต่อมาได้ลาออกและได้มีการแต่งตั้ง Mr. Yiannis Stournaras ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Athens มารับตำแหน่งแทน) การที่บุคคลสำคัญไม่ไปร่วมประชุมอาจจะตีความได้ว่ายังไม่พร้อมที่จะเจรจากับเจ้าหนี้ แต่กำลังหาหนทางในการเจรจาใหม่กับ Troika
ถ้าดูข้อมูลหนี้สาธารณะให้ดีแล้ว การที่กรีซจะขอผ่อนผันเงื่อนไขดังข้างต้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะแม้ว่ากรีซได้ปรับโครงสร้างหนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยังมีหนี้สาธารณะสูงกว่า 150% ของมูลค่าเศรษฐกิจ (GDP) พูดง่ายๆ ก็คือจะรัดเข็มขัดขนาดไหนก็ตาม ก็ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ ถ้าจะให้กรีซสามารถชำระหนี้ได้จะต้องขอลดมูลหนี้เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่ของง่าย เนื่องจากเจ้าหนี้ของกรีซกว่า 70% เป็นรัฐบาลของประเทศต่างๆในยุโรป รวม ECB และ IMF  ดังนั้นถ้าจะผ่อนปรนให้กรีซได้  รัฐบาลของประเทศเจ้าหนี้จะต้องยินยอม ซึ่งอาจจะหมายถึงว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศต้องขออนุมัติจากรัฐสภาของตน สำหรับกรณี ECB กรีซเป็นหนี้ ECB อยู่ประมาณ 55,000 ล้านยูโร โดยที่ ECB มีทุนจดทะเบียน (Equity) อยู่แค่ประมาณ 10,000 ล้านยูโรเท่านั้น ถ้า ECB ยอมปรับลดมูลหนี้มากกว่าทุนที่ตัวเองมี ก็จะทำให้ส่วนของทุนติดลบ ซึ่งจะกระทบต่อฐานะการเงินและความน่าเชื่อถือของ ECB ทันที  ขณะที่ IMF มีฐานะเป็น Super Senior Creditor คือถ้ามีปัญหาจะได้เงินคืนก่อนเจ้าหนี้รายอื่นๆ และถ้าจะลดมูลหนี้ให้กรีซ  IMF ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการ IMF ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกหลายราย นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ ท้ายที่สุด เจ้าหนี้เอกชนของกรีซ ซึ่งเพิ่งปรับลดมูลหนี้ไปแล้วมากกว่าครึ่งในการปรับโครงสร้างหนี้ครั้งก่อน ก็คงไม่ยอมง่ายๆที่จะปรับลดหนี้อีกครั้ง ดังนั้นโดยสรุปกรีซคงเจรจาลดมูลหนี้เพิ่มอีกได้ยาก
นอกจากปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงแล้ว กรีซยังต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สามารถแข่งขันได้เพื่ออยู่รอดได้ในระยะยาว ทว่าด้วยการที่กรีซใช้อัตราแลกเปลี่ยนและเงินสกุลเดียวกับประเทศอื่นๆในกลุ่มยูโร  การจะใช้มาตรการลดค่าเงินเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันจึงทำไม่ได้  ทำให้กรีซต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างมาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือลดต้นทุนให้แข่งขันได้ ซึ่งการปรับโครงสร้างดังกล่าวรวมถึงการแก้กฎหมายที่คุ้มครองธุรกิจของกรีซ และกฎหมายต่างๆให้ตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่น เพื่อให้มีการจ้างงานใหม่หรือเลิกจ้างได้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก เนื่องจากการปรับโครงสร้างจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในระยะสั้นต่อประชาชนและธุรกิจของประเทศ จึงถูกต่อต้านอย่างมากจากทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจของกรีซ
ผมก็เหมือนกับนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่เห็นว่า ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นเพียงการเลื่อนวิกฤติออกไป  รัฐบาลใหม่คงจะไม่สามารถเจรจาลดเงื่อนไขต่างๆได้มากนัก หนี้สาธารณะของประเทศก็ยังอยู่ในระดับสูงมากจนยากที่จะใช้คืน และยังต้องเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะกระทบคนจำนวนมาก ขณะเดียวกันเศรษฐกิจยังหดตัว และอัตราการว่างงานอยู่ในระดับสูงมากและเพิ่มขึ้น ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ผมคาดว่ารัฐบาลนี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก โดยแรงสนับสนุนจะตีกลับ และอาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ซึ่งโอกาสที่พรรค Syriza จะมาเป็นรัฐบาลก็ยังมีอยู่สูง เพราะแม้ว่าพรรคมีเสียงเพียง 71 ที่นั่ง แต่พรรคก็ได้รับ Popular Vote สูงถึง 27% เมื่อเทียบกับ 30% ของพรรค New Democracy นอกจากนี้แม้พรรค New Democracy มีเสียงทั้งหมดถึง 129 ที่นั่ง แต่ในจำนวน 129 ที่นั่งนั้น 50 ที่นั่งได้เป็นโบนัสหรือของแถมจากการเป็นพรรคที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุด ดังนั้นผู้แทนราษฎรที่ได้จากการเลือกตั้งจริงจึงมีเพียง 79 คน มากกว่าพรรค Syriza เพียง 8 คนเท่านั้น ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่มีปัญหารุมเร้าจนยากจะหาทางออกในเร็ววัน ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค New Democracy ก็มีโอกาสที่จะแพ้ได้ เพราะแม้ว่าประชาชนจะให้โอกาสครั้งที่ 2 แต่น้อยคนที่จะให้โอกาสพรรค New Democracy เป็นครั้งที่ 3
วันนี้ผมจึงยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของกรีซ  และไม่ว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างไร ประชาชนชาวกรีซก็จะต้องเดือดร้อนอีกนาน  ถ้ายังไม่มีคำตอบสุดท้ายสำหรับปัญหาของกรีซ เราก็คงต้องอยู่กับสภาพลุ่มๆดอนๆ ของวิกฤติหนี้ยุโรปต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,754   5-7  กรกฎาคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 2634 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*