สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากไทยและญี่ปุ่นนำเสนอแนวปฏิบัติเพื่อให้ศึกษานิเทศก์และผู้บริหารโรงเรียนจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนทั่วประเทศ
ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากไทยและญี่ปุ่นนำเสนอแนวปฏิบัติเพื่อให้ศึกษานิเทศก์และผู้บริหารโรงเรียนจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนทั่วประเทศ
นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติในประเทศไทย ว่า ในปีนี้ต้องติดตามสถานการณ์พายุที่จะเข้าประเทศไทยจนถึงช่วงเดือนกันยายน จึงจะชี้ได้ว่าจะมีน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยหรือไม่ หากมีพายุเข้ามาโดยตรงหรือมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้นำฝนเข้ามาตอนบนหรือตอนกลางของประเทศไทย แล้วมีปริมาณน้ำมากเกินกว่าจะบริหารจัดการได้ จะมีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วม อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันยังถือว่าเป็นปกติ ฝนยังไม่มากนักและมีการพร่องน้ำเตรียมรองรับแล้ว
"สิ่งที่น่าห่วงในขณะนี้คือหากมีฝนตกน้อยในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม อาจเกิดสถานการณ์ภัยแล้งอย่างหนักในประเทศไทย กระทบกับพื้นที่เพาะปลูกในภาพตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางอย่างหนัก อีกทั้งมีการพร่องน้ำในเขื่อนไว้อาจทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ซึ่งหลายสำนักพยากรณ์ในต่างประเทศก็ระบุไว้ว่าบริเวณประเทศไทยจะเกิดสถานการณ์เอลนิโน " ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวและว่า ในระยะ 8-9 ปีนับจากนี้ ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งหากไม่มีการดำเนินการป้องกันใด ๆ จะทำให้น้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในเวลาไม่ถึง 10 ปีนับจากนี้
โดยแนวทางการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว จะต้องมีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลระยะทาง 90 กิโลเมตร จากบริเวณอำเภอชะอำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อปิดปากแม่น้ำสำคัญทั้งแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำบางปะกง




