อาทร สินสวัสดิ์การไฟฟ้านครหลวง ทบทวนแผนลงทุน 5 ปีใหม่ หลังความต้องการใช้ไฟฟ้าปีนี้เติบโตเกินคาด จากภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน แค่ 6 เดือนพุ่งกว่า 15-20 % โดยปีนี้จะใช้เงินอีก 2 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงระบบจำหน่าย
ล่าสุดขอเอี่ยวกับรถไฟฟ้าทุกสาย ทุ่มงบเดินสายไฟใต้ดินเพิ่ม พร้อมจับมือกับประเทศลุ่มน้ำโขงสร้างเอกภาพระบบจำหน่ายไฟฟ้า รับการเข้าสู่เออีซี
นายอาทร สินสวัสดิ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ กฟน. อยู่ระหว่างการจัดทำแผนการลงทุนในช่วง 5 ปี (2555-2559) ใหม่ หลังพบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม และครัวเรือนที่เติบโตมากขึ้น ดังนั้น กฟน.จึงต้องปรับแผนการลงทุนจากของเดิมที่ประมาณการไว้ 55,167 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว
โดยจะเพิ่มเงินลงทุนในส่วนของโครงการสายไฟใต้ดินเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่มติคณะรัฐมนตรีเคยได้อนุมัติวงเงินไว้ 77,678 ล้านบาท ในช่วงปี 2551-2565 ซึ่งในแผนการลงทุนระบบส่งไฟฟ้าของ กฟน.จะเน้นสายไฟฟ้าในระบบใต้ดินก่อน แต่ที่ผ่านมาการดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากสามารถดำเนินการได้ในเวลา 22.00-02.00 น. เท่านั้น เพราะจะทำให้การจราจรติดขัด
ส่วนเงินลงทุนในปีนี้ กฟน.เตรียมไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท สำหรับการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า และสถานีย่อย ซึ่งในส่วนนี้จะใช้ในการเดินสายไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามการปรับปรุงสายไฟใต้ดินเก่าก็เป็นไปได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องการขุดในบางพื้นที่ด้วย
สำหรับการแก้ปัญหานั้น กฟน.ได้ประสานงานกับโครงการรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง ในการวางระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้า เพื่อลดระยะเวลาการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันสามารถดำเนินการร่วมกับแนวรถไฟฟ้าครบทุกสายแล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนจะร่วมกับรถไฟฟ้าในส่วนที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตด้วย
"ที่ผ่านมา กฟน.เร่งดำเนินการเรื่องสายไฟฟ้าใต้ดิน แต่ระยะเวลาไม่เอื้ออำนวย เพราะมีเวลาทำเพียง 4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เนื่องจากจะทำให้การจราจรติดขัด ดังนั้นเราจึงร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสาย ขอจังหวะในการดำเนินงานให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังติดปัญหาเรื่องการปรับปรุงสายไฟฟ้าใต้ดินเก่า เพราะยังติดกฎหมายบางตัวที่ห้ามขุดในพื้นที่ดังกล่าว"นายอาทร กล่าว
นายอาทร กล่าวอีกว่า ส่วนการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ เพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะอัตราการใช้ไฟฟ้าช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 34% เนื่องจากการนำเข้าเครื่องจักรของภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำมาผลิตสินค้าหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ทำให้ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งอัตราการเกิดใหม่ของอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามีปริมาณสูงมากโดยคาดว่าทั้งปีนี้ อัตราการขยายตัวของการใช้ไฟฟ้าในส่วนของ กฟน. จะอยู่ที่ประมาณ 6-7% สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้จากเดิมที่ 3%
"สาเหตุที่การใช้ไฟฟ้าในปีนี้สูงขึ้น เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่หยุดดำเนินกิจการในช่วงน้ำท่วมได้กลับมาเดินหน้าผลิตสินค้าเต็มที่ รวมทั้งในช่วงต้นปีนี้ภูมิอากาศมีความร้อนมากกว่าปกติ ทำให้ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ามากถึง 34% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งปี สูงกว่าปกติที่มีสัดส่วนไม่ถึง 30%"นายอาทร กล่าว
นายอาทร กล่าวอีกว่า กฟน.ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับ ICA-STA (Inter-nation Copper Association South-east Asia) ในโครงการ Harmonization of Power Distribution Systems in the Lower Mekong Sub-Region (LMS) เพื่อสร้างเป็นเอกภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า และความก้าวหน้าของกลุ่มประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าว จะเน้นการสร้างความเป็นเอกภาพและความมั่นคงระบบส่งไฟฟ้า ซึ่งไทยนับว่ามีศักยภาพมากที่สุด เมื่อเทียบกับลาว เวียดนาม และกัมพูชา นอกจากนี้ยังมีการเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,753 1 - 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555




