อุตสาหกรรมไอซีทีครึ่งปีแรกไปได้สวย "เจมาร์ท" เผย สมาร์ทโฟน แท็บเลต เติบโตชัดจากผู้ผลิตขนทัพสินค้ารุ่นใหม่ลงตลาดต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีที่ 1.2 ล้านเครื่อง ด้าน ซัมซุง เผยปีนี้โต 30%
ล่าสุดปลุกแท็บเลตสู่ตลาดแมส กดราคารุ่นใหม่ เปิดตัวกาแลคซี่แท็บ ทู จอ 7 นิ้ว เหลือ 12,900 บาท รุ่นจอ 10 นิ้วราคา 15,900 บาท ยอดขายสูงกว่ากาแลคซี่แท็บ 50% คาดครึ่งปีหลังแข่งขันรุนแรงแน่
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในครึ่งปีแรกนั้นมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน และ แท็บเลต เนื่องจากผู้ผลิตอย่าง ซัมซุง,ไอโฟน,โซนี่ อีริคสัน และ เอชทีซี นำสินค้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาจำหน่ายในตลาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ตลาดไอซีทีมีสีสันเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามผลประกอบการในไตรมาสแรกปรากฏว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 51% จากปีที่ผ่านมาเติบโตเพียง 25% เท่านั้น เหตุผลที่อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นมีด้วยกัน 3 ส่วน คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถจำหน่ายได้เพิ่มมากขึ้น, การติดตามทวงหนี้ของ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด มียอดกำไรที่เพิ่มมากขึ้น และ การให้เช่าพื้นที่มีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
"สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมไอซีทีในครึ่งปีหลังเชื่อว่าอัตราการเติบโตจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเพราะบรรดาผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่เตรียมนำสินค้ารุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่วนเป้าหมายของ เจมาร์ท ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้จำนวน 1.2 ล้านเครื่องจากเดิมในปีที่แล้วจำหน่ายได้เพียง 990,000 เครื่องเท่านั้น"
ขณะที่นายสิทธิโชค นพชินบุตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดธุรกิจโทรคมนาคม บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่าตลาดสมาร์ทโฟน และแท็บเลตโดยรวมปีนี้มีการเติบโตมากกว่า 30% โดยในส่วนของตลาดสมาร์ทโฟนนั้นเติบโตเนื่องจากผู้ใช้ฟีดเจอร์โฟน เปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ขณะที่แอพพลิเคชันมีหลากหลาย และใช้งานง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการเติบโตของการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ส่วนแท็บเลตนั้นตลาดเริ่มเป็นแมส (มวลชน) มากขึ้น ขณะที่แนวโน้มราคาเริ่มปรับตัวลดลง
ทั้งนี้แบรนด์ซัมซุงเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน และแท็บเลตที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งกลยุทธ์หลักต่อจากนี้บริษัทจะมุ่งสร้างแบรนด์กาแลคซี่ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมที่แตกต่างจากคู่แข่งที่มีในตลาด อาทิ กาแลคซี่ เอส 3 ที่มีนวัตกรรมใหม่เป็นจำนวนมาก เช่น ฟังก์ชันโต้ตอบด้วยเสียง (S-Voice), กาแลคซี่ บีม ที่มีคุณสมบัติเครื่องฉายโปรเจ็กเตอร์ในตัว และ แท็บเลตที่มีฟังก์ชันเป็นโทรศัพท์มือถือด้วย
ส่วนแท็บเลตนั้นล่าสุดได้เปิดตัวซัมซุง กาแลคซี่ แท็บ 2 ที่ใช้หน่วยประมวลผลดูโอคอร์ ความเร็ว 1 กิกะเฮิรตซ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ราคา 12,900 บาท และ ขนาดจอ 10.1 นิ้ว 15,900 บาท โดยกาแลคซี่ แท็บ ทู รุ่นใหม่นี้วางราคาเปิดตัวไว้ต่ำกว่ากาแล็คซี่แท็บ รุ่นแรก ที่วางขายในราคา 15,900 บาท โดยในรุ่นขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว การทำตลาดจะเป็นแมส โดยมุ่งเจาะกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ขณะที่รุ่นขนาดจอ 10.1 นิ้ว จะมุ่งทำตลาดกลุ่มครอบครัวที่ต้องการใช้งานเอนเตอร์เทนเมนต์ ทั้งนี้คาดว่ายอดขายส่วนกาแลคซี่ แท็บทูนั้นจะมากกว่ากาแลคซี่แท็บรุ่นแรก ประมาณ 50%
"แนวโน้มการแข่งขันในครึ่งปีหลังน่าจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ อย่างไรก็ตามในครึ่งปีหลังบริษัทได้เตรียมเปิดโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อีก 20 รุ่น โดยเป็นสมาร์ทโฟน 10 รุ่น และฟีดเจอร์โฟน 10 รุ่น โดยฟีดเจอร์โฟน จะมุ่งทำตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก "
ด้านนายสมศักดิ์ อริศัยตระกูล หัวหน้ากลุ่มมือถือ บริษัท แอลจี อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่ากระแสการตอบรับสมาร์ทโฟนแอลจี ค่อนข้างดีในครึ่งปีแรก ภายหลังจากที่เปิดตัวแอลจี รุ่น แอล 3 ราคา 4,900 บาท และแอล 7 ราคา 10,900 บาท โดยในรุ่นแอล 7 มีส่วนแบ่งตลาด 14-15% ของสมาร์ทโฟนราคา 10,000-12,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนสมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุดที่เปิดตัว คือ รุ่น 4 เอ็กซ์ นั้นตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาด 15%ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคา 15,000-20,000 บาท โดยรวมแล้วคาดว่าแอลจีจะมีส่วนแบ่งตลาดในปีนี้ประมาณ 5% ของตลาดรวมมือถือทั้งหมด
สำหรับตลาดรวมมือถือปีนี้คาดว่าจะมีตัวเลขประมาณ 14-15 ล้านเครื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นมูลค่าตลาดสมาร์ทโฟน 65% คาดว่าภายสิ้นปีนี้มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 70-75% ของมูลค่าตลาดรวมมือถือทั้งหมด ซึ่งการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนในครึ่งปีหลังค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากมีคู่แข่งมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งโซนี่ เอชทีซี และซัมซุง ส่วนกลยุทธ์การแข่งขันของแอลจี คงมุ่งเน้นการนำเสนอดีไซน์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง และการนำจุดแข็งของสินค้าหมวดอื่นๆ มาใช้ในการพัฒนาสมาร์ทโฟน อาทิ เทคโนโลยีจอภาพแบบไอพีเอส ที่มีความคมชัดสูง หรือ แบตเตอรี่ที่อายุการใช้งานนานขึ้น โดยในครึ่งปีหลัง แอลจี 4 เอ็กซ์ จะเป็นสินค้าหลักในการทำตลาด ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายในสิ้นปีนี้ 15,000 เครื่อง ขณะที่ไตรมาส 3 และ 4 จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อีก 3-4 รุ่น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,753 1 - 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555




