นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าการบินไทยสมายล์ (สายการบิน Sub-Brand ของการบินไทย) จะรับมอบเครื่องบินแอร์บัสเอ320 ภายในปีนี้ 4 ลำ โดยลำแรกที่จะออกจากสายการผลิตของแอร์บัสในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ และจะเริ่มทำการบินทดสอบระบบทั้งหมด(Test Flight)ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ ก่อนจะเปิดทำการบินเที่ยวบินแรกในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ในเส้นทางกรุงเทพฯ-มาเก๊า 2 เที่ยวบินต่อวัน จำนวน 174 ที่นั่ง ต่อจากนั้นในเดือนสิงหาคมนี้ จะรับมอบเครื่องบินลำที่ 2 และลำที่ 3 และในเดือนกันยายนนี้จะรับมอบเครื่องบินลำที่ 4
เครื่องบินทั้ง 4 ลำจะนำมาให้บริการในปีนี้ จำนวน 5 จุดบินจากกรุงเทพฯ รวม 6 เส้นทางบิน ได้แก่ เส้นทางบินแรก กรุงเทพฯ-มาเก๊า ราคาบัตรโดยสาร(ชั้นประหยัดหรือชั้นสมายล์) เริ่มต้นที่ 3,350 บาทต่อเที่ยว ส่วนที่เหลืออีก 5 เส้นทางเป็นเส้นทางบินในประเทศ คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 1 เที่ยวบินต่อวัน เริ่มวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,275 บาทต่อเที่ยว เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต 1 เที่ยวบินต่อวัน เริ่มบินวันที่ 16 กันยายนนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,695 บาทต่อเที่ยว เส้นทางกรุงเทพฯ-กระบี่ 4 เที่ยวบินต่อวัน เริ่มวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,595 บาทต่อเที่ยว เส้นทางกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี 2 เที่ยวบินต่อวัน เริ่มวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ราคาเริ่มต้น 2,490 บาทต่อเที่ยวบิน และเส้นทางเชียงใหม่-ภูเก็ต-เชียงใหม่ (เส้นทางบินข้ามภาค) 1 เที่ยวบินต่อวัน เริ่มวันที่ 16 กันยายนนี้
อย่างไรก็ตามจุดบินดังกล่าว มีทั้งการเปิดจุดใหม่ เช่น กรุงเทพฯ-มาเก๊า เพื่อหาตลาดใหม่ให้การบินไทย การบินเสริมการบินไทย อย่าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต และการบินทดแทนการบินไทยใน 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-กระบี่ กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่-ภูเก็ต-เชียงใหม่ เนื่องจากในระยะแรกการบินไทยสมายล์ จะเข้ามาเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและรักษาตลาด Light Premium ให้การบินไทย โดยเส้นทางที่มีจำนวนผู้โดยสารไม่มากหากการบินไทยทำการบินก็จะมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่สูง จึงให้การบินไทยสมายล์เข้าไปบินแทน
เนื่องจากไทยสมายล์มีการบริหารจัดการด้วยต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ต่ำกว่า เพราะมีการบริหารงานในรูปแบบบิสิเนส ยูนิต ซึ่งแยกโครงสร้างค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ออกจากการบินไทยอย่างชัดเจน อาทิ ค่าน้ำมัน คิดเป็น 30% ของค่าใช้จ่าย ค่าบริการภาคพื้น และมีการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรร่วมกับการบินไทย ไม่ว่าจะเป็นระบบไอที การทำตลาด การประชาสัมพันธ์และการบริหารงานทั่วไป ขณะที่เส้นทางบินเสริมการบินไทย เป็นเส้นทางที่มีความต้องการในการเดินทางสูง จึงมีการเพิ่มบริการของไทยสมายล์เข้าไปในช่วงเวลาระหว่างวันที่การบินไทยไม่ได้บิน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางแก่ผู้โดยสาร
อีกทั้งยังจะเป็นการขยายฐานผู้โดยสารให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ เนื่องจากการบินไทยจะรองรับลูกค้าในกลุ่มตลาดพรีเมียม มีฐานการบินอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่นกแอร์ ที่เป็นพันธมิตรของการบินไทย ก็สามารถปกป้องตลาดรองรับลูกค้าโลว์คอสต์ โดยมีฐานการบินอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะที่ไทยสมายล์ที่อยู่ระดับตรงกลาง Light Premium มีฐานบินอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
รวมถึงการบริการของการบินไทยสมายล์ ยังได้มีการปรับรูปแบบการให้บริการโดยเพิ่มการให้บริการในชั้นธุรกิจที่ใช้ชื่อว่าสมายล์ พลัส มาเสริมการให้บริการในชั้นประหยัดที่เรียกว่า ชั้นสมายล์ แทนจากเดิมที่จะทำเป็นชั้นประหยัดทั้งหมด แต่ทั้งนี้ชั้นโดยสาร สมายล์ พลัส ก็จะไม่เหมือนกับชั้นธุรกิจของการบินไทยที่หรูหราหรือมีเก้าอี้กว้าง แต่จะเป็นเก้าอี้แบบเดียวกับชั้นประหยัด เพียงแต่จะกันเก้าอี้ในแถวกลางไว้โดยไม่เปิดขายตั๋ว ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่อึดอัด และจะใช้ม่านกั้นระหว่างชั้นโดยสารที่จะสามารถปรับที่นั่งเพื่อขายในชั้นโดยสารสมายล์ พลัส ได้สูงสุด 5 แถว ซึ่งจะยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้โดยสาร
นายวรเนติ ยังกล่าวต่อว่า เส้นทางกรุงเทพฯ-มาเก๊า ถือว่าการตอบรับดี มียอดขายตั๋วล่วงหน้าราว 60%ตลอดเดือนแรกของการเปิดให้บริการ และช่วงแรกคาดว่าส่วนแบ่งตลาดของการบินไทยสมายล์จะอยู่ที่ 22% เมื่อเทียบกับจำนวนที่นั่งทั้งหมดในเส้นทางสู่มาเก๊า ของแอร์เอเชีย แอร์มาเก๊า รวมถึงการบินไทยสมายล์ และต่อไปน่าจะเพิ่มเป็น 25% ซึ่งตลาดเป้าหมายของไทยสมายล์จะมีทั้งอินเซนทีฟจากไทยเดินทางไปเที่ยวมาเก๊าและฮ่องกง นักท่องเที่ยวมาเก๊ามาเที่ยวไทย และคนจีนที่มีพรมแดนอยู่ติดกับมาเก๊า เช่น เจียงเหมิน จงซาน
ส่วนช่องทางการขายนอกจากการขายตั๋วผ่านสำนักงานขายหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศของการบินไทย ยังมีการขายในลักษณะของแพ็กเกจทัวร์รวมอยู่ในทัวร์เอื้องหลวงของการบินไทยด้วย โดยทัวร์มาเก๊า รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก 1 คืน ค่าธรรมเนียมน้ำมัน รถรับส่งสนามบิน เริ่มต้นที่ 8,500 บาทต่อคน
"เมื่อเปรียบเทียบราคาเริ่มต้นของการบินไทยสมายล์และราคาเริ่มต้นของสายการบินโลว์คอสต์จะเห็นว่าไม่แตกต่างกัน อย่างล่าสุดสายการบินคู่แข่ง ขายตั๋วไปมาเก๊า โปรโมตราคา 1,890 บาทต่อเที่ยว แต่เมื่อเข้าไปดูราคาในเดือนสิงหาคมจะมีราคานี้อยู่ 2 วันจาก 30 วัน แต่เมื่อดูโดยรวมราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2,900 บาทต่อเที่ยว ใกล้เคียงกับราคาของการบินไทยสมายล์ เริ่มต้นที่ 3,350 บาทต่อเที่ยว แต่หากบินกับการบินไทยสมายล์ ก็จะคุ้มค่ากว่าเพราะได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนกับการบินไทย ไม่ว่าจะเป็นขนมและเครื่องดื่ม โหลดกระเป๋าได้ 20 กิโลกรัมสำหรับชั้นประหยัด 30 กิโลกรัมในชั้นธุรกิจฟรี ใช้บริการห้องรับรองพิเศษ ได้รับไมล์สะสมรอยัลออร์คิด พลัส"
นอกจากนี้ในช่วงปลายปีนี้การบินไทยสมายล์ ยังเตรียมแผนที่จะเปิดรับสมัครนักบินเพิ่มอีก 60 คน และพนักงานต้อนรับเพิ่ม 150 คน เพื่อรองรับการรับมอบเครื่องบินใหม่ในปีหน้า อีก 6 ลำจากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะรับมอบ 2 ลำ ซึ่งจะรับมอบลำที่ 5 ในเดือนมกราคม 2555 และลำที่ 6 ในเดือนมีนาคม 2555 หลังจากบอร์ดการบินไทย ได้อนุมัติแผนการในการหาฝูงบินเพื่อนำมาให้บริการของการบินไทยสมายล์เพิ่มจาก 11 ลำเป็น 20 ลำในปี 2558 ซึ่งการบินไทยสมายล์ จะมีเครื่องบินเป็น 2 เท่าของนกแอร์ และใกล้เคียงกับฝูงบินของไทยแอร์เอเชียปัจจุบัน
" ระยะยาวการบินไทยสมายล์ จะต้องเป็นริจินัล แอร์เซอร์วิส หรือริจินัล แอร์ไลน์ เพื่อรองรับการเปิดบินเสรีอาเซียนและการเปิดเออีซีในปี 2558 เพราะหากเราไม่เข้าไปสร้างตลาดนี้ ก็จะเสียเปรียบธุรกิจการบินที่อยู่ในตลาดนี้อยู่แล้วหรือสายการบินใหม่ๆที่จะเข้าไปรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นของการเปิดเสรีการบิน" นายวรเนติกล่าว
ดังนั้นการเพิ่มฝูงบินเป็น 20 ลำภายใน 4 ปีนี้ จะทำให้การบินไทยสมายล์สามารถเพิ่มเส้นทางบินได้ไม่น้อยกว่า 25 จุดบิน โดยกว่า 70% จะเป็นเส้นทางบินระหว่างประเทศครอบคลุมอาเซียน จีน อินเดีย อีก 30% เป็นการบินทดแทนเส้นทางบินของการบินไทยในปัจจุบันในจุดที่ไม่คุ้มที่จะทำการบิน และนอกจากการใช้กรุงเทพฯเป็นฐานการบินไปยังจุดบินต่างๆในต่างประเทศแล้ว ยังมองไปถึงพัฒนาจุดบินที่ 2 ในไทยเป็นฐานการบินไปยังจุดบินต่าง ๆ ในต่างประเทศด้วย ที่กำลังพิจารณาว่าอาจจะเป็นที่เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งต้องยอมรับว่ากระบี่มีศักยภาพมาก เพราะยังมีพื้นที่สำหรับการขยายรันเวย์ได้ และการบินไทยก็แสดงความสนใจที่จะเสนอตัวเข้าไปบริหาร
สำหรับผลประกอบการจากการดำเนินธุรกิจของการบินไทยสมายล์ ประเมินว่าปีนี้จะมีรายได้ 1.8 พันล้านบาท มีผู้โดยสารราว 3 แสนคน ปี 2556 มีรายได้ 3 พันล้านบาท มีผู้โดยสารราว 1.5 ล้านคน และจะเริ่มมีกำไรในปีที่ 2 โดยการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นการคำนวณอยู่บนพื้นฐานของแผนเดิมที่การบินไทยสมายล์จะให้บริการด้วยเครื่องบิน 6 ลำจนถึงปี 2556 แต่เมื่อมีการขยายฝูงบินให้ไทยสมายล์เพิ่มขึ้น ก็จะต้องมีการปรับแผนการคาดการณ์ดังกล่าวใหม่อีกครั้ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,752 28-30 มิถุนายน พ.ศ. 2555




