ทั้งนี้ อากาศยานที่จะใช้ทำงาน อาทิ เครื่องบิน ER2 เป็นอากาศยานถูกออกแบบสำรวจชั้นบรรยากาศระยะสูงประมาณ 6 หมื่นกว่าฟุต เพื่อเก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศ และเมฆ ส่วนเครื่องบิน DC-8 เป็นอากาศยานโดยสารรุ่นเก่า gulfsteam เป็นอากาศยานโดยสารโดยดัดแปลงให้นักวิทยาศาสตร์ได้มาปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ทางไทยสามารถตรวจสอบเครื่องบินทุกเที่ยวบินได้ทุกครั้งก่อนออกสำรวจชั้นบรรยากาศ
แต่ก่อนที่จะออกมาแถลงดังกล่าวนี้กองทัพเรือก็ได้แถลงว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯได้ใช้สนามบินอู่ตะเภาขนถ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์จริง แต่เป็นสิ่งที่ต้องใช้ระหว่างการฝึกซ้อมรบร่วมกับไทยและเพื่อนบ้าน คือ การฝึกคอบร้าโกลด์ และการฝึกร่วมผสมทางเรือไทย-สหรัฐฯ กะรัต 2012 ซึ่งการฝึกเสร็จสิ้นไปแล้ว รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ และอากาศยานกลับไปแล้วตามช่วงเวลาการฝึกที่ผ่านมา ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยว่ารัฐบาลได้อนุมัติให้สหรัฐฯเข้ามาใช้สนามบินอู่ตะเภาจริงและเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา งานนี้จะไม่พูดความจริงก็ไม่ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์รู้จริง
ความเมืองระหว่างประเทศมักจะไม่เปิดเผยกันครับ อเมริกันว่าจะมาช่วยเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ ความจริงอาจไม่ได้หมายถึงเพียงเท่านั้น ส่วนตัวผมแล้วคิดว่านี่คือการเคลื่อนไหวเพื่อดุลแห่งอำนาจระหว่างประเทศมหาอำนาจด้วยกัน อเมริกันเสียเปรียบเพราะการปิดล้อมจีนมีจุดโหว่ด้านใต้ ในแปซิฟิกอเมริกันมีทหารที่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อาศัยไทยเป็นที่จอดเรือรบ (นี่ก็ยุทธศาสตร์ทางการรบ)
อเมริกันเคยได้ปากีสถานเป็นเพื่อน (ซึ่งเพิ่งทะเลาะกันเพราะบิล ลาเดน มีสถานที่พักพิงในปากีสถาน )มีอินเดียเป็นพันธมิตร เหลือพม่านี่แหละ ที่กองทัพสหรัฐฯทำอะไรไม่ได้เพราะจีนแผ่อิทธิพลลงมาหนุนช่วยเหลือพม่า จนจะกลายเป็นเมืองขึ้นของจีนไปกลายๆ แล้ว เมื่อเข้าพม่าไม่ได้ก็ต้องอาศัยไทยเป็นฐานป้องกันผลประโยชน์สหรัฐฯ
สมัยที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็วางยุทธศาสตร์ที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย โดยวางแผน ให้นานาชาติเข้ามาลงทุนใน อิสเทิร์น ซีบอร์ด มีทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ เพราะจุดนี้ห่างจากกัมพูชาประมาณ 200 กิโลเมตรเท่านั้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องยุทธศาสตร์
ข้อเท็จจริงแล้วในพม่านั้นมีบริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนตั้งนานแล้วไม่ใช่ไม่มี และเคยลงทุนในพม่าสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งด้วยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จนกระทั่งจีนเข้าไปลงทุนในหลายๆ ด้าน มีทั้งทำสะพาน ทำถนนให้ฟรี แลกกับมิตรภาพกับจีน จึงเหมือนว่าอเมริกันจะนิ่งเฉยทางยุทธศาสตร์ไม่ได้
สำหรับเรื่องนี้ ผมไม่ว่าอะไรที่อเมริกันตัดสินใจเช่นนั้น เพราะเป็นพันธมิตรกับไทยมาโดยตลอด รูปแบบการปกครองก็เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน ไม่ใช่ประชาธิปไตย แบบประชาชนเลือกคนได้จากพรรคเดียวเป็นผู้แทน ความจริงแล้วไทยกับอเมริกันเป็นพันธมิตรด้านยุทธศาสตร์มานาน แล้วแม้แต่การซ้อมรบ เราก็จับมือกัน 3 ชาติ ไทย สหรัฐ และสิคโปร์ สำหรับผม ยินดีต้อนรับอเมริกัน ครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,752 28-30 มิถุนายน พ.ศ. 2555




