หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home Breaking News ข่าวในประเทศ ‘ส.ขอนแก่นฟู้ดส์’ ขยายแบรนด์ ดัน ‘มูชิ’ แจ้งเกิดตลาดมีทสแน็ค

‘ส.ขอนแก่นฟู้ดส์’ ขยายแบรนด์ ดัน ‘มูชิ’ แจ้งเกิดตลาดมีทสแน็ค

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 

alt‘ส.ขอนแก่นฟู้ดส์’ บุกหนักตลาดมีทสแน็คช่วงครึ่งปีหลัง เร่งขยายไลน์สินค้า ปั้นแบรนด์ ‘มูชิ’ แจ้งเกิดในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวที่แปรรูปจากเนื้อหมูและไก่ด้วยการปรุงแบบทอดกรอบ

ลุยเปิดตัวรสฮอทแอนด์สไปซี่ และรสเบอร์เกอร์ไก่กระเทียม เจาะคนรุ่นใหม่ ทุ่มงบ 20 ล้านบาท สร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมจับมือ ‘เพนส์ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ดิสทริบิวชั่น’  เป็นผู้กระจายสินค้าผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ทำยอดขายแบรนด์มูชิ 250 ล้านบาท

 

นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อหมูภายใต้แบรนด์อองเทร่ เปิดเผยว่า จากวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในปีนี้ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยใช้วัตถุดิบจากเนื้อหมูและเนื้อไก่ ซึ่งจะเป็นการรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่  ดังนั้น ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะขยายตลาดผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวที่แปรรูปจากเนื้อหมูและไก่อย่างต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการทำตลาดผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวอบกรอบ ภายใต้แบรนด์ ‘อองเทร่’ ที่สามารถสร้างยอดขายเติบโตถึง 30%

นายไพรสารต์ โสภาจิตต์วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด 1 บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวที่แปรรูปจากเนื้อหมูและไก่ ภายใต้        แบรนด์ ‘มูชิ’ โดยนำวัตถุดิบเนื้อหมูและเนื้อไก่ 100% มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวด้วยวิธีการทอดกรอบที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยในเรื่องของรสชาติและความกรอบ แต่ยังคงคุณค่าของสารอาหารโปรตีนจากเนื้อหมูและเนื้อไก่ เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคสแน็คของคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องของรสชาติและคุณค่าของตัวสินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้ากลุ่มมีทสแน็คของลูกค้ากลุ่มนี้

“ในปีนี้ เราบุกตลาดมีทสแน็คอย่างหนัก หลังจากที่มองเห็นโอกาสในการขยายตลาดได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์มีทสแน็คที่ใช้เนื้อหมูและเนื้อไก่มาแปรรูป ซึ่งเรามีความเชี่ยวชาญ เราจึงตัดสินใจขยายตลาดด้วยการใช้แบรนด์ ‘มูชิ’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวที่ใช้กระบวนการปรุงแบบทอดกรอบ ให้รสชาติของอาหารที่ดี และยังคงคุณค่าทางอาหารจากโปรตีน 100% ซึ่งจะรองรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ที่คำนึงถึงรสชาติอาหารและคุณค่าของสารอาหารมาเป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อสินค้า” นายไพรสารต์ กล่าว


ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวที่แปรรูปจากเนื้อหมูและไก่ด้วยวิธีการปรุงแบบทอดกรอบ ภายใต้แบรนด์   ‘มูชิ’ นี้ มีด้วยกัน 2 รสชาติได้แก่ รสฮอทแอนด์สไปซี่ และรสเบอร์เกอร์ไก่กระเทียม วางจำหน่ายขนาด 16 กรัม   ราคา 20 บาท โดยบริษัทฯ ได้เตรียมใช้งบ 20 ล้านบาท ในการสื่อสารการตลาดสร้างการรับรู้จุดเด่นของผลิตภัณฑ์แบรนด์ ‘มูชิ’ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นอายุ 15-22 ปี ผ่านสื่อออนไลน์ด้วยกิจกรรมเกมส์ออนไลน์บนเฟซบุ๊ค ‘มูชิ’ และเว็บไซต์ของ ส.ขอนแก่น พร้อมลงสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามหนังสือพิมพ์และนิตยสาร พร้อมทั้งแจกสินค้าเพื่อทดลองชิมสินค้าตามสถาบันการศึกษาและออฟฟิส บิวดิ้ง อีกด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้พัฒนาช่องทางขาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำตลาด โดยได้เซ็นสัญญาแต่งตั้งให้บริษัท เพนส์มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ดิสทริบิวชั่น จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยว แบรนด์ ‘มูชิ’ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีความแข็งแกร่ง ทั้งช่องทางร้านสะดวกซื้อ    ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านโชห่วย ทั่วประเทศ จึงมั่นใจว่าจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ‘มูชิ’ ได้มากขึ้น 

“ในฐานะที่ ส.ขอนแก่น มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มผลิตภัณฑ์หมูและไก่ ที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ ‘มูชิ’ เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งของพันธมิตรในช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงมั่นใจว่า ภายในสิ้นปีนี้ แบรนด์มูชิ จะสามารถทำยอดขายได้ 50 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯมียอดขายโดยรวมในกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่ 250 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้” นายไพรสารต์ กล่าว

ด้าน ดร.เพ็ญนภา ธนสารศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพนส์มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่าย กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมในการกระจายสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ ‘มูชิ’ ไปยังช่องทางจำหน่ายทั้งร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่และร้านโชห่วยทั่วประเทศ โดยช่วงเดือนสิงหาคม ที่สินค้าเข้าสู่ตลาดนั้น จะเน้นช่องทางขายร้านสะดวกซื้อก่อน เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวนั้น จะซื้อผ่านช่องทางขายดังกล่าวเป็นหลัก ก่อนที่จะขยายไปยังช่องทางอื่นๆให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป
 

 

Read : 1400 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

ข่าวยอดนิยมในรอบ 24 ชม.

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*