กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่อาเซียนและอินเดียมีความสัมพันธ์ครบรอบ 20 ปีในปี 2555 นี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่าง 2 ภูมิภาคและยังเป็นโอกาสให้ประชาชนทั่วไปทราบว่าบัดนี้เราชาวอาเซียนสามารถเดินทางท่องเที่ยวทางบกไปยังอินเดียได้แล้ว อันที่จริงแนวความคิดนี้ก็ไม่ได้เป็นแนวความคิดใหม่ เพราะอาเซียนและอินเดียก็ได้เคยจัดกิจกรรม คาร์ แรลลี่ ระหว่างกันมาแล้วเมื่อปี 2547 แต่ในครั้งนั้นเป็นการเดินทางจากอินเดียมายังอาเซียน (สามารถดูข้อมูลเก่าได้จากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ www.thaiemb.org.in/th/narrative/)
ประเทศไทยจะมีบทบาทมากที่สุดเนื่องจากขบวนรถยนต์จะเดินทางเข้าดินแดนไทยถึง 2 ครั้ง คือในช่วงแรกจากด่านสะเดา จ.สงขลา ไปยังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งก็จะมีการจัดพิธีต้อนรับและกิจกรรมวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทย-อินเดีย หลังจากนั้นก็จะแวะพักที่จังหวัดชุมพรอีกครั้งก่อนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งก็จะมีพิธีต้อนรับ และปล่อยขบวนรถอีกครั้ง (Flag-off) ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนที่จะเดินทางไปยังอำเภออรัญประเทศ มุ่งหน้าสู่กรุงพนมเปญ นครโฮจิมินห์ วกเข้าลาวที่เมืองปากเซ เวียงจันทน์ และข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งไทยอีกครั้งหนึ่งทางสะพานมิตรภาพ จังหวัดหนองคาย ซึ่งจะเป็นช่วงที่ 2 แล้วจึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเปรียบเสมือนสี่แยกอินโดจีน ก่อนที่จะเดินทางไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อเข้าไปยังประเทศพม่าและอินเดีย รวมเบ็ดเสร็จแล้วขบวนรถยนต์จะวิ่งผ่านดินแดนไทยมากที่สุดเป็นระยะทาง 2,200 กิโลเมตร
นอกเหนือจากพิธีต้อนรับในจังหวัดที่คณะจะพักค้างคืนแล้ว ที่กรุงเทพฯ ก็จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษในรูปแบบของการสัมมนาเกี่ยวกับโอกาสและลู่ทางธุรกิจระหว่างไทยกับอินเดีย แต่จะเน้นเป็นพิเศษก็คือเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างกัน (Connectivity) ซึ่งก็จะเข้ากับบรรยากาศที่มีคณะ คาร์ แรลลี่เดินทางผ่าน
กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดกิจกรรมครั้งนี้ โดยขณะนี้ฝ่ายอินเดียได้ส่งคณะล่วงหน้าเดินทางมาร่วมสำรวจเส้นทางที่จะใช้เดินทางจริงแล้วเมื่อวันที่ 19-26 มิถุนายน 2555 สำหรับภาคเอกชนไทยก็มีความกระตือรือร้น โดยสมาคมแรลลี่ประเทศไทย ก็ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรหลักในการดำเนินการ บริษัทเอกชนไทยหลายรายก็ได้แสดงความสนใจให้การสนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ กรมอาเซียนกำลังจะจัดตั้งคณะทำงานโดยเชิญภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมกันเพื่อให้กิจกรรมครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ เป็นหน้าตาของประเทศไทยและเพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้รู้จักและอยากเดินทางไปท่องเที่ยว ค้าขายกับอินเดียมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,751 24-27 มิถุนายน พ.ศ. 2555




