จากกรณีกระทรวงพาณิชย์ (พณ.)ได้ออกประกาศเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษหรือเซอร์ชาร์จส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ในอัตรากิโลกรัมละ 10 บาท เพื่อป้องกันน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคในประเทศขาดแคลน โดยเรื่องได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ซึ่งระยะเวลาการเรียกเก็บจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายนศกนี้
นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์จะขยายเวลาเก็บค่าเซอร์ชาร์จน้ำมันปาล์มต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 เดือน เพราะเกรงว่าโรงสกัดจะมีการกักตุนน้ำมันปาล์มเพื่อเก็งกำไร ทำให้น้ำมันปาล์มขาดแคลน และจะส่งผลให้น้ำมันปาล์มเพื่อบริโภคขนาด 1 ลิตร มีราคาสูงเกินกว่าราคาควบคุมของกรมการค้าภายในที่ขวดละ 42 บาท
"เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จึงเห็นควรให้ขยายเวลา ยังไม่ยกเลิกทันที เพราะปริมาณผลปาล์มที่ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พยากรณ์ รายเดือน จะเห็นว่าผลผลิตต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท จำเป็นที่จะต้องออกมาตรการดังกล่าว เพราะต้องการให้ประชาชนได้บริโภคของถูก ไม่ใช่ของแพง อีกทั้งเป็นผลผลิตภายในประเทศด้วย "
ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการ สศก. กล่าวว่า ปริมาณผลปาล์มในประเทศช่วงนี้ยังไม่มากนัก เพราะอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่ถ้าพ้นจากช่วงฤดูฝนไปแล้ว ต้นเดือนกรกฎาคม คาดว่าปริมาณผลปาล์มจะทยอยออกมาเป็นจำนวนมาก หากกรมการค้าต่างประเทศ มีแนวคิดที่จะขยายเวลาเก็บค่าเซอร์ชาร์จออกไปเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะอาจจะทำให้ผลผลิตในประเทศล้นตลาดมากเกินไป และอาจจะกระทบต่อเกษตรกรที่อาจขายผลปาล์มได้ราคาต่ำ อีกทั้งราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกเวลานี้ต่ำกว่าเมืองไทย ไม่มีแรงจูงใจโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในการส่งออก ต่างจาก 2 เดือนที่แล้วราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกสูงกว่าเมืองไทย
นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย กล่าวถึง การประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานในที่ประชุมรับปากแล้วว่าจะยกเลิกการเก็บเซอร์ชาร์จส่งออกน้ำมันปาล์มดิบหากระยะเวลาสิ้นสุดลง ไม่ใช่ขยายต่อ ดังนั้นกรมการค้าต่างประเทศควรเคารพกติกาและเคารพมติที่ประชุมกนป. ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง เกษตรกร โรงสกัดน้ำมันปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
"ไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลา เพราะปริมาณสต๊อกขณะนี้มีเพียงพอ ส่วนห่วงว่าโรงสกัดน้ำมันจะกักตุนนั้นไม่จริง เพราะทุกวันนี้ผลปาล์มดิบเข้าโรงสกัด บีบน้ำมันได้เท่าไรต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ ร้านค้า โมเดิร์นเทรดก็ต้องแจ้งสต๊อก ถามว่าจะกักตุนช่วงไหน และถ้าผลผลิตล้น เกษตรกรจะทำอย่างไร เพราะช่วงเดือนกรกฎาคม ปริมาณจะทยอยออกมาเป็นจำนวนมาก และที่ผ่านมาทางโรงสกัดน้ำมันปาล์มได้พยายามช่วยซื้อเพื่อไม่ให้เกษตรกรกระทบ แต่หากขยายเวลาออกไปคงจะช่วยอุ้มราคาไม่ไหว ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,751 24-27 มิถุนายน พ.ศ. 2555




