"ท้อปเท็นเทรดดิ้ง" ปลุกกระแสแบรนด์เครื่องหนังไทยตื่นตัวรับเออีซี ชี้ตลาดเปิดกว้าง อาศัยจุดแข็งด้านฝีมือแรงงาน และโครงสร้างราคา ดันผู้ประกอบการสร้างรายได้เพิ่ม พร้อมทุ่มงบเปิด 4 โรงงานขยายกำลังผลิตเพิ่ม
นายนิวัฒน์ กิระนันทวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ท้อปเท็นเทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องหนังสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนรับมือการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ที่จะมีขึ้นในปี 2558 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการแบรนด์สินค้าไทย สามารถขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น โดยภายในปี 2561 บริษัทเตรียมขยายโรงงานแห่งใหม่อีก 4 แห่ง เพื่อรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกสินค้าภายใต้แบรนด์มาร์เวลล์ และเมย์ฟายน์ ไปยังตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และจะขยายตลาดใหม่ไปยังเวียดนาม มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งการรุกตลาดส่งออกอย่างหนักจะทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 10%
"เออีซี จะทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ขยายตัวมาก ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องอาศัยความได้เปรียบในด้านแรงงานฝีมือ โครงสร้างราคา เป็นจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้อุตสาหกรรมเครื่องหนังไทย ทั้งกระเป๋าถือชาย หญิง รวมทั้งกระเป๋าธนบัตร มีโอกาสเติบโตสูง เพราะมีจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งทั้งด้านคุณภาพ โครงสร้างราคา โดยเฉพาะหลังจากที่กำแพงภาษีจากปัจจุบันที่เรียกเก็บในอัตรา 30% จะทยอยลดลง"
ปัจจุบันสินค้าภายใต้การดูแลของบริษัท ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหนังภายใต้ยี่ห้อ มาร์เวลล์ ,เมย์ฟายน์ ทั้งกระเป๋าสะพาย ,กระเป๋าธนบัตร ,เข็มขัดและ Accessory สำหรับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี วางจำหน่ายทั้งตลาดในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังนำเข้าแบรนด์ Fenneli ,Karren , Alain Delon ,Victorinox และBeside-U ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดเครื่องหนังในไทย ซึ่งในอนาคตบริษัทยังมีแผนนำเข้าแบรนด์อื่นๆเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายด้วย
ทั้งนี้ช่องทางการจำหน่ายหลักได้แก่ การขายผ่านเคาน์เตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 90 แห่งทั่วประเทศ โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้ราว 300 ล้านบาทเติบโตเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน แบ่งเป็นยอดขายจากต่างจังหวัด 55% กรุงเทพฯ 45% โดยรายได้หลักมาจากมาร์เวลล์ 40% เฟนเนลี่ 25% อื่นๆ 25% และตลาดส่งออกอีก 10%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,751 24-27 มิถุนายน พ.ศ. 2555




