หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ข่าวหน้า1 คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 วิกฤติโลกฟาดหางภาคผลิต

วิกฤติโลกฟาดหางภาคผลิต

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 เอกซเรย์ภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมครึ่งปีหลัง 12 อุตสาหกรรมมีทั้งสวนกระแสวิกฤติโลก และยืนอยู่บนความเสี่ยง  จับตา รองเท้า, เฟอร์นิเจอร์, เครื่องปรับอากาศ,  สิ่งทอ ยอดส่งออกร่วง    ขณะที่ยานยนต์โตก้าวกระโดด  ดันผลิตภัณฑ์ยาง อะลูมิเนียม ได้อานิสงส์ด้วย หอการค้าไทย ลั่นครึ่งปีหลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้น
      นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้าโลกได้ลดลงต่อเนื่อง ปีนี้ลดลงเหลือ 4% จากที่เคยสูงถึง 6% สาเหตุเกิดจากที่เศรษฐกิจโลกถดถอยมาตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ลากยาวมาถึงวิกฤติการเงินในยุโรป ขณะที่ก่อนหน้านี้สาธารณรัฐประชาชนจีน ก็มีการปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศลง จากที่ตั้งเป้าไว้ 8% ลดลงเหลือ 7.5%  จากผลกระทบดังกล่าวทำให้กำลังซื้อในตลาดโลกลดลง กระทบมาถึงภาคการผลิตในประเทศไทย ที่สินค้าบางกลุ่มมีการส่งออกแผ่วลง เช่น กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ภาครัฐจะต้องเร่งหารือกับผู้ประกอบการว่าต้องการอะไร เพื่อดึงการผลิตที่กระจายอยู่ในมาเลเซียกลับมาผลิตในไทยเช่นเดิม  เพราะช่วงน้ำท่วมมีหลายบริษัทได้รับผลกระทบและยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติ  ขณะที่บางกลุ่มขยายตัวดีต่อเนื่อง  เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน สิ่งพิมพ์ประเภทบรรจุภัณฑ์ กลุ่มอาหารก็มีทิศทางที่ดี
       สอดคล้องกับที่ "ฐานเศรษฐกิจ" ทำการสุ่มสำรวจสถานภาพของ 12 สินค้าอุตสาหกรรม(ดูตาราง) พบว่า ในช่วงครึ่งปีหลังหรือระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคมปี2555 บางอุตสาหกรรมเติบโตแบบก้าวกระโดด  ขณะที่บางอุตสาหกรรมลดปริมาณส่งออกไปยังประเทศที่สุ่มเสี่ยงเกินไป ขณะที่บางกลุ่มเริ่มส่งสัญญาณว่าปีนี้จะทำไม่ได้ตามเป้า  
     ต่อเรื่องนี้นายธำรง ธิติประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า ส.อ.ท.กล่าวว่า อุตสาหกรรมรองเท้ามีความเสี่ยงที่เกิดจากวิกฤติยูโรที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกผันผวน ออร์เดอร์ส่งออกรองเท้าไปยังยุโรปโดยเฉพาะ อิตาลี โปรตุเกส และกรีซ ลดลง  เนื่องจากผู้ประกอบการไม่กล้าเสี่ยงที่จะส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้ และเป็นเรื่องยากที่จะเปิดแอล/ซีก่อน  ทำให้มีบางรายลดออร์เดอร์ลงแล้วถึง30% โดยยอมที่จะมีกำไรน้อยดีกว่าขายไม่ได้เงิน   ขณะที่บางโรงงานยังไม่ฟื้นจากวิกฤติน้ำท่วมในประเทศไทย   ดังนั้นโดยภาพรวมตลอดปีนี้ยอดส่งออกทั้งปีจะลดลงตั้งแต่ 5-10% จากที่มีมูลค่าส่งออกต่อปี 30,000 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าขายในประเทศยังอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท/ปี
     นายวีระชัย คุณาวิชยานนท์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ส.อ.ท. กล่าวว่าเฉพาะครึ่งปีแรกกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ติดลบไปแล้ว 7% ขณะที่ยอดขายในประเทศเป็นบวกอยู่ที่ 15% โดยได้อานิสงส์จากที่เฟอร์นิเจอร์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ครึ่งปีแรกมีการซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาทดแทน ส่วนครึ่งปีหลังมีแนวโน้มว่ายอดส่งออกยังติดลบต่อเนื่อง  ทั้งปีน่าจะติดลบประมาณ 10-15% เปรียบเทียบจากที่ปีที่แล้วมีมูลค่าส่งออก 30,000 ล้านบาท หลังจากที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งขึ้น แต่ราคาไม่สามารถปรับขึ้นได้
        นางจินตนา ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. กล่าวว่า วิกฤติยูโรในขณะนี้ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศได้รับผลกระทบในแง่ตลาดส่งออกโดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง เนื่องจากต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นสัดส่วน 60-70% ของกำลังผลิตรวมทั้งหมดในประเทศ ที่เหลือ 30-40% ผลิตป้อนตลาดในประเทศ  เวลานี้ตัวเลขส่งออกเครื่องปรับอากาศในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาก็ลดลงไปแล้ว 2%  เทียบกับปี 2554 อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น มีมูลค่าการส่งออก 376,000 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีมูลค่าการส่งออกจะลดลงประมาณ 5%  ทำให้ครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์การขายใหม่โดยโฟกัสไปยังตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)มากขึ้น
    ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ กล่าวว่าในครึ่งปีหลังโดยเฉพาะไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) จะทำให้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไม่ดี ตัวเลขการเติบโตจะเป็นลบมากกว่าเป็นบวก  แต่จะเป็นผลกระทบแค่ระยะสั้นๆ เท่านั้น และคาดว่าทั้งปีจะพลิกเป็นบวกได้ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีการฟื้นตัวเร็ว เพราะความต้องการใช้ในตลาดโลกยังมีสูงโดยเฉพาะในตลาดเอเชีย ส่วนตลาดในประเทศยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง และปัญหาน้ำท่วมที่เวลานี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในเชิงตัวเลข และในทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ทำให้ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงอยู่ 
    นายสมศักดิ์ ศรีสภรวาณิชย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ส.อ.ท. กล่าวว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มทั้งปีจะมียอดขายที่เติบโตลดลงโดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกปีนี้จะหายไปประมาณ 10% หรือมีมูลค่าส่งออก 232,500 ล้านบาท  เทียบกับปี2554 ที่มีมูลค่าสูงถึง 254,200 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก  และปัญหาน้ำท่วมปีที่แล้ว และต้นทุนค่าแรงงานที่สูงขึ้นรวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานทำให้ปรับตัวไม่ทัน
     ทางด้านกลุ่มปิโตรเคมี นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (บมจ.พีทีทีจีซี) กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดว่าจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจยุโรปและอเมริกาที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน ทำให้ความต้องการใช้ปิโตรเคมีลดลง ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงในช่วงนี้ ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของปิโตรเคมีด้วย
       ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมปิโตรเคมีในช่วงที่เหลือของปีนี้จะไม่สดใสมากนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเส้นใยที่มีความต้องการน้อยลงอย่างชัดเจน แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมพลาสติกก็ยังเติบโตได้อีก ดังนั้นภาพรวมผลประกอบการปีนี้ มีโอกาสที่จะน้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้ แต่เมื่อเทียบกับปี 2554 น่าจะออกมาใกล้เคียงกัน ซึ่งในปีที่แล้วบริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 500,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท
      ส่วนอุตสาหกรรมที่โตสวนกระแสวิกฤติเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า กลุ่มยานยนต์ ค่อนข้างแน่นอนที่ปี 2555 จะมีการผลิตได้ถึง 2.2 ล้านคัน ครึ่งหลังปีนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าการส่งออกยานยนต์จะขยายตัวสูงขึ้นถึง 30% หรือเทียบจากกำลังผลิตจาก 730,000 คันปี 2554 เพิ่มเป็น 1 ล้านคันปี 2555 และ 1.2 ล้านคันป้อนตลาดในประเทศ  รวมทั้งปีสามารถผลิตรถยนต์ในประเทศไทยได้ที่ 2.2 ล้านคัน โดยจะมีมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งส่งออกและขายในประเทศเป็นเม็ดเงินสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทภายในปี 2555 เงินจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นมูลค่าที่มาจากการส่งออกจำนวน 1ล้านคัน หรือเป็นเม็ดเงินรวมทั้งสิ้น 800,000 ล้านบาท(มาจากยานยนต์ 500,000ล้านบาทและมาจากชิ้นส่วนรถยนต์ 300,000ล้านบาท)  และเป็นมูลค่าที่มาจากการขายในประเทศจำนวน 1.1-1.2 ล้านคัน หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท (รวมชิ้นส่วนรถยนต์แล้ว)
     ทั้งนี้การเติบโตดังกล่าวถือว่าโตแบบก้าวกระโดด ที่มี 3 ปัจจัยหนุนคือ 1. มีออร์เดอร์รถใหม่ค้างในช่วงน้ำท่วม บวกกับที่มีรถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจำนวนมาก จึงมีการเปลี่ยนรถใหม่ 2.นโยบายรถคันแรกจากรัฐบาลที่เข้ามาเป็นตัวเร่ง  คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปีนี้จะมีการขายรถในตลาดกลุ่มนี้ตั้งแต่ 300,000-400,000 คัน/ปี 3. ตลาดส่งออกมีการยอมรับรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศไทยมากขึ้นตามลำดับ ส่งออกหลักอยู่ในอาเซียน ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และส่งออกไปยุโรป และมีแนวโน้มว่าจะส่งออกไปยังอเมริกาใต้ เช่น ประเทศบราซิล,เปรู ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศใหม่ๆ มากขึ้น
     นายสมศักดิ์ อุทัยวัฒนาทร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ส.อ.ท. กล่าวว่า แม้ทั่วโลกจะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจยูโรโซน  แต่การบริโภคอะลูมิเนียมยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโซนอาเซียน ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์   ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้อะลูมิเนียมจำนวนมาก แต่ปัจจุบันยังต้องมีการนำเข้าอะลูมิเนียมแผ่นมากถึง 200,000 ตัน/ปี ขณะที่ในประเทศมีกำลังผลิตแผ่นอะลูมิเนียมเพียง 80,000 ตัน/ปี และผลิตอะลูมิเนียมแบบหน้าตัดมากกว่า 10,000 ตัน/ปี ขณะที่ตลาดในประเทศมีความต้องการใช้สูงถึง 300,000 ตัน/ปี  และมองว่าครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกแน่นอนเพราะเป็นช่วงที่มีกำลังซื้อที่คึกคักยิ่งขึ้น
     นายบุญหาญ อุดมยิ่ง กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ส.อ.ท.  กล่าวว่า โดยภาพรวมตลาดครึ่งปีหลังปี 2555 จะดีกว่าครึ่งปีหลังปี2554 โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของยานยนต์ที่จะต้องใช้ยางรถยนต์จำนวนมาก และส่วนที่เหลือใช้ในการผลิตถุงมือยาง ถุงยางอนามัย และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในงานวิศวกรรม โดยมีมูลค่าส่งออกรวม 180,000 ล้านบาท/ปี และคาดการณ์ว่าปีนี้ผลิตภัณฑ์ยาง จะโต 5-6% เทียบกับปีที่แล้วที่ตลาดจะทรงตัว
      ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจของไทยจะเริ่มฟื้นตัวตามการลงทุนของภาครัฐและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมในกลุ่มยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสที่จะฟื้นตัวในอัตราสูงด้วย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปที่มีความเปราะบาง ดังนั้น ในภาพรวมมองว่าการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่แล้วจะมาจากกำลังซื้อในประเทศ แต่ภาคการส่งออกในบางตลาดอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,750  21-23  มิถุนายน พ.ศ. 2555

 

Read : 984 times

jL Poll Module1

รับจำนำข้าวปีแรกตัวเลขทางการขาดทุน1.36 แสนล. ทำอย่างไรต่อดี



 

Poll (2)

ครบครึ่งปีท่านให้คะแนนรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
 

ข่าวยอดนิยมประจำสัปดาห์

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส