ล่าสุดเมื่อวันที่ 9-10 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ธนาคารธนชาต
ยกทีมผู้บริหารแถลงข่าวเป็นทางการที่จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ,นายอนุวัตร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ,นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส,นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ,นายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เช่าซื้อและนายจิรัชยุติ อัมยงค์ ผู้บริหารกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น
ซีอีโอ"สมเจตน์"ระบุว่า จากนี้ไปธนชาตมุ่งสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งเพื่อจะตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วในอนาคต โดยยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ธนาคารทยอยออกตั้งแต่ต้นปี อาทิ เงินฝากประจำ 5เดือน หรือ เงินฝากประจำ 11เดือน ,บัตรเครดิตที่ให้เงินคืน 3.5%จากการเติมน้ำมันตลอดชีพ หรือกรณีคืนเงิน 5%ภายในสิ้นเดือนกรณีใช้จ่ายทุกประเทศทั่วโลกถึงสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างศึกษาสินเชื่อบุคคล " เป็นบริการเสริมคาดว่าจะออกสู่ตลาดในระยะ 1-2เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ "บัตรนี้พกแล้วรวย"เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต ขณะเดียวกันยังเข้าไปมีส่วนร่วมปล่อยสินเชื่อรายใหญ่(คอร์ปอเรต) ไม่ว่าจะเป็นปตท.สผ. , ปตท., ซีพี หรือจีพีเอฟที่ซื้อกิจการในฮ่องกง เหล่านั้นเป็นความพยายามให้มีบริการที่หลากหลายมากขึ้น และธนาคารยังมีนโยบายหาเครื่องมือใหม่หรือออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุก 2เดือนด้วย
ที่สำคัญ คือ การปรับองคาพยพเพื่อให้บริการใหม่ในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่โฟกัสกลุ่มเอสเอ็มอีรายย่อย(Size S)ซึ่งเป็นกลุ่มที่มียอดขาย 50-100 ล้านบาท หรือความต้องการใช้วงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้กำลังทดลองทำตลาดทั่วประเทศใน 10สาขา เพื่อดูระบบงานสามารถตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วหรือไม่
"สำหรับปีนี้ตั้งเป้าสินเชื่อโต 8-10%โดยไตรมาสแรกสินเชื่อเติบโตดีทั้งรถยนต์ เช่าซื้อ บัตรเครดิต ยกเว้นเอสเอ็มอียังหลุดเป้าต้องลุ้นต่อไตรมาส 2"ซีอีโอสมเจตน์กล่าว
ซีเอฟโอ"อนุวัตร์" ขยายความเพิ่มเติมว่า ครึ่งปีแรกสินเชื่อน่าจะโต 5%ถ้าไตรมาส 2 สินเชื่อขยับได้ 2.5%จากไตรมาสแรกพลาดเป้าทำได้เพียง 1.6% โดยแนวโน้มการเติบโตจากนี้จะมาจากสินเชื่อเช่าซื้อและเอสเอ็มอีรายย่อยส่วนรายใหญ่ยังไปเรื่อยๆถึงสิ้นปีพอร์ตรวม6.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายย่อย 65% วงเงินสินเชื่อประมาณ 4แสนล้านบาท ธุรกิจรายใหญ่กับเอสเอ็มอีรวมกันสัดส่วน 35%วงเงินจำนวน 2.5 แสนล้านบาท เฉพาะเอสเอ็มอีอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้อนาคตพอร์ตเอสเอ็มอีจะเพิ่มมากขึ้น และครึ่งปีหลังธนาคารพยายามจะลดต้นทุนที่สูงจาก 64%ให้เหลือต่ำกว่า 60%
"ประพันธ์"ย้ำว่า ในส่วนของลูกค้ารายย่อยนั้น ธนาคารพยายามหาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเป็นทางเลือกให้ลูกค้าตัดสินใจทั้งเงินฝาก บัตรเครดิตและสินเชื่อบ้าน ล่าสุดเป็นเงินฝากประจำพิเศษแบบขั้นบันได"SUPER GROW UP 15 เดือน" จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.50% ต่อปี ทุก 5 เดือนตามระยะเวลาการฝากเฉลี่ยเท่ากับ 3.70%ต่อปี โดยธนาคารจะโอนดอกเบี้ยและเงินต้นเข้าบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันที่มีชื่อเดียวกันกับผู้ฝากอัตโนมัติวงเงินฝากขั้นต่ำ 10,000 บาท
"ธีรชาติ"บอกว่า ปีนี้ธนาคารมุ่งรักษาแชมป์เช่าซื้อที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด 20% โดยให้น้ำหนักตอบสนองบริการทั้งฐานลูกค้าเก่าและรายใหม่ จึงต้องลงรายละเอียดทุกด้านเพื่อเสริมจุดแข็งที่ธนาคารมีเครือข่าย-บริการครอบคลุม ทั้งดีลเลอร์ ทีมขายและสาขาของธนาคาร คาดว่าสิ้นปีพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรวมจะกว่า 3แสนล้านบาท อัตราเติบโต 15%ตามตลาดรถใหม่ โดยที่ผ่านมา 5เดือน ยอดอนุมัติสินเชื่อทะลุเป้า 1.5คัน(รวมทั้งรถใหม่ ,รถแลกเงินและรถมือ2)จากเป้าทั้งปี 3.3แสนคัน
"ครึ่งปีหลังจะปรับเป้าใหม่เพิ่มขึ้นซึ่งกำลังรอคณะกรรมการของธนาคารพิจารณาสัดส่วนการเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับระบบ หลังจากพอร์ตเช่าซื้อ 5เดือนทะลุเป้าแล้ว "
"จิรัชยุติ"ผู้รักษาด่านเอสเอ็มอีอธิบายถึง มูลเหตุของการเจาะตลาดเอสเอ็มอีรายย่อยหรือไซต์เอสว่า นอกจากมองเห็นช่องทางขยายฐานและทำตลาดว่ามีโอกาสขยายสินเชื่อได้ 18%ด้วยกลยุทธ์อนุมัติเร็วแล้ว ที่สำคัญ ธนาคารมองในแง่การเพิ่มการขายข้ามผลิตภัณฑ์(Cross-selling)ต่อยอดธุรกิจจากเป้าที่ตั้งไว้ 4 โปรดักต์ต่อคน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล ประกันและเงินฝากด้วย
นั่นเป็นเจตนารมณ์ที่สะท้อนถึงเป้าประสงค์ที่ "ธนชาต"มุ่งสร้างทีมงานให้แข็งแกร่งพร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม ซึ่งเป็นการสร้างฐานก้าวสู่ถนนสายที่ยิ่งใหญ่และเป็นธนาคารชั้นนำในอนาคต
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,749 17-20 มิถุนายน พ.ศ. 2555




