หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ฐ.Blogger จิตติศักดิ์ นันทพานิช ไข้หวัดกรีซกำลังกลายพันธุ์

ไข้หวัดกรีซกำลังกลายพันธุ์

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 ข่าวร้ายจากยุโรปถี่กระชั้นใกล้บ้านเราเข้ามาทุกทีๆ ขณะที่กรีซปฐมบทของวิกฤติครั้งนี้ยังเคลียร์ปัญหาตัวเองไม่จบ และคาดเดายากว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ จะเป็นการเริ่มต้นของปัญหาใหม่หรือไม่ ?  หากได้พรรคที่ค้านนโยบายรัดเข็มขัดหัวชนฝาเป็นรัฐบาล  
               ส่วนสเปนชะตากรรมผูกติดกับการแก้ไขปัญหาหนี้ในระบบแบงก์พร้อมกับความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ที่ถูกลดชั้นลง    ด้านอิตาลีส่วนหนึ่งของยอดภูเขาน้ำแข็งเพิ่งโชว์ให้เห็นเท่านั้น
           ปัญหาหนี้จากยุโรปทำให้ตลาดเงินตลาดทุนปั่นป่วนไปทั้งโลก  ส่วนประเทศไทย หลายสัปดาห์มาแล้วที่ผู้ค้าส่งออกวิ่งวุ่นประกันเสี่ยงจากยูโร  หลังเห็นอาการส่อเหตุอย่าง "ลูกค้าขอขยายเครดิต" ออกไปอีก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีการคาดเดาหากเกิดเหตุร้ายสุด "ยูโรแตก"  อะไรจะตามมา
          ส่วนภาคเศรษฐกิจจริง มีการคาดการณ์กันว่า ถ้าเศรษฐกิจยูโรติดลบ ส่งออกไทยคงโตแค่ 8-9%  ไม่ถึงเป้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ 15 %  เพราะมูลค่าส่งออกไปยูโรจะหายไปบางส่วน จากเดิมที่ส่งไปปีหนึ่ง 700,000 ล้านบาท หรือราว 10% ของมูลค่าส่งออกรวม 7 ล้านล้านบาท  ขณะเดียวกับนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ปีหนึ่งๆเดินทางมาไทย ไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน คงลังเล  หากเงินในกระเป๋าหายไปกับวิกฤติในบ้านที่ยังไม่มีจุดจบ
           ถึงนาทีนี้จากการคาดเดาว่า ไข้หวัดกรีซจะกลายพันธุ์กลายเป็นไข้หวัดยูโร 2012 และมีแนวโน้มว่าจะแพร่กระจายไปทั้งโลกเหมือนคราววิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551    การที่ นายกฯยิ่งลักษณ์ยกระดับความสำคัญของปัญหาให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกาะติดและรายงานสถานการณ์ทุกสัปดาห์ถือเป็นการเข้าสู่ปัญหาแบบเชิงรุก แต่กระบวนการรุกของรัฐบาลจะดูดียิ่งขึ้นหาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับมุมในการมองวิกฤติครั้งนี้ให้สมจริงขึ้น
         ที่ตั้งประเด็นเช่นนั้น  เพราะประมวลความเห็นจากผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจและการค้า  นายแบงก์ที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่ยังมองว่า ข่าวร้ายจากยูโรยังเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง 
           หากย้อนกลับไปดูวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในช่วงเวลานั้น นักเศรษฐศาสตร์นายแบงก์ ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่น่าจะรุนแรงเพราะระบบแบงก์ไทยถือตราสารมหาภัย ซีดีโอ น้อยมาก แต่ทว่าเมื่อฟองสบู่แตกเศรษฐกิจในสหรัฐฯแตกเศรษฐกิจโลกก็ปั่นป่วน กำลังซื้อหาย ส่งผลให้ภาคส่งออกได้รับผลไปเต็มๆ
              ช่วงปลายปี 2551 ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกปนกับปัญหาการเมืองในประเทศ กดเศรษฐกิจไทยติดลบกว่า  4% โรงงานประกอบรถยนต์หลายแห่งเลย์ออฟคนงานหลังคำสั่งซื้อถูกคลื่นวิกฤติซัดหายไป ดูจากจังหวะขยับจากวิกฤติครั้งนั้นไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้  การมองว่าปัญหายังอยู่ไกลตัวจึงถือเป็นความเสี่ยงเช่นที่กล่าวไว้ข้างต้น
         ถ้าจะให้ดีแล้วรัฐบาลควรยกระดับการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกขึ้นมาอีก  ให้เป็น ภารกิจประจำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเศรษฐกิจโลกที่โตมากับการบริโภคเกินตัวและใช้จ่ายล่วงหน้าสะสมปัญหาจนวิกฤติมีโอกาสปะทุขึ้นได้ทั่วทุกภูมิภาคของโลก และวงจรวิกฤติที่หวนกลับมานั้นสั้นมากสั้นจนเหมือนไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่แวะเวียน กลับมาทุกๆปี 
           กับสภาวะแวดล้อมที่ความผันผวนอยู่เหนือเสถียรภาพ ประเทศไทยคงไม่สามารถตั้งรับ  ด้วยการตั้งวงประชุมเมื่อเกิดเหตุ นายกฯบอกว่าต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจหันมาเน้นการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น  สภาพัฒน์กับแบงก์ชาติบอกแค่ว่า ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด กรมส่งเสริมการส่งออก บอกว่าต้องหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดยูโร ทั้งที่บอกว่าจะทำตั้งแต่ตอนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ถ้าหาตลาดใหม่เจอตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้คงไม่ต้องมากังวลกับการหดตัวของตลาดในยูโร   
               ตอนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เราโชคดีเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นเร็วจากการเร่งอัดฉีดของประเทศทั่วโลก ตลาดส่งออกจึงทรุดตัวแค่ช่วงสั้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจึงอยู่ในวงจำกัด  แต่ใช่ว่าความโชคดีจะอยู่กับเราเสมอไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,749 17-20  มิถุนายน พ.ศ. 2555

 

Read : 1831 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*