สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประกาศแผนช่วยเหลือธนาคารสเปนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากการประชุมฉุกเฉินผ่านทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลัง 17 ประเทศสมาชิกยูโรโซน มีเป้าหมายเพื่อผ่อนคลายแรงกดดันของสเปนและประเทศยุโรปอื่นๆ ที่มีปัญหาก่อนหน้าการเลือกตั้งของกรีซในวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายนนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสเปนพุ่งขึ้นถึงระดับ 6.466% ในช่วงปิดตลาดวันจันทร์ (11 มิ.ย.) พร้อมกันนี้ยังดึงผลตอบแทนพันธบัตรอิตาลีพุ่งขึ้นแตะระดับ 6% ตามไปด้วย
นักลงทุนเป็นกังวลถึงความไม่แน่นอนในเรื่องของจำนวนเงินช่วยเหลือที่สเปนจะรับจากยุโรปและเงื่อนไขที่จะมาพร้อมกับการกู้ยืม นอกจากนี้ยังมีความกังวลถึงสถานะทางการเงินและหนี้สาธารณะของรัฐบาลสเปนหลังจากรับเงินช่วยเหลือที่อาจจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านยูโรก้อนนี้ด้วย มีการประเมินว่าเงินช่วยเหลือธนาคารก้อนดังกล่าวซึ่งจะกู้ยืมผ่านรัฐบาลสเปนก่อนจะถูกส่งต่อไปยังกองทุนสำหรับธนาคาร (Fund for Orderly Bank Restructuring: FROB) อาจจะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นได้สูงถึง 10%
ขณะเดียวกันยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเงินช่วยเหลือสเปนจะมาจากกองทุนถาวร (อีเอสเอ็ม) ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม หรือมาจากกองทุนช่วยเหลือชั่วคราว (อีเอฟเอสเอฟ) ที่ยุโรปใช้อยู่ในเวลานี้ โดยทั้งสองกองทุนมีเงื่อนไขรายละเอียดในการปล่อยกู้แตกต่างกัน ถ้าเป็นอีเอฟเอสเอฟ สเปนจะต้องมีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันตามที่ฟินแลนด์เรียกร้อง ซึ่งแตกต่างจากอีเอสเอ็มที่ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะเงินกู้จากอีเอสเอ็มเป็นหนี้ที่จะต้องชดใช้เป็นลำดับแรกเหนือหนี้อื่นๆ
นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน พยายามหลีกเลี่ยงความเสียหายทางการเมืองเหมือนผู้นำประเทศที่รับเงินช่วยเหลืออื่นๆ ด้วยการกล่าวว่าสเปนจะได้รับเงินทุนสำหรับธนาคารโดยปราศจากเงื่อนไข อย่างไรก็ดี นายโวล์ฟกัง ชอยเบลอ รัฐมนตรีคลังเยอรมนีรวมถึงเจ้าหน้าที่ทางการยุโรปยืนยันว่า สเปนจะต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของทรอยก้า หรือคณะทำงานจากสหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เหมือนเช่นกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าการตรวจสอบจะเกิดขึ้นเฉพาะกับภาคการธนาคาร หรือสเปนจะถูกบีบให้ต้องทำตามเงื่อนไขในระดับเศรษฐกิจมหภาคด้วย
ปี 2554 สเปนขาดดุล 8.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เหนือกว่าเป้าหมาย 6% ที่วางไว้ ส่วนแผนการต่อไปของสเปนคือลดการขาดดุลลงเหลือ 5.3% ของจีดีพีในปีนี้และเหลือ 3% ของจีดีพีในปีหน้า ขณะที่นายราฮอยออกมากล่าวยอมรับว่า เศรษฐกิจของประเทศในปีนี้จะยังอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ โดยรัฐบาลสเปนคาดหมายว่าเศรษฐกิจจะหดตัว 1.7% ตามเดิมแม้จะได้รับเงินช่วยเหลือแล้วก็ตาม
สำหรับตัวเลขเงินช่วยเหลือที่สเปนจะขอรับความช่วยเหลือน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายนเมื่อผู้ตรวจสอบเอกชนสองรายเปิดเผยผลรายงานฉบับแรก ทั้งนี้ฟิทช์ เรตติ้งส์ ประเมินเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าธนาคารสเปนจะต้องการเงินทุนสำหรับปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 6 หมื่นล้านยูโร ซึ่งด้วยเม็ดเงินมูลค่าดังกล่าวจะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งขึ้นเป็น 95% ของจีดีพีในปี 2558 ขณะที่ไอเอ็มเอฟประมาณตัวเลขเอาไว้ที่ 4 หมื่นล้านยูโร




