นายปกรณ์ สุคนธชาติ ปลัดเมืองพัทยา ในฐานะรักษาการนายกเมืองพัทยา เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในการประชุมครม.สัญจร ณ เมืองพัทยา ในวันที่ 18-19 มิถุนายนนี้ เมืองพัทยาเตรียมแผนที่จะของบ 2,058 ล้านบาท เพื่อดำเนินการใน 4 โครงการหลักเร่งด่วน (ตารางประกอบ)ได้แก่ โครงการฟื้นฟูสภาพและปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดพัทยา ระยะที่ 1 เนื่องจากในปีหนึ่งๆ ชายหาดเมืองพัทยาจะหายไปราว 1.8 เมตร ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือชายหาดเพียง 4-5 เมตร ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงและถมชายหาดใหม่ โดยจะสร้างที่กั้นในลักษณะคล้ายเขื่อนราว 10-12 เมตร แล้วจึงถมทรายออกไปอีกราว 20 เมตร ซึ่งจะใช้ทรายจากปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง
โครงการระบบระบายน้ำถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากพัทยาประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี เพราะจะมีน้ำจากเขามาบประชันไหลผ่านพัทยาเพื่อลงสู่ทะเล และสุดท้ายคือโครงการปรับปรุงถนนบริเวณพื้นที่ในเขตเมืองพัทยา ซึ่งจะปรับปรุงผิวจราจรถนนพัทยาสายสอง ปรับปรุงผิวจราจรถนนพัทยาใต้ ปรับปรุงผิวจราจรถนนแอสฟัลติกคอนกรีตถนนสุขุมวิทจากแยกพัทยากลางถึงแยกเทพประสิทธิ์ฝั่งตะวันออกและตะวันตก เป็นต้น
ด้านนายวิวัฒน์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยว่า สมาคมได้ร่วมกับจังหวัดชลบุรี เพื่อนำข้อเสนอของภาคเอกชนต่อที่ประชุมครม.สัญจร โดยจะเสนอให้มีการจัดระบบขนส่งมวลชนไปที่สนามกีฬา ซึ่งพัทยามีสนามกีฬาในร่ม แต่ขณะนี้ไม่ได้จัดงานเต็มรูปแบบ ซึ่งหากมีขนส่งมวลชนที่สะดวกสบายไปที่สนามกีฬาก็จะเป็นการผลักดันให้มีการจัดกิจกรรมมากขึ้น และต่อไปอาจจะมีการขยายตัวของการสร้างที่พักอาศัยตามมา
ประกอบกับยังมีการเสนอให้เร่งดำเนินการลดปัญหาอาชญากรรม ซึ่งเป็นการดำเนินงานของตำรวจและการปราบปรามต่างๆ รวมถึงแก้ปัญหาจราจรบนถนนใหญ่ เช่น การสร้างสะพานลอย และการรักษาความสะอาดให้พัทยาเป็นเมืองที่น่าอยู่และน่าเที่ยว โดยการท่องเที่ยวในพัทยาขณะนี้นับว่าดีมาก แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซัน แต่ตลาดอินเดียและจีนยังเดินทางเข้ามาพัทยามากขึ้น หากไม่มีปัญหาการเมืองรุนแรง ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวพัทยาราว 7 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว 8 หมื่นล้านบาท
ด้านนางสาวบุณฑริก กุศลวิทย์ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า สมาคมได้มีการประชุมหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือสอท. และภาคเอกชนอื่นๆ แล้ว โดยจะนำข้อเสนอกับนายกรัฐมนตรีในการประชุมครม.สัญจรพัทยาให้จัดทำวิจัยเชิงซัพพลายว่าพื้นที่นี้สามารถรองรับได้เพียงใด ซึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมจะมีการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำวิจัยว่าในแต่ละพื้นที่มีความสามารถรองรับได้แค่ไหนและควรจะมีโรงแรมกี่แห่งในพื้นที่นั้นๆ
นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายโดยการให้รางวัลหรืออินเทนซีฟแก่โรงแรมเหล่านี้ เช่น ให้ภาครัฐใช้สถานที่สำหรับการประชุมหรือสัมมนาเป็นโรงแรมที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ประกอบกับการใช้ใบเสร็จของโรงแรมมาหักภาษี หรือการนำโรงแรมเดินทางไปประชาสัมพันธ์ต่างประเทศก็ต้องเป็นโรงแรมที่ถูกต้องเท่านั้น เพื่อเป็นการให้รางวัลสำหรับโรงแรมที่ดำเนินการถูกต้อง เพราะโรงแรมที่มีใบอนุญาตจะมีการรักษามาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องมีการรักษาภาพลักษณ์ของโรงแรมที่พักให้เหมาะสมและสร้างมาตรฐานได้จริง ขณะที่โรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตก็ต้องจัดการให้เข้าสู่ระบบให้ได้
ขณะเดียวกัน ต้องสร้างการคมนาคมให้มีความสะดวก โดยต้องการผลักดันรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรนให้เข้าสู่พัทยา สำหรับถนนเสนอให้มีการเชื่อมโยงไปยังภาคต่างๆ อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัย รวมถึงต้องผลักดันสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินรองของกรุงเทพฯ และต้องดำเนินการเต็มรูปแบบหรือ Full Operation มากกว่านี้ เนื่องจากอู่ตะเภามีความเหมาะสมในด้านยุทธศาสตร์ ทั้งยังจะเป็นการกระจายรายได้สู่ภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี และตราด
ทั้งนี้ ยังเสนอให้มีการสร้างมาตรฐานของการท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถรักษาภาพลักษณ์ไว้ได้ เช่น รถสองแถว เจตสกี ที่ต้องสร้างมาตรฐานหรือสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวทราบว่าร้านนี้จะไม่มีการโก่งราคา ซึ่งมีการหารือในท้องถิ่นบ้างแล้วเช่นกัน และจะผลักดันกับนายกเมืองพัทยาต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,748 14-16 มิถุนายน พ.ศ. 2555




