พอจะเอาเข้าจริงๆ ความ"ปรองดอง"ที่พยายามกันหนักหนากลับทำท่าว่าจะกลายเป็นความขัดแย้ง ความแตกแยกรอบใหม่ไปเสียฉิบ
แปลกไหมละครับ!!
พูดถึงเรื่องแปลกๆในบ้านเมืองของเรายามนี้ มักจะมีเกิดขึ้นเป็นสีสันได้ทุกๆวัน.. หากเป็นความแปลกประหลาดของพืช สัตว์และสิ่งของ มักจะเป็นข่าวดี เป็นที่สนใจของชาวบ้าน ถึงขั้นลงทุนเซ่นไหว้ขอโชคลาภกันเลยทีเดียว
แต่ความแปลกที่เกิดขึ้นในแวดวงการเมือง กลับให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม..อย่างกรณี ความพยายามของคน(ไทย)กลุ่มหนึ่ง ที่จะทำให้เกิดความ"ปรองดอง" ให้ได้.. กลับกลายเป็นเชื้อประทุให้ความขัดแย้ง ความแตกแยกในอดีตหวนกลับมาหลอนได้อีกครั้ง!!
ถึงขั้น ผู้ทรงเกียรติในสภา (บางพรรค บางคน) ต้องลงทุนสวมบทผู้ร้าย แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง เลียนแบบวัยรุ่นอันธพาลในหนังย้อนยุคเรื่อง " 2499 อันธพาลครองเมือง" เพื่อเร่งเร้าความร้อน ความรุนแรง ความขัดแย้งทางการเมืองภายนอกสภา
แต่ก็ยังไม่น่าหนักใจเท่ากับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ว่า.. กำลังขยายวงออกไปสู่สถาบันตุลาการ อย่างกรณีการรับคำร้องตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติวาระ 3 ไว้ก่อนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เกิดมีเสียงทักท้วง
เรื่องขอบเขตอำนาจ-หน้าที่กันกว้างขวาง..
ทั้งๆที่เป็นกฎหมายฉบับและข้อความเดียวกัน คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 68!! ฝ่ายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ตีความไปทาง.. ขณะที่อัยการสูงสุดและฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา ก็มีตีความไปอีกทาง..
สำคัญตรงที่ประชาชนธรรมดาสามัญ..อย่างเราๆท่านๆจะเชื่อใครดี งานนี้คงต้องหันไปพึ่งยาพาราเซตามอล แก้อาการเครียด อาการปวดหัวกันหลายแผง
ครั้นจะหา"คนกลาง"ให้เข้ามาตัดสินว่า คำวินิจฉัยของใครถูก ของใครผิด ก็คงจะยาก!! ทั้งนี้ต่างฝ่ายต่างก็เป็นสถาบันหลักและเป็นนักกฎหมายระดับเซียนด้วยกันทั้งนั้น
บอกตรงๆด้วยความเป็นห่วง.. สภาพบ้านเมืองตอนนี้ กำลังตกอยู่ในสภาพตกหลุมอากาศ..ไม่มีใครฟังใคร และไม่รู้จะเชื่อใครดี!!
ดีนะที่มีงานบุญ อย่างงานเฉลิมฉลอง "พุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" เข้ามาช่วยลดดีกรีแห่งความร้อนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้งลงไปได้ชั่วคราว
แต่เมื่องานบุญเฉลิมฉลองพุทธชยันตีจบลง..จะไปพึ่งอะไรกันดี.. เห็นทีต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อย่าง พระสยามเทวาธิราช ปัดเป่าให้พ้นภัย..ให้ทุกๆฝ่าย ดวงตาเห็นธรรม..ยอมลด ยอมถอย กันคนละก้าวเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนทางการเมือง
หากยังเกิดอาการเครียด.. คงต้องเลิกเสพข่าวการเมืองแล้วไปเสพข่าวประเภทอื่นๆ อาทิ บันเทิงและกีฬา ซึ่งพอดีเป็นช่วงแข่งขันชิงฟุตบอลยูโร 2012
แม้จะไม่มันเท่าฟุตบอลโลก.. แต่รับรองว่า ดีกว่าข่าวการเมืองบ้านเราแน่นอน!!
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,747 10-13 มิถุนายน พ.ศ. 2555




