++การตอบรับของมิตซูบิชิ มิราจ
ตัวเลขยอดจองของมิตซูบิชิ มิราจ นับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา พบว่ามีประมาณ 25,000 คัน และส่งมอบไปแล้ว 3,600 คัน โดยมิตซูบิชิ มียอดจำหน่ายรถในรุ่นนี้เฉลี่ย 3,000 คันต่อเดือน ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายยอดขายของรถรุ่นนี้ไว้ที่ 30,000 -35,000 คัน อย่างไรก็ตามในแง่ของการส่งมอบ บริษัทจะพยายามทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้จำนวน 25,000 คันภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่แผนการส่งออกจะเริ่มในเดือน กรกฎาคม นี้ โดยมีตลาดที่จะส่งไปคือ ญี่ปุ่น เป็นจำนวน 7,000 คัน ส่วนกำลังการผลิตของโรงงานใหม่ในปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 150,000 คัน แต่ตามแผนงานในปีนี้คาดว่าจะผลิตได้ 100,000 คัน และในปี 2556 น่าจะผลิตได้เต็มกำลังคือ 150,000 คัน
++กลยุทธ์ที่ทำให้ยอดขายมิราจเติบโต
การสื่อสารการตลาดโดยใช้นิชคุณ 2PM มาเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้มิราจเป็นที่รู้จัก โดยในตลาดต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ก็รู้จัก นิชคุณ ตรงนี้ถือว่าเป็นการเจาะเข้าหากลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ นอกจากนั้นแล้วการจัดแคมเปญฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ไดมอนด์อินชัวรันซ์ นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยสนับสนุนยอดขายของรถรุ่นนี้
++แผนงานด้านผลิตภัณฑ์ใหม่
ในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มจำหน่ายปาเจโร วี 6 เบนซิน ซึ่งเป็นโมเดลที่ผลิตขึ้นมาแทนที่ สเปซ แวกอน ที่บริษัทได้หยุดผลิตแล้ว โดยคาดว่ายอดขายของรถรุ่นนี้จะมีประมาณ 100 คันต่อเดือนใกล้เคียงกับยอดขายของสเปซ แวกอน
++แผนงานเกี่ยวกับรถไฟฟ้า
แผนงานเกี่ยวกับรถไฟฟ้า หรือรถที่เป็นปลั๊กอิน-ไฮบริดของมิตซูบิชิในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันก็ยังคงมีแผนงาน โดยรถไฟฟ้าของมิตซูบิชิ ก็คือรุ่น ไอมีฟ ขณะที่แบบปลั๊กอิน-ไฮบริด ก็มีรุ่นเอาต์แลนเดอร์ รวมไปถึงมิราจด้วย อย่างไรก็ตามการทำตลาดนั้นบริษัทต้องคำนึงถึงโครงสร้างด้านภาษี รวมไปถึงการสนับสนุนจากทางภาครัฐ โดยมองว่ารัฐควรชักจูง ยกตัวอย่าง บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ ที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก รัฐบาลอาจจะจูงใจในช่วงแรกด้วยการยกเว้นภาษี
++แผนงานอื่นๆของมิตซูบิชิ
ตอนนี้มีแผนงานขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายจาก 165 แห่ง ก็จะเพิ่มอีก 35 แห่งภายในสิ้นปีนี้ โดยนอกจากจะขยายเพิ่มแล้วยังมีการพัฒนาและปรับปรุงระบบต่างๆรวมไปถึงการบริการหลังการขายเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากนั้นแล้วในส่วนของไดมอนด์ ยูสด์ คาร์ ซึ่งเป็นศูนย์มือสองของมิตซูบิชิ ก็ยังคงดำเนินงานอยู่ โดยปัจจุบันมีทั้งสิ้น 24 แห่ง และภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวน 30 แห่ง ซึ่งรูปแบบการขยายจะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปริมาณรถมือสองที่เข้ามามีจำนวนน้อย
++ทรรศนะเกี่ยวกับนโยบายรถคันแรก
มิตซูบิชิอยากให้รัฐบาลขยายเวลาของนโยบายรถคันแรกออกไป ซึ่งในมุมของผู้ประกอบการยิ่งยืดเวลาออกไปไม่ว่าจะเป็น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ยิ่งส่งผลดี อย่างไรก็ตามหากเป็นตามนี้จริงก็ต้องการให้รัฐบาลประกาศออกมา 4-6 เดือนก่อนจะหมดระยะเวลาของมาตรการนี้ ทั้งนี้บริษัทจะได้มีการวางแผนเพื่อรองรับกับการผลิตได้ทัน แต่หากรัฐบาลไม่ยืดระยะเวลาของนโยบายก็จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันทางด้านราคา
++ภาพรวมการขายของรถรุ่นอื่น
ปัจจุบันมิตซูบิชิมียอดขายรวมทุกรุ่นประมาณ 8,000 คัน แต่คาดว่าในเดือนมิถุนายน นี้ยอดขายอาจจะถึง 10,000 คัน ซึ่งถือว่าเร็วเกินเป้าที่วางไว้ในตอนแรก ที่คาดว่าจะขายได้ 10,000 คันในเดือนตุลาคม โดยยอดขายที่เติบโตมาจากภาพรวมของตลาดที่ค่อนข้างดี โดยสถานการณ์ปัจจุบันของมิตซูบิชิพบว่ามีแบ็กออร์เดอร์ แบ่งออกเป็น มิราจ 5-6 เดือน ,ปาเจโร สปอร์ต 2-3 เดือน ,ไทรทัน 2 เดือน ,แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 1 - 2 เดือน
++เป้าหมายของปี 2555
ภาพรวมของยอดขายรถในประเทศไทยในปีนี้คาดว่าจะเกิน 1 ล้านคันอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ในส่วนของมิตซูบิชิมีเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาด 10% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีประมาณ 8 % โดยในช่วงต้นปีตั้งแต่มกราคม-เมษายนที่ผ่านมามีส่วนแบ่งทางการตลาด 8.8% ซึ่งจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นทำให้มั่นใจว่าจนถึงสิ้นปีจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,747 10-13 มิถุนายน พ.ศ. 2555




