สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายปิแอร์ มอสโควิชี รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส กล่าวภายหลังจากการเข้าหารือกับนายโอลลี เรห์น คณะกรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจและการเงิน ว่าฝรั่งเศสเตรียมผลักดันแนวคิดในการเปิดทางให้กองทุนช่วยเหลือถาวรของยุโรป หรือ อีเอสเอ็ม สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งทุนของธนาคารพาณิชย์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านรัฐบาลต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่นายเรห์น กล่าวว่า เวลานี้กำลังพิจารณาแนวคิดดังกล่าวอย่างจริงจังเพื่อแยกความเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลที่อ่อนแอกับธนาคารที่มีปัญหาออกจากกัน แม้ว่าสนธิสัญญาของอีเอสเอ็มจะยังไม่อนุญาตให้กองทุนให้เงินสนับสนุนธนาคารโดยตรงก็ตาม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวว่า สเปนกำลังพยายามหาทางที่จะรีไฟแนนซ์ธนาคารพาณิชย์โดยตรงจากเงินในกองทุนช่วยเหลือโดยไม่ต้องให้รัฐบาลต้องเข้ารับเงื่อนไขของการรับเงินช่วยเหลือจากอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อย่างเต็มรูปแบบเหมือนกรีซ ไอร์แลนด์ หรือโปรตุเกส
ปัญหาของระบบธนาคารสเปนตกเป็นเป้าสนใจอีกครั้งหลังจากมีการประเมินว่า แบงเกีย ธนาคารสเปนที่ประสบปัญหาหนักที่สุดในเวลานี้ต้องการเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอีก 1.9 หมื่นล้านยูโร อย่างไรก็ดี รัฐบาลสเปนมีเงินในกองทุนช่วยเหลือธนาคารที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 เหลือเพียง 5 พันล้านยูโรเท่านั้น รัฐบาลสเปนให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือแบงเกีย แต่ไม่ได้อธิบายว่าจะทำเช่นไร
ความกังวลใจว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินเพียงพอในการช่วยเหลือภาคการธนาคาร ส่งผลให้ดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลสเปนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน สเปนสามารถกู้ยืมจากกองทุนช่วยเหลือชั่วคราว หรืออีเอฟเอสเอฟ ได้แต่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดและการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ขณะที่กองทุนอีเอสเอ็มซึ่งจะเริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคมสามารถปล่อยกู้ให้กับธนาคารได้แต่รัฐบาลจะต้องเป็นผู้ร้องขอ
ด้านเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่กองทุนช่วยเหลือเป็นมูลค่าสูงสุด คัดค้านแนวคิดที่จะให้กองทุนอีเอสเอ็มสามารถปล่อยกู้ให้กับธนาคารได้โดยตรง โดยนายสตีเฟน ซีเบิร์ต โฆษกรัฐบาลเยอรมนี กล่าวว่ารัฐบาลเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้กลไกของกองทุนช่วยเหลือและรับเงื่อนไขที่มาพร้อมกับการรับเงินหรือไม่ พร้อมกันนี้ นายซีเบิร์ตกล่าวว่าสเปนจำเป็นจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องการเงินในการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารเป็นจำนวนเท่าใด "สเปนจำเป็นต้องชัดเจนในเรื่องนี้ ยูโรโซนต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้" นายซีเบิร์ต กล่าว
นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปนกล่าวย้ำอยู่ตลอดว่าสเปนยังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรับเงินช่วยเหลือ อย่างไรก็ดีถ้าสเปนไม่สามารถหาเงินมาอุ้มภาคธนาคารได้ นักลงทุนจะยิ่งสูญเสียความเชื่อมั่นในประเทศและจะยิ่งผลักให้ต้นทุนการกู้ยืมของสเปนพุ่งสูงขึ้นในระดับที่สเปนไม่สามารถรับมือได้ เมื่อนั้นสเปนอาจถูกบีบให้ขอเงินช่วยเหลือไม่เพียงแต่สำหรับภาคธนาคารเท่านั้น แต่สำหรับรัฐบาลเองด้วย ซึ่งถ้าไปถึงจุดนั้นจะหมายถึงความเสียหายอย่างหนักต่อยุโรป เพราะการให้เงินช่วยเหลือสเปนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยูโรโซนจะเพิ่มแรงกดดันมหาศาลให้กับการเงินของภูมิภาค
นักวิเคราะห์จากอาร์บีเอสคำนวณตัวเลขไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เงินช่วยเหลือสำหรับสเปนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงเงินสำหรับปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารที่มีปัญหาและแก้ปัญหาการขาดดุลและหนี้สาธารณะของรัฐบาล จะคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.09-4.55 แสนล้านยูโรไปจนถึงสิ้นปี 2557 ขณะที่กองทุนอีเอสเอ็มมีเงินทุน 5 แสนล้านยูโร อย่างไรก็ดีทั้งนายราฮอยเอง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปก็ไม่ต้องการให้สเปนเดินไปถึงจุดดังกล่าวและอยากให้สเปนสามารถกู้ยืมเงินจากตลาดพันธบัตรได้ต่อไป
ดังนั้นแนวคิดในการรับเงินช่วยเหลือเฉพาะสำหรับปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารจึงเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากขึ้น เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส วิเคราะห์ว่าข้อดีประการหนึ่ง คือในระยะสั้นการบริหารกองทุนช่วยเหลือจะทำได้ง่ายขึ้นถ้าการช่วยเหลือสเปนเป็นไปอย่างย่อ ไม่ใช่การช่วยเหลือแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งตัวเลขที่มีการประเมินไว้สำหรับเงินทุนที่ธนาคารสเปนต้องการอยู่ระหว่าง 3 หมื่นล้านยูโรไปจนถึงกว่า 1 แสนล้านยูโร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,746 7-9 มิถุนายน พ.ศ. 2555




