นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงโครงการบัตรเครดิตพลังงานว่า ในเร็วๆนี้ จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ธนาคารกรุงไทย และผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะ เพื่อมาหารือถึงปัญหาการใช้บัตรเครดิตพลังงาน เพื่อให้เดินหน้าต่อไป หลังจากมีปัญหายอดเงินคงค้างการชำระหนี้ประมาณ 8 ล้านบาท และเป็นหนี้สูญถึง 5 ล้านบาท ในจำนวนผู้ใช้บัตรทั้งสิ้นประมาณ 27,000 ใบ วงเงินเครดิต 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งทางกระทรวงพลังงานได้ดำเนินโครงการบัตรเครดิตพลังงานมาตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2555 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ยอมรับว่าบัตรเครดิตพลังงาน เป็นเรื่องใหม่และเร่งดำเนินการที่เร็วเกินไป โดยไม่ได้ศึกษาให้รอบคอบว่าจะมีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วต้องตามแก้กันภายหลัง เพื่อให้วัตถุประสงค์ของโครงการในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาเอ็นจีวีลุล่วงไปให้ได้
สำหรับปัญหาหนี้สูญนั้น จะต้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งต้องมาหารือกันที่ต้นเหตุ รวมถึงผู้ออกบัตรเครดิตจะมีส่วนรับผิดชอบอย่างไร ขณะเดียวกันการที่จะเดินหน้าโครงการต่อไป จะต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์กับผู้ถือบัตร และมาตรการจูงใจต่างๆ เพื่อให้เกิดการรักษาสิทธิ์เอาไว้ และอาจจะต้องดำเนินการเปลี่ยนบัตรใหม่ ซึ่งอาจจะรวมบัตรเครดิตชาวนาเข้ามาอยู่ด้วยกันก็ได้ จะต้องหารือให้ได้ข้อยุติก่อน
ส่วนการจะนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อมาจ่ายหนี้สูญ ตามที่บมจ.ปตท.เสนอมานั้น คงไม่สามารถรับได้ เพราะจะเป็นการทำผิดเงื่อนไขวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมันฯ ที่นำมาใช้ผิดประเภท ซึ่งจะทำให้ผู้อนุมัติเงินมีโทษจำคุกได้
แหล่งข่าวจากระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ใน 1-2 สัปดาห์นี้ทางกระทรวงพลังงานจะเชิญบมจ.ปตท.มาหารือในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ถือบัตรที่มีวินัยดีชำระหนี้ตามกำหนดเวลา ให้ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ประมาณ 10 ประกาศ เพื่อให้ความสะดวกกับผู้ถือบัตร เช่น การให้ส่วนลดราคากาแฟอะเมซอน ส่วนลดราคาในการซื้อของจากร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ การให้ส่วนลดราคาน้ำมันหล่อลื่น ส่วนลดการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น ตรวจเช็กตรวจซ่อมฟรี การเปิดช่องพิเศษให้กับผู้ถือบัตรเติมเอ็นจีวีได้ก่อนโดยไม่ต้องเข้าคิว หรือการให้ผู้ถือบัตรกู้เงินฉุกเฉินจากธนาคารที่เข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น เป็นต้น ซึ่งหากดำเนินการได้จะช่วยให้ผู้ถือบัตรไม่อยากเสียสิทธิ์ตรงส่วนนี้ และจ่ายหนี้ตรงตามระยะเวลาต่อไป
"เวลานี้กระทรวงพลังงานต้องการผู้ถือบัตรที่ชำระหนี้ตรงเวลา จะไม่เน้นปริมาณจำนวนผู้ถือบัตรอีกต่อไป แต่จะเน้นเฉพาะผู้ที่มีคุณภาพชำระหนี้ตรงเวลาเท่านั้น เพราะจะทำให้โครงการสามารถเดินได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ในการช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสียสิทธิ์ในการใช้บัตรไปแล้ว หากจะกลับเข้ามาใหม่ ทางกระทรวงพลังงานก็ยินดีรับเข้ามา แต่จะต้องจ่ายหนี้ที่ค้างชำระไว้ให้หมดก่อน ถึงจะกลับเข้ามาใหม่ได้"
นอกจากนี้ ทางกระทรวงพลังงาน เตรียมที่จะปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การชำระหนี้บัตรเครดิตพลังงานของกลุ่มผู้ถือบัตรใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่จากเดิมกำหนดให้ชำระหนี้เต็มจำนวนภายใน 1 เดือน หลังจากใช้จ่ายเงินไปแล้ว ให้เปลี่ยนมาเป็นการผ่อนชำระ ไม่จำกัดจำนวน และขยายเวลาการชำระ จาก 30 วัน เป็นภายในระยะเวลา 45 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการแท็กซี่มีรายได้และเวลาที่ไม่แน่นอน จึงปรับหลักเกณฑ์ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น
แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับหนี้สูญ จำนวน 5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มรถแท็กซี่เป็นหลัก ซึ่งเวลานี้ยังไม่ทราบว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาได้เคยหารือกับทางกระทรวงพลังงานแล้วว่าจะขอเงินจากกองทุนน้ำมันฯมาจ่ายหนี้คืนให้ แต่ทางกระทรวงพลังงานตอบปฏิเสธ โดยจะให้บมจ.ปตท.เป็นผู้รับภาระไป แต่เนื่องจากโครงการบัตรเครดิตพลังงานเป็นนโยบายของรัฐบาล ทางบมจ.ปตท.เป็นเพียงผู้นำมาปฏิบัติ เท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,745 3- 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555




