นายจุมพล เตชะไกรศรี ผู้ช่วยกรรม การผู้จัดการ บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด(มหาชน)(บมจ.) (TKT) ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกของรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าคาดว่าปี 2555 นี้ผลประกอบการของบริษัทจะพลิกมีกำไร และจะทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากลูกค้ามีคำสั่งซื้อเพิ่ม รวมถึงได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่เติบโต
นอกจากนี้บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าราย ได้ปีนี้เป็นเติบโต 35% มาอยู่ที่กว่า 1,700 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรไตร- มาส 2/2555 จะต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ผ่าน มา เนื่องจากเป็นไปตามฤดูกาล เพราะไตร มาส 2 จะเป็นช่วงนอกฤดูกาล หรือโลว์ซีซัน สำหรับงบลงทุนในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 70-80 ล้านบาท เพื่อใช้ซื้อเครื่องจักรใหม่ และปรับปรุงเครื่องจักรเดิม และขณะนี้บริษัทมีงานในมือกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 70-80%
นายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการ ผู้จัดการสายการขายและการตลาด บมจ. ผลิตภัณฑ์ ตราเพชร (DRT) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคาไม้สัง เคราะห์ คาดการณ์รายได้ไตรมาส 2/2555 จะเติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยงานโครงการจะเริ่มกลับมา หลังจากชะลอตัวในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งจะผลักดันให้รายได้ทั้งปีนี้เติบโต 10% จากปี 2554 ที่มีรายได้รวม 3,706.75 ล้านบาท มีกำไร สุทธิ 460.13 ล้านบาท ขณะที่บริษัทจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ปีนี้ที่ระดับ 31-32%
นางจินตนา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยถึงทิศทางผลประกอบการปี 2555 ว่า จากการประเมิน ภาพรวมทั้งตลาดในและต่างประเทศ ทำให้บริษัทยังคงมั่นใจว่า รายได้จะเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 30% และมีผลกำไรที่เติบ โตในทิศทางเดียวกัน ซึ่งช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 11,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้ 8,689 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำกำไรสุทธิ 304 ล้านบาท
สำหรับความต้องการใช้ก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกนั้นยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทวีปเอเชียที่เศรษฐกิจ ยังคงมีการเติบโตที่ดี เช่น ประเทศจีนที่เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง และภาครัฐเองมีนโยบายลดภาษีนำเข้าก๊าซแอลพีจีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ก๊าซแอลพีจีภาย ในประเทศทดแทนการใช้น้ำมันที่ก่อให้เกิด มลพิษในอากาศมากกว่า ส่งผลให้บริษัท สามารถขายก๊าซแอลพีจีล็อตใหญ่ๆ ให้กับผู้ซื้อที่เป็นผู้ค้ารายใหญ่ในจีนและผู้ค้าในประเทศใกล้เคียงได้มากขึ้น ซึ่งช่วยสร้าง รายได้ในตลาดต่างประเทศของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งและมีอัตราการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะทำให้สัดส่วน รายได้จากต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้รวมของบริษัท
นางจินตนา กล่าวว่าปัจจุบันบริษัท มีคลังเก็บก๊าซแอลพีจีขนาดใหญ่ 2 แห่ง ในจีน ที่เมื่อรวมกันแล้วถือว่าใหญ่ที่สุดใน ประเทศจีน และยุทธศาสตร์ในการขยายตลาดโดยใช้เรือขนส่งก๊าซขนาดใหญ่หรือ VLGC เป็นคลังลอยน้ำใกล้ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเจาะตลาดประเทศในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของบริษัท นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำ ตลาดในต่างประเทศโดยก้าวขึ้นเป็นผู้นำเข้าและส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศจีน
สำหรับการใช้ก๊าซแอลพีจีภายในประเทศนั้น ยังคงมีความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรมมีการขยายตัวที่ดี ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาหารก็ยังคงเติบโตสูงอย่างต่อ เนื่อง ดังนั้นบริษัทจึงเพิ่มการเก็บก๊าซในคลังก๊าซที่อยู่ตามภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น ลำปาง นครสวรรค์ และสุราษฎร์ ธานี เพื่อรองรับการขายก๊าซจากปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ยังเพิ่ม การลงทุนขยายสถานีบริการก๊าซในกรุง เทพฯ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ อีก 8 แห่ง เพื่อผลักดันยอดขายในประเทศให้ เป็นไปตามเป้าที่ระดับ 1.3 ล้านตันในปีนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,744
31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555




